สุพรรณฯ อ่วมหนัก! ฝนถล่ม 3 วัน 3 คืน น้ำทะลักท่วมทับหลวง หนักสุดในรอบ 70 ปี ชาวบ้านเร่งอพยพหมู-วัวหนีน้ำด่วน
สุพรรณฯ อ่วมหนัก! ฝนถล่ม 3 วัน 3 คืน น้ำทะลักท่วมทับหลวง หนักสุดในรอบ 70 ปี ชาวบ้านเร่งอพยพหมู-วัวหนีน้ำด่วน
ฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วัน 3 คืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ตำบลทับหลวง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 7 และหมู่ 11 ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสัตว์เลี้ยงทั้งหมูและวัวหนีน้ำอย่างเร่งด่วน ขณะที่ชาวบ้านหลายรายระบุว่า ไม่เคยพบสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงเช่นนี้มาก่อนตลอดช่วงชีวิต
จากสถานการณ์ดังกล่าว น้ำได้เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง ทั้งนาข้าว ไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลัง เบื้องต้นคาดว่าพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบกว่า 200-300 ไร่ ขณะเดียวกันน้ำยังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ต้องเร่งเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ โดยมีหมูกว่า 100 ตัว และวัวอีกนับ 100 ตัว ที่ต้องนำไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย
ด้านนางรัตนา แตงทอง อายุ 45 ปี เกษตรกรผู้ทำนาและเลี้ยงหมู เปิดเผยว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่นานถึง 3 วัน 3 คืน ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมเล้าหมู เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เร่งขนย้ายหมูออกจากพื้นที่ไปแล้วกว่า 40 ตัว แต่ยังมีหมูอีกกว่า 40 ตัวที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้ รวมถึงวัวที่เลี้ยงไว้อีกจำนวนหนึ่ง
นางรัตนากล่าวอีกว่า นาข้าวที่ปลูกไว้ถูกน้ำท่วมทั้งหมด และตลอด 45 ปีที่ผ่านมาไม่เคยพบกับน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ลักษณะนี้มาก่อน ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต ยอมรับว่ารู้สึกเครียดและเป็นห่วงทั้งผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง โดยช่วง 2 วันที่ผ่านมาแทบไเนื่อกินข้าวไม่ลง เพราะเครียดกลัวหมูตาย นาข้าวน้ำท่วมเพราะลงทุนไปเยอะหลายแสนบาท
ด้านนายสุพจน์ อารามรัศมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทับหลวง กล่าวว่า อบต.ทับหลวงได้เตรียมกระสอบทรายและทรายไว้สำหรับให้ประชาชนนำไปป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าบ้านเรือน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
ส่วนพื้นที่การเกษตรและเส้นทางระบายน้ำที่ได้รับผลกระทบ อบต.ได้นำรถแบ็กโฮเข้าขุดเปิดทางระบายน้ำ เพื่อเพิ่มช่องทางให้น้ำไหลออก เนื่องจากระบบท่อระบายน้ำเดิมไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำจำนวนมากได้
นายสุพจน์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่หมู่ 11 และยังไม่พบว่ามีน้ำท่วม แต่หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเพียงคืนเดียว ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยพื้นที่การเกษตรในตำบลทับหลวงได้รับผลกระทบเบื้องต้นกว่า 200 ไร่ ทั้งนาข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง
นายสุพจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองอยู่ในพื้นที่มานานและไม่เคยพบมวลน้ำที่มีปริมาณมากและเข้าท่วมรวดเร็วเช่นครั้งนี้ แม้ในปี 2554 ซึ่งเคยเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ แต่พื้นที่หมู่ 11 ยังไม่ถูกน้ำท่วมหนักเท่าครั้งนี้ จึงถือเป็นสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในพื้นที่ตำบลทับหลวง ขณะนี้ อบต.เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนและพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ หลังเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้มีการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาและระบายน้ำเข้าสู่แม่น้ำท่าจีนในอัตราประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายธรรมนูญ บำรุงเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า จากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่โครงการ ประกอบกับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนบริเวณหน้าประตูระบายน้ำโพธิ์พระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 3-5 เซนติเมตรต่อชั่วโมง
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ บริเวณเหนือประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ในพื้นที่ตำบลมดแดง ตำบลวังยาง และตำบลศรีประจันต์ อำเภอศรีประจันต์ รวมถึงพื้นที่ท้ายประตูระบายน้ำ ได้แก่ ตำบลโพธิ์พระยา ตำบลพิหารแดง ตำบลสนามชัย ตำบลท่าพี่เลี้ยง ตำบลรั้วใหญ่ ตำบลท่าระหัด และตำบลทับตีเหล็ก อำเภอเมืองสุพรรณบุรี รวมถึงพื้นที่บางส่วนของอำเภอบางปลาม้าและอำเภอสองพี่น้อง
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา ระบุว่า หากฝนยังคงตกต่อเนื่อง พื้นที่ริมแม่น้ำท่าจีนบริเวณท้ายประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา รวมถึงพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี มีแนวโน้มเกิดน้ำล้นตลิ่งตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป โดยระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.50-0.70 เมตร ขณะที่คลองระบายใหญ่สองพี่น้องอาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 0.40-0.50 เมตร
จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเคลื่อนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ และทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านการเดินทางและการดำเนินชีวิต หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง
ภูมิภาค43