โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ” โจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่าน แม้รอง ปธน.ส่งสัญญาณบวกเจรจาสันติภาพ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"สหรัฐ" มีรายงานปฏิบัติการโจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่าน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ แสดงความเชื่อมั่นว่าอาจบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจา

สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ว่า สหรัฐฯ มีรายงานว่าได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายบนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.) แม้ในวันเดียวกันเจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะแสดงความหวังว่าการเจรจากับรัฐบาลเตหะรานจะนำไปสู่ข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้

รายงานของหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่าน และในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา วอชิงตันยังดำเนินปฏิบัติการโจมตีในวงจำกัดต่อเป้าหมายภายในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า สหรัฐฯ ตั้งใจไม่เปิดเผยรายละเอียดของปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวต่อสาธารณะมากนัก เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณว่ากำลังเตรียมยกระดับการสู้รบครั้งใหญ่

เกาะเกชม์ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน และเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอ่าวเปอร์เซีย โดยมีที่ตั้งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

ก่อนหน้านี้ เกาะดังกล่าวถูกระบุว่าอาจเป็นหนึ่งในเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ หลังมีรายงานว่าอิหร่านใช้เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินบนเกาะเป็นสถานที่จัดเก็บขีปนาวุธต่อต้านเรือ ทุ่นระเบิด โดรน และเรือโจมตี ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

แวนซ์เชื่อเจรจาคืบหน้า แต่ไม่ตัดทางเลือกใช้กำลังทหาร

ขณะเดียวกัน รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามลดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่สงครามกับอิหร่านจะขยายตัวเป็นการสู้รบเต็มรูปแบบ โดยแวนซ์เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายล่าสุดที่ออกมาระบุว่า การเจรจาระหว่างสองประเทศมีความคืบหน้าที่ดี

แวนซ์ให้สัมภาษณ์กับ CNN เมื่อวันจันทร์ว่า ทั้งเขาและประธานาธิบดีทรัมป์มีความเชื่อมั่นต่อโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านผ่านกระบวนการเจรจา

อย่างไรก็ตาม แวนซ์ยอมรับว่า ท่าทีของอิหร่านยังมีความไม่แน่นอนและคาดการณ์ได้ยาก พร้อมย้ำว่าทรัมป์ยังคงมีทางเลือกทั้งมาตรการที่ใช้กำลังทางทหาร (Kinetic Options) และมาตรการที่ไม่ใช้กำลังทางทหาร (Non-Kinetic Options) ในการดำเนินการต่อรัฐบาลเตหะราน

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า วอชิงตันไม่ได้กำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ซึ่งสะท้อนว่าการเจรจายังสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีกรอบเวลาที่ตายตัว

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้าสู่สงครามกับอิหร่านเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศดังกล่าวครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมย้ำว่าวอชิงตันจะไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์โดยเด็ดขาด และเชื่อว่ารัฐบาลอิหร่านเข้าใจจุดยืนดังกล่าว

ด้านมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนว่า ทรัมป์ต้องการยุติสงครามกับอิหร่านผ่านแนวทางการทูต และมีความประสงค์ที่จะหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหารหากสามารถทำได้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดจึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการเจรจาสันติภาพ แต่ปฏิบัติการทางทหารยังคงดำเนินอยู่ควบคู่กัน ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความสำคัญต่อการขนส่งพลังงานระหว่างประเทศ

อ้างอิง : cnbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...