โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ ปลื้มไทยเจ้าภาพ IMF–World Bank 2026 สำเร็จ 191 ชาติเชื่อมั่น ชู MOU–ลงทุน หนุนเป้าหมายเข้า OECD

สยามรัฐ

อัพเดต 50 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ประกาศความสำเร็จไทยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF–World Bank 2026 ปลื้ม 191 ชาติเชื่อมั่นศักยภาพ เผยผู้นำระดับโลกแห่เข้าพบ ชูความพร้อมโลจิสติกส์-ธรรมาภิบาล หนุนก้าวสำคัญดันไทยสู่สมาชิกภาพ OECD ย้ำผลลัพธ์คุ้มค่าเกิดการลงทุน-MOU อื้อ ยกระดับความน่าเชื่อถือประเทศพุ่งทะยานแบบ “Exponential ยกกำลังหรือก้าวกระโดด

เมื่อเวลา 17.15 น. วันที่ 16 ต.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (2026 IMF–World Bank Annual Meetings) ว่า การต่ออยอดให้ไทยคงอยู่ในเรดาร์ของโลกต้องทำให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งในทุกมิติให้ชาวโลกได้เห็น วันนี้เราได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ได้รับการยอมรับ ชื่นชม และที่สำคัญที่สุดคือความมั่นใจว่า ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก เรายังคงมีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งระบบโลจิสติกส์ สาธารณูปโภคพื้นฐาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจ และเป็นเวลาที่เราจะต้องต่อยอด ทุกคนที่มาร่วมประชุมได้เห็นว่าประเทศไทยมีธรรมาภิบาล มีการดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย มีความน่าเชื่อถือ มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และมีโอกาสต่าง ๆ อีกมากมาย

“วันนี้อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และการจัดประชุมระดับนานาชาติ ไม่จำเป็นต้องไปโฆษณาอีกแล้วว่าเราทำได้หรือไม่ สิ่งที่ธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ มาจัดประชุมที่ไทยได้อธิบายทุกอย่างแล้ว ไม่มีข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญใด ๆ ทั้ง 191 ประเทศที่มาประชุมมีความพึงพอใจและมั่นใจในศักยภาพของไทย จากนี้ไปจึงเป็นเวลาที่เราต้องนำความแข็งแกร่งเหล่านี้ไปเปลี่ยนเป็นโอกาส รายได้ สวัสดิภาพ และอาชีพของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน”

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ไทยได้มีโอกาสพบปะหารือกว่า 10 วงในวันนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่เราได้พบ แต่เขามาพบเรา เราไม่ต้องมีแบบฟอร์มกำหนดว่าใครจะต้องไปหาใครก่อน สิ่งแรกที่ตนได้แจ้งทางกระทรวงการต่างประเทศไปคือ พร้อมจะพบผู้นำระดับสูงทุกคน รวมถึงระดับผู้ว่าการธนาคารกลาง ไม่ใช่ว่าเมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะต้องพบเฉพาะนายกรัฐมนตรีด้วยกันเท่านั้น ซึ่งการได้พบปะหารือเช่นนี้ ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นด้วย และไม่ได้พบเพียง 10 กว่าประเทศในวันนี้เท่านั้น แต่ได้พบมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.
ทั้งรองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย รัฐมนตรีต่างประเทศหลายประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือได้พบกับประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รวมถึงนายมาทีอัส คอร์มันน์ เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

นายอนุทิน กล่าวว่า อยากให้ผู้สื่อข่าวไปติดตามดูในเฟซบุ๊กของเลขาธิการ OECD ว่าได้เขียนถึงความรู้สึกต่อการเข้าเป็นสมาชิกภาพ OECD ของไทยอย่างไร การที่เขาโพสต์ในสื่อของเขาและกล่าวในที่สาธารณะแสดงความเชื่อมั่นว่า ไทยจะได้เป็นสมาชิก OECD อย่างแน่นอน ถือเป็นขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการ และผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่จัดเตรียมเอกสารข้อมูลอย่างทุ่มเท เรื่องนี้มีความสำคัญและมีความหมายต่อไทยเป็นอย่างยิ่ง เปรียบเสมือนจุดดีดตัวของประเทศในสายตาชาวโลก

“ผมเคยกล่าวไว้ว่าทำอย่างไรให้มีคนพูดถึงประเทศไทย ไม่ว่าจะพิมพ์ พูด หรือเอ่ยคำว่า ไทยแลนด์ ให้ได้สัก 1 ล้านครั้งต่อวัน ประเทศไทยก็จะก้าวหน้าไปได้ดีและมีโอกาสมหาศาล วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้ โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมและความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แสดงว่าการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ถือว่าคุ้มค่าคุ้มทุนที่เราได้เป็นเจ้าภาพหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าคุ้มทุน แต่ถือว่าคุ้มค่า และเป็นสิ่งที่ต้องทำ เมื่อทำแล้วด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เรื่องนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้คุยกับตนตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ในรัฐบาลชุด “หนู 1” ไม่ใช่ “หนู 2” ว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการที่ไทยต้องเป็นเจ้าภาพ ซึ่งตอนนั้นมีความกังวลมาก เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยว่าจะได้กลับมาทำหน้าที่หรือไม่ และจะได้รับความร่วมมือหรือไม่

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พิสูจน์แล้วว่าหากเป็นเรื่องของประเทศชาติ เราจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการประจำ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และประชาชนทั่วไป ทุกอย่างผ่านไปด้วยความเรียบร้อย แม้ว่าวันที่ 17 ต.ค. จะเป็นช่วงของการเก็บตก แต่งานสำคัญ การพบปะหารือสำคัญ และวงดีเบตประเด็นสำคัญได้ผ่านพ้นไปด้วยดีตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ทุกคนต่างพกพาความประทับใจและความเชื่อมั่นต่อไทยกลับบ้าน และจะไม่ลืมประเทศไทย เพราะเกิดการจับคู่ธุรกิจ และข้อตกลงระหว่างประเทศต่าง ๆ มากมายในไทย เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือข้อตกลงต่าง ๆ ก็จะมีคำว่า “in Thailand”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยยกระดับฐานเศรษฐกิจของประเทศ เหมือนโครงการในอดีตอย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” หรือ “คนละครึ่งพลัส” ที่ช่วยผลักดันให้พ่อค้าแม่ค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น และแม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ยอดขายก็ยังคงรักษาระดับฐานและขยับสูงขึ้นต่อไปได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือในรูปแบบ Thailand Plus ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ Thailand Plus แต่เป็นการยกระดับประเทศแบบ Exponential ยกกำลังหรือก้าวกระโดด อย่างแท้จริง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...