สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 ต.ค. 69 5:57: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 91.85 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ +0.39%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดที่ 104.72 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ +0.42%
ราคาน้ำมันปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นในวันศุกร์ (9 ต.ค.) หลังเฮอริเคน Isaias เคลื่อนตัวเข้าใกล้ตอนเหนือของอ่าวเม็กซิโก ขณะที่บริษัทน้ำมันระงับการผลิตน้ำมันดิบในน่านน้ำสหรัฐฯ มากกว่า 70% ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงระหว่างการซื้อขาย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางมีความคืบหน้า นอกจากนี้ ยังเกริ่นถึงการประกาศมาตรการเกี่ยวกับน้ำมันดีเซล โดยรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาระงับการจัดเก็บภาษีน้ำมันเบนซิน
*** ท่าอากาศยานนานาชาติ King Khalid ในกรุงริยาด ถูกโจมตีอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ (11 ต.ค.) โดยกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งก่อนหน้านั้นวัน มีการโจมตีเกิดขึ้นที่สนามบินแห่งนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และบาดเจ็บ 309 ราย อีกทั้งยังเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียซึ่งกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญหลายงานเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า กำลังพิจารณาเข้าร่วมกับซาอุดีอาระเบียในการตอบโต้กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน หลังเกิดเหตุโจมตีสนามบินในกรุงริยาดจนมีผู้เสียชีวิตหลายราย ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า หากกองทัพสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการสู้รบกับกลุ่มฮูตี จะยิ่งเพิ่มภาระต่อทรัพยากรทางทหารในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังถูกใช้ไปกับปฏิบัติการสู้รบกับอิหร่านอยู่แล้ว
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า รัสเซียและยูเครนตกลงระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวตอบโต้กัน และยังไม่ชัดเจนว่าฝ่ายใดตกลงหยุดยิงตามที่ทรัมป์กล่าวหรือไม่ ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ยังคงรอรายละเอียดจากรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่
*** รัฐบาลรัสเซียผ่อนคลายคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลบางส่วน โดยอนุญาตให้ส่งออกเชื้อเพลิงปริมาณ 500,000 เมตริกตันสู่ตลาดต่างประเทศ ภายหลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน บรรลุข้อตกลงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ
มาตรการดังกล่าวซึ่งมีผลเมื่อวันเสาร์ (10 ต.ค.) ถือเป็นการผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วนที่รัสเซียบังคับใช้ในปีนี้เพื่อรักษาปริมาณเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ โดยบริษัทน้ำมันของรัสเซียจะเริ่มเจรจาสัญญาส่งออกกับผู้ซื้อในต่างประเทศทันที ภายใต้การประสานงานกับรัฐบาลตามแถลงการณ์ดังกล่าว
*** นักลงทุนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของฝรั่งเศส ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหภาพยุโรป (EU) และกังวลว่ารัฐบาลจะไม่สามารถควบคุมภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงต้นทุนที่สูงได้ หลังจากทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อรับมือวิกฤตหลายระลอกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดพันธบัตรเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก โดยฝรั่งเศสแทบจะไม่สามารถแบกรับข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษาที่ต้องการเงินสนับสนุน 10,000 ล้านยูโร (11,200 ล้านดอลลาร์) ในการแก้ปัญหาด้านการศึกษา ซึ่งนำไปสู่ความไม่พอใจและการออกมาประท้วงของนักเรียนหลายแสนคนทั่วประเทศ
*** สหภาพยุโรป (EU) เตรียมจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนไว้ที่ 350,000 คันต่อปี โดยมาตรการปกป้องดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เร็วที่สุดตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นไป โดยเอกสารระบุว่า มาตรการจำกัดการนำเข้าจะครอบคลุมรถยนต์ไฮบริดจากทุกประเทศ ไม่ใช่เฉพาะรถยนต์ที่ผลิตในจีน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการไม่เลือกปฏิบัติขององค์การการค้าโลก (WTO)
ข้อตกลงระหว่าง EU และจีนยังครอบคลุมถึงการที่จีนจะยกเลิกภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์บางรายการ และลดภาษีลงครึ่งหนึ่งสำหรับสินค้าบางประเภท นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะหารือแนวทางผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกและข้อกำหนดด้านใบอนุญาตด้วย
*** ไอร์แลนด์ในฐานะประธานหมุนเวียนสหภาพยุโรป (EU) เสนอปรับลดงบประมาณของคณะกรรมาธิการยุโรปสำหรับช่วงปี 2028-2034 ลง 8% มาอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านยูโร (1.79 ล้านล้านดอลลาร์) แต่ข้อเสนอดังกล่าวถูกวิจารณ์จากประเทศสมาชิกที่ต้องการควบคุมการใช้จ่ายอย่างเข้มงวดกว่า โดยมองว่าการปรับลดงบประมาณยังไม่มากพอ
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของไอร์แลนด์ยังทำให้งบประมาณ EU เพิ่มขึ้น 30% จากงบประมาณปัจจุบันสำหรับช่วงปี 2021-2027 โดยงบประมาณดังกล่าวเป็นแหล่งเงินทุนหลักสำหรับนโยบายสำคัญต่าง ๆ ของสมาชิกทั้ง 27 ประเทศใน EU
*** Reliance Retail ซึ่งได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์หลักในการดำเนินธุรกิจร้าน 7-Eleven ในอินเดีย ปิดร้าน 31 สาขาทั่วประเทศเมื่อสิ้นเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ 7-Eleven ระบุว่า บริษัทหวังที่จะสำรวจทางเลือกหลายรูปแบบ เพื่อขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตในอินเดียในระยะยาว โดย 7-India Convenience Retail รายงานผลขาดทุนสุทธิเกือบ 900 ล้านรูปี (9.3 ล้านดอลลาร์) ในปีงบการเงินที่สิ้นสุดเดือนมี.ค. 2026 จากรายได้ราว 920 ล้านรูปี
*** Wall Street Journal รายงานว่า Amazon.com Inc. อยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการ Decart AI สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นมูลค่าราว 7,000ล้านดอลลาร์ โดยการเข้าซื้อกิจการอาจเสร็จสิ้นในเร็ว ๆ นี้ หากการเจรจาประสบความสำเร็จ
ก่อนหน้านี้ในเดือนก.ย. Anthropic ตัดสินใจไม่เข้าซื้อ Decart AI หลังจากทั้งสองฝ่ายเจรจาข้อตกลงซื้อกิจการมูลค่าราว 6,000 ล้านดอลลาร์ โดย Anthropic ได้ตรวจสอบสถานะและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของ Decart แล้ว
*** อีลอน มัสก์ ระบุว่า จะกำหนดราคาบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ในอินเดียให้อยู่ในระดับที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ เพื่อแข่งขันกับ Reliance Jio ผู้ให้บริการโทรคมนาคมราคาประหยัดของมูเกช อัมบานี ซึ่งเป็นคู่แข่ง โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีคู่แข่งของมัสก์ที่ดุเดือดขึ้น ก่อนที่บริษัทแม่ของ Jio จะเปิดขายหุ้น IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ