โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รวบ “เล้ง” วัย 19 ต่อยสาวกลางแยกลาดพร้าว อ้างโมโหเฉี่ยวชน ลั่นรู้เป็นผู้หญิงคงไม่ทำ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รวบแล้ว “เล้ง” วัย 19 ทำร้ายสาวกลางแยกลาดพร้าว อ้างโมโหถูกเฉี่ยวชนไม่ยอมจอด เคลียร์ใจไม่ลงตัว ลั่น “ถ้ารู้ว่าเป็นผู้หญิงคงไม่ทำ” ยอมรับผิด-สำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 23 ต.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนายณัฐนนท์ หรือเล้ง อายุ 19 ปี ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงสาววัย 27 ปี ขณะติดสัญญาณไฟจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าว มาสอบปากคำที่ สน.พหลโยธิน

ระหว่างควบคุมตัวเข้าห้องสืบสวน ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสาเหตุที่ลงมือทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้หญิง โดยนายเล้งอ้างว่า หากรู้ตั้งแต่แรกว่าคู่กรณีเป็นผู้หญิง ก็คงไม่ทำเช่นนี้

นายเล้งอ้างถึงมูลเหตุจูงใจว่า ก่อนเกิดเหตุถูกผู้เสียหายขับรถยนต์เฉี่ยวชน แต่คู่กรณีไม่ยอมจอดรถลงมาพูดคุย จึงขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไปและพยายามตะโกนเรียกให้หยุด แต่ผู้เสียหายยังไม่ยอมลงจากรถ ทำให้เกิดความโมโห ก่อนยอมรับผิดและกล่าวว่าสำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะหลังทราบภายหลังว่าคู่กรณีเป็นผู้หญิง

ก่อนหน้านี้ น.ส.พรินทร์ชนม์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 22 ต.ค. ขณะขับรถยนต์มาถึงบริเวณใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว ใกล้จุดกลับรถหน้าห้างสรรพสินค้า โดยรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุขับมาในเลนเดียวกัน ก่อนพยายามเบรกเพื่อกลับรถทั้งที่เลยจุดกลับรถไปแล้ว ตนจึงบีบแตรเตือนสั้น ๆ 1 ครั้ง โดยไม่ทราบว่ามีการเฉี่ยวชนกันหรือไม่

หลังจากนั้น ผู้เสียหายขับรถมุ่งหน้าไปทางจตุจักร ซึ่งการจราจรค่อนข้างติดขัด ผู้ก่อเหตุจึงเดินเข้ามากระชากประตู ทุบกระจกฝั่งคนขับ และด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย แม้ตนจะยกมือไหว้ขอโทษแล้วก็ตาม ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะกระโดดขึ้นไปบนฝากระโปรงรถ ใช้เท้ากระทืบกระจกหน้าจนแตกร้าว แล้วลงมาทุบกระจกพร้อมตะโกนให้ตนออกจากรถ

ผู้เสียหายระบุว่า ด้วยความตกใจและหวาดกลัว ประกอบกับไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ จึงตัดสินใจเปิดประตูลงไปเพื่อพูดคุยเจรจาและยกมือไหว้ขอโทษอีกครั้ง แต่กลับถูกผู้ก่อเหตุชกเข้าที่เบ้าตาซ้ายจนฟกช้ำและมีเลือดคั่ง ก่อนที่คู่กรณีจะเดินออกจากรถไป

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน พร้อมขอความร่วมมือจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์หรือมีภาพจากกล้องหน้ารถ ให้นำหลักฐานมามอบแก่ตำรวจเพื่อใช้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เนื่องจากภาพกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวไม่สามารถบันทึกป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ได้อย่างชัดเจน

น.ส.พรินทร์ชนม์ยืนยันว่า ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมกล่าวถึงกรณีที่ผู้ก่อเหตุอาจนำกระเช้าดอกไม้มาขอโทษว่า เพียงกระเช้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ โดยตั้งคำถามว่าหากผู้เสียหายเป็นลูกสาวของผู้ก่อเหตุเอง จะยอมรับคำขอโทษเช่นนั้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากมีการเฉี่ยวชนกันจริง ตนก็พร้อมรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...