โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"อลงกรณ์" ชู AI-โลจิสติกส์สีเขียว พลิกโฉมซัพพลายเชน ดันไทยเป็นสะพานเชื่อมการค้าโลก

สยามรัฐ

อัพเดต 41 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อลงกรณ์” เปิดวิสัยทัศน์เวทีโลจิสติกส์นานาชาติ GLA ครั้งที่ 15 ชี้ทิศทางใหม่AI–โลจิสติกส์สีเขียว พลิกโฉมซัพพลายเชน ดันไทยผงาด “สะพานเชื่อมการค้าโลก”

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.69 นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.(FKII) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีต รองประธานสภาขับเคลื่อนการประเทศ และอดีตประธานคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้าของประเทศ ได้รับเกียรติกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ในงานเลี้ยงต้อนรับ (Welcome Gala Dinner) ของการประชุมผู้ประกอบการโลจิสติกส์ระดับโลก ครั้งที่ 15 (15th GLA Global Logistics Enterprise Conference) ณ กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางผู้นำอุตสาหกรรมและตัวแทนองค์กรกว่า 2,000 แห่ง จากกว่า 130 ประเทศทั่วโลก

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า โลจิสติกส์ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการขนส่งสินค้าเท่านั้น แต่เป็นกระดูกสันหลังสำคัญของระบบการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจโลก โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดโลจิสติกส์ทั่วโลกจะพุ่งทะลุ 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 พร้อมทั้งเน้นย้ำถึง 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่

S 29540457

1. การปฏิวัติด้วยปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติ (AI & Autonomous Logistics): โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI และ Cognitive Supply Chain ซึ่งข้อมูลจาก Gartner และ McKinsey ระบุว่า การประยุกต์ใช้ AI ในการบริหารซัพพลายเชนและเทคโนโลยี Digital Twin ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้สูงสุดถึง 15%, ลดระดับสินค้าคงคลังได้ 35% และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการได้มากกว่า 65% ทำให้เทคโนโลยีหุ่นยนต์คลังสินค้า (Robotics) ยานยนต์ไร้คนขับ (AGVs) และระบบวางแผนเส้นทางหลายรูปแบบ (Multimodal Routing) กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของความอยู่รอดทางธุรกิจ

2. โลจิสติกส์สีเขียวเพื่อความยั่งยืน (Green Logistics): ภาคการขนส่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 11–14% ของทั้งโลก การบรรลุเป้าหมาย Net Zero จึงต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังผ่านยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ (EV Fleets), เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels), เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) และแนวทาง Green Maritime Corridor ทั้งนี้ องค์กรที่เป็นผู้นำด้านการลดคาร์บอนยังสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือความเสี่ยง (Operational Resilience) ได้ถึง 20% ควบคู่กับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุนระหว่างประเทศที่ผูกกับความยั่งยืน

3. ไทยในฐานะสะพานเชื่อมพหุภาคี อาเซียน–จีน–โลก (Strategic Multimodal Bridge): การค้าระหว่างจีนและอาเซียนเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยมูลค่ากว่า 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยมีกรอบความร่วมมือ RCEP เป็นแรงขับเคลื่อนให้อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนและระบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold-chain) เติบโตเฉลี่ยกว่า 10% ต่อปี

นายอลงกรณ์ เน้นย้ำว่า ประเทศไทยตั้งอยู่บนจุดศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ของการเชื่อมโยงนี้อย่างแท้จริง ผ่านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าเป็น 18 ล้าน TEUs ต่อปี และการพัฒนารางรถไฟเชื่อมต่อเส้นทาง จีน–ลาว–ไทย สู่โครงข่ายอ่าวเป่ยปู้และยุโรป ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาการขนส่งข้ามภูมิภาคจากหลักสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่วัน

9657 E88 a 77 C7 4890 9 B97 C201 a B85 a D8 F

“ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดจากปริมาณหรือน้ำหนักของสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความราบรื่นในการเชื่อมโยงตลาด ความโปร่งใสในการแบ่งปันข้อมูล และความยั่งยืนในการปกป้องโลกใบนี้ร่วมกัน”

ในตอนท้าย นายอลงกรณ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาคม Global Logistics Enterprises Association (GLA) และสมาคมการค้าอาเซียน-จีน (ASEAN-China Commerce Association) ที่ร่วมกันจัดงานครั้งประวัติศาสตร์นี้ในประเทศไทย พร้อมผลักดันให้เวทีสัมมนาแปรเปลี่ยนแนวคิดและวิสัยทัศน์ไปสู่การร่วมทุนทางธุรกิจจริง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...