นายกฯ โต้ข่าวตัดเบี้ยเลี้ยง ตชด.-ตร.ชายแดนใต้ ยันไม่มีนโยบายนี้
นายกฯ ปัดกระแสข่าวตัดเบี้ยเลี้ยง ตชด. และตำรวจชายแดนใต้ในปี 2570 ยืนยันที่ประชุมชัดเจนไม่มีเรื่องดังกล่าว พร้อมย้ำให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจ ด้านโฆษก ตร. แจงงบประมาณส่งลงพื้นที่ครบถ้วน ผบ.ตร. สั่งหน่วยงานบริหารจัดการตามระเบียบให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมพิจารณาของบกลางสนับสนุนเพิ่มเติมหากจำเป็น
28 ตุลาคม 2569 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ถึงกระแสข่าวตัดเบี้ยเลี้ยงตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี 2570 โดยนายกรัฐมนตรี ย้อนถามว่า “ตชด.หรือ” ก่อนส่ายหัวแล้วระบุว่า ไม่มี ไม่รู้เสนอข่าวกันอย่างไร ในที่ประชุมก็ชัดเจนว่าไม่มี เรื่องขวัญกำลังใจตอบแทน และการดูแลสวัสดิการของผู้ทุ่มเทเสียสละปกป้องผืนแผ่นดินไทยดูแลชายแดนของประไทย หรือแม้กระทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือผู้ที่ทำหน้าที่เสี่ยงภัยต่างๆ มันเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ต้องดูแลพวกเขาอยู่แล้ว
นายกรัฐมนตรี ยังมองว่า เป็นการสื่อสารที่เข้าใจผิดพลาด เพราะในที่ประชุมก็มีการยืนยัน ทุกคนก็เข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบที่เขาดูแลกันมา
เมื่อถามย้ำว่า ตชด.จะได้เบี้ยเลี้ยงเท่ากับทุกปีที่ผ่านมาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายละเอียดต้องถาม พล.ต.อ. สําราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ(โฆษกตร.) เปิดเผยว่า งบประมาณในภาพรวมมีการปรับลดลงบ้าง แต่ไม่มากนัก โดยผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ทุกหน่วยบริหารจัดการงบประมาณตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของกำลังพล
เมื่อถูกถามว่างบประมาณที่จัดสรรไปยังพื้นที่ชายแดนภาคใต้ถูกส่งไปครบตามจำนวนหรือไม่ เจ้าหน้าที่ระบุว่า งบประมาณที่จัดสรรไปยังพื้นที่ยังส่งไปเต็มจำนวน ส่วนกรณีที่มีข้อร้องเรียนว่าเบี้ยเลี้ยงของตำรวจบางส่วนได้รับน้อยลงนั้น พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร.) ได้สั่งการไปยังผู้บังคับบัญชาระดับหน่วย โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้บริหารจัดการงบประมาณอย่างเหมาะสม พร้อมกำชับหัวหน้าหน่วยทุกระดับให้คำนึงถึงผลกระทบต่อกำลังพล เนื่องจากขวัญกำลังใจเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะตำรวจที่ต้องรับผิดชอบภารกิจในพื้นที่เสี่ยงภัย
อย่างไรก็ตาม โฆษก ตร. ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดการบริหารงบประมาณในระดับหน่วย โดยระบุว่าเป็นหน้าที่ของผู้บริหารแต่ละหน่วยที่จะต้องพิจารณาแนวทางดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากการบริหารงบประมาณที่มีอยู่แล้ว ยังอาจพิจารณาขอรับการสนับสนุนงบกลางจากรัฐบาล เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินภารกิจที่จำเป็นต่อไป
“ส่วนข้อเปรียบเทียบกับหน่วยงานทหารที่อาจไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดงบประมาณในลักษณะเดียวกันนั้น ระบุว่าเป็นเรื่องของงบประมาณคนละหน่วยงาน จึงไม่สามารถให้รายละเอียดแทนหน่วยงานอื่นได้”โฆษก ตร.ระบุ
ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่าจะพยายามบริหารจัดการงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ดูแลกำลังพลอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่ยังมีภารกิจด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง