โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โพลล์ชี้ยอดผู้ใช้คริปโตในอเมริกานิ่ง-ความสนใจลด กว่าครึ่งหวั่นแบงก์รับมือภัย AI ไม่ไหว

Manager Online

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ผลสำรวจชี้แม้คนอเมริกันที่เคยทดลองใช้คริปโตมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่จำนวนคนที่ยังใช้อยู่กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นความสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ยังลดลง ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างกว่าครึ่งไม่มั่นใจว่า ระบบการเงินดั้งเดิมพร้อมปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนจากภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนโดย AI

ผลสำรวจที่ Ipsos จัดทำให้แก่ DeFi Education Fund ซึ่งเป็นกลุ่มส่งเสริมนโยบายเกี่ยวกับคริปโต พบว่า คนอเมริกันวัยผู้ใหญ่ 22% เคยมีหรือเคยใช้คริปโต เพิ่มขึ้นจาก 18% เมื่อปีที่แล้ว กระนั้น จำนวนคนที่ใช้คริปโตในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมากลับคงที่อยู่ที่ 13%

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกือบทั้งหมดมาจากกลุ่มคนที่เคยใช้คริปโตแต่หยุดใช้ไปแล้ว โดยในบรรดาคนที่ไม่ได้ใช้คริปโตเลยในปีที่ผ่านมามีผู้ที่เคยถือครองหรือเคยใช้คริปโตเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจาก 5% เป็น 11% ขณะที่จำนวนผู้ที่มีแผนซื้อคริปโตแทบไม่มีการเคลื่อนไหว โดยมีเพียง 17% ที่บอกว่า มีแนวโน้มซื้อหรือใช้คริปโตในอนาคต เทียบกับ 16% เมื่อปีที่แล้ว

ผู้ชายมีแนวโน้มใช้คริปโตมากกว่าผู้หญิงกว่าสองเท่าในปีที่ผ่านมาคือ 18% ต่อ 8% และผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 60 ปีมีแนวโน้มใช้สกุลเงินดิจิทัลมากกว่ากลุ่มคนอายุมากกว่า

ความสนใจใคร่รู้ยังคงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนตัดสินใจลองใช้คริปโต โดยคนที่ตอบแบบนี้มี 34% ตามด้วยความต้องการลงทุนในระยะยาว 25%

การสำรวจนี้เก็บข้อมูลจากประชากรวัยผู้ใหญ่ 1,575 คนในอเมริกา ระหว่างวันที่ 8-16 ก.ย. ผ่านระบบ KnowledgePanel ของ Ipsos ซึ่งเป็นฐานข้อมูลกลุ่มตัวอย่างตามหลักความน่าจะเป็นแบบเดียวกับที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ใช้ในการสำรวจสถานะทางการเงินของครัวเรือนเป็นประจำทุกปี โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนบวก/ลบไม่เกิน 2.8%

ผลสำรวจยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างกังวลอย่างมากกับระบบการเงินดั้งเดิม โดยมีคนอเมริกันแค่ 19% ที่มองว่า ระบบดังกล่าวมั่นคงปลอดภัย ขณะที่ 63% เห็นว่า จำเป็นต้องปรับปรุงเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคาม เช่น อาชญากรรมทางไซเบอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

นอกจากนั้น ผู้ตอบแบบสำรวจ 6 ใน 10 ยังกังวลเกี่ยวกับปัญหาข้อมูลรั่วไหลในสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ และ 54% ไม่มั่นใจว่า สถาบันเหล่านั้นพร้อมปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนจากภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนโดย AI ขณะที่มีถึง 74% ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม ความเคลือบแคลงต่อระบบการเงินดั้งเดิมไม่ได้ทำให้คนอเมริกันหันไปวางใจคริปโต โดยมีกลุ่มตัวอย่างแค่ 4% ที่บอกว่า มีความเชื่อมั่นสูงต่อกระดานเทรดคริปโต และ 5% ต่อแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ เทียบกับ 42% สำหรับธนาคารขนาดใหญ่ในประเทศ ขณะที่สหกรณ์เครดิตยูเนียนนำมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 48% แต่ลดลงจากปีที่แล้ว 5%

ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยไม่ได้จำกัดอยู่ที่ธนาคารเท่านั้น Ledger ผู้ผลิตกระเป๋าเงินคริปโต เผยว่า กรณีที่ได้รับการยืนยันทั้งหมดในเหตุการณ์ที่ต้องสงสัยสูญเงิน 87 ล้านดอลลาร์นั้น ล้วนเกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ขายโดยตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะเดียวกัน จัสติน เดรก นักวิจัยจาก Ethereum Foundation เตือนเมื่อไม่นานมานี้ว่า ความก้าวหน้าของ AI อาจทำให้ระบบการเข้ารหัสลับที่ใช้รักษาความปลอดภัยบิตคอยน์และอีเธอเรียมถูกเจาะเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นช่องว่างด้านความรู้ที่กว้างมาก โดยมีคนอเมริกันแค่ 2% ที่มีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการเงินแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Finance) หรือ DeFi ซึ่งเป็นคำย่อที่ใช้เรียกกลุ่มแอปพลิเคชันทางการเงินบนระบบคริปโตที่เปิดให้ผู้ใช้ซื้อ ขาย หรือกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางที่เป็นบุคคลที่สาม

ขณะเดียวกัน มีผู้ตอบแบบสำรวจแค่ 6% ที่สามารถระบุคุณลักษณะทั้ง 4 อย่างของคริปโตที่แสดงในแบบสำรวจได้ครบถ้วน ขณะที่ 35% ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า จะอธิบายความหมายของคริปโตอย่างไร

กระนั้น ผู้ตอบแบบสำรวจ 40% ระบุว่า มีแนวโน้มทดลองใช้ DeFi อย่างน้อยในระดับหนึ่ง หากมีบริการนี้ให้ใช้งาน โดยในกลุ่มดังกล่าว กว่า 8 ใน 10 บอกว่า จะใช้ DeFi เพื่อออมเงิน รับดอกเบี้ย หรือโอนเงินให้ครอบครัวและเพื่อน

ทว่า ความสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังลดลง โดยจำนวนผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ลดจาก 11% เหลือ 7% ขณะที่ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ DeFi ลดจาก 11% อยู่ที่ 8%

การลดลงเหล่านี้เกิดขึ้นแม้กฎหมาย GENIUS Act กำหนดกรอบกฎระเบียบระดับรัฐบาลกลางสำหรับสเตเบิลคอยน์ในอเมริกาแล้วก็ตาม

ที่มา: Decrypt

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...