โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ผ่าแผนสร้างคลองระบายน้ำ ชัยนาท-อ่าวไทย เจรจาเวนคืนที่ดิน 1.8 หมื่นไร่

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 มีมติอนุมัติโครงการ “คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” ความยาวกว่า 270 กิโลเมตร ถือเป็นโครงการใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งบริเวณตอนบนและตอนล่างของเขื่อนเจ้าพระยา โดยมีมูลค่าโครงการสูงถึง 1.65 แสนล้านบาท ใช้เวลาการก่อสร้างยาวนานถึง 8 ปี เริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการจัดหาที่ดิน ทั้งการเจรจาและเวรคืนที่ดินรวมประมาณ 18,484 ไร่

กรมชลประทาน ระบุว่า โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เป็นหนึ่งในโครงการตามแผนการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและบรรเทาปัญหาอุทกภัย 9 แผนงาน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จำนวน 17 จังหวัด (ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทจนถึงจังหวัดสมุทรสาคร) โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

มีวัตถุประสงค์เพื่อผันน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาผ่านแม่น้ำป่าสักลงสู่อ่าวไทย และบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตะวันออกตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลดมูลค่าความเสียหายรวมจากอุทกภัยเฉลี่ยปีละ 16,938.21 ล้านบาท

สำหรับโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย มีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อทุน (B/C Ratio) เท่ากับ 2.12 และมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) ร้อยละ 10.94 รวมทั้งมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2580) และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2580) ด้านที่ 3 การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ซึ่งได้ผ่านการดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่แล้ว

ภาพประกอบข่าว โครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย

โครงการครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด

รายละเอียดโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อผันน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาผ่านแม่น้ำป่าสักลงสู่อ่าวไทย และเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2577

ส่วนที่ตั้งโครงการมีพื้นที่โครงการฯ ครอบคลุม 9 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ

แบ่งการก่อสร้าง 2 ช่วง 270 กิโลเมตร

ลักษณะโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1

ช่วงปรับปรุงคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก ความยาว 134.365 กิโลเมตร มีอัตราระบายน้ำหลากสูงสุด 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สรุปได้ ดังนี้

1. คลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์ เป็นคลองส่งน้ำดาดคอนกรีตซึ่งตั้งอยู่ฝั่งขวาของคลอง ทำหน้าที่ส่งน้ำให้กับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา จำนวน 4 โครงการ (มโนรมย์ ช่องแค โคกกระเทียม และเริงราง) ความกว้างท้องคลอง 4-14.50 เมตรความลึก 3.65 - 6.50 เมตร และความยาว 120.732 กิโลเมตร อัตราการไหลระหว่าง30 - 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

2. คลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก เป็นคลองดินซึ่งตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของคลองทำหน้าที่ระบายน้ำหลาก ความกว้างท้องคลอง 37-72.50 เมตร ความลึก 9.50-10.50 เมตร และความยาว 134.365 กิโลเมตร มีอัตราระบายน้ำสูงสุด 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงสู่แม่น้ำป่าสัก (การระบายน้ำหลากตามแนวคลองขุดใหม่ 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และลงปลายคลองชัยนาท - ป่าสัก (เดิม) 130 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

3. ถนนสัญจร ผิวทางลาดยาง 2 ช่องจราจร กว้าง 10 เมตร ตลอดทั้ง 2 ฝั่งคลอง

4. อาคารประกอบและส่วนประกอบอื่น และปรับปรุงอาคารประกอบ (เดิม)

ช่วงที่ 2

ช่วงคลองระบายน้ำหลากป่าสัก - อ่าวไทย ความยาว 135.655 กิโลเมตร อัตราระบายน้ำหลากสูงสุด 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สรุปได้ ดังนี้

1. เขื่อนทดน้ำป่าสัก เป็นประตูระบายน้ำ ขนาด 12.50 x 8 เมตร จำนวน 6 ช่อง สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งอยู่ด้านเหนือน้ำของเขื่อนพระรามหกระยะทางประมาณ 1.50 กิโลเมตร

2. ทำนบดินปิดแม่น้ำป่าสัก เป็นเขื่อนดินประเภทเนื้อเดียว ความยาวทำนบดิน 130 เมตร และมีความสูงทำนบดิน 16 เมตร

3. คลองระบายน้ำหลาก ความยาว 135.655 กิโลเมตร พร้อมถนนสัญจรผิวทางลาดยาง ตลอดทั้งสองฝั่งคลอง ประกอบด้วย

  • ช่วงที่ 1 เป็นคลองดินสี่เหลี่ยมคางหมู เขตคลองกว้าง 220 เมตรท้องคลองกว้าง 105 เมตร ความลึก 8 เมตร ความยาว 0.57 กิโลเมตร
  • ช่วงที่ 2 เป็นคลองดินสี่เหลี่ยมคางหมู เขตคลองกว้าง 170 เมตร ท้องคลองกว้าง 88 เมตร ความลึก 7 เมตร ความยาว 22.43 กิโลเมตร
  • ช่วงที่ 3 เป็นคลองดาดคอนกรีต U-shape เขตคลองกว้าง 160 เมตรท้องคลองกว้าง 85 เมตร ความลึก 6 เมตร ความยาว 112.655 กิโลเมตร

4. คลองเชื่อมคลองระพีพัฒน์ ความยาว 3.433 กิโลเมตร

5. ถนนสัญจร ผิวจราจรแบบลาดยาง 2 ช่องจราจร กว้าง 10 เมตร ตลอดทั้ง 2 ฝั่งคลอง

6. อาคารประกอบและส่วนประกอบอื่น ได้แก่ ประตูระบายน้ำ อาคารเชื่อม จุดตัดคลอง อาคารเชื่อมจุดตัดคลองพร้อมประตูเรือสัญจร สะพานรถยนต์ สะพานรถไฟอาคารจุดตัดทางคมนาคมทางบก สะพานน้ำ เป็นต้น

ภาพประกอบข่าว โครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย

การศึกษาความเหมาะสม

กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นของโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย แล้วเสร็จเมื่อปี 2555
ด้านสิ่งแวดล้อม

ช่วงที่ 1 : ช่วงปรับปรุงคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก ไม่เข้าข่าย ต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ช่วงที่ 2 : ช่วงคลองระบายน้ำหลากป่าสัก - อ่าวไทย กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาทบทวนความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จและได้เสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ซึ่งมีมติในการประชุมครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางระบายน้ำหลากเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง (คลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก - อ่าวไทย)

การสำรวจ - ออกแบบ

1. ช่วงปรับปรุงคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564

2. ช่วงคลองระบายน้ำหลากป่าสัก - อ่าวไทย ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม 2567

การจัดหาที่ดิน (รวมประมาณ 18,484 ไร่)

1. ช่วงปรับปรุงคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก จำเป็นต้องดำเนินการ จัดหาที่ดินเพิ่มเติมจากพื้นที่แนวคลองเดิม เนื้อที่ประมาณ 781 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการจัดหาที่ดินทั้งวิธีการเจรจาปรองดองและการเสนอขอตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน

2. ช่วงคลองระบายน้ำหลากป่าสัก - อ่าวไทย จำเป็นต้องดำเนินการจัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างคลองระบายน้ำ เนื้อที่ประมาณ 17,703 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการจัดหาที่ดินทั้งวิธีการเจรจาปรองดองและการเสนอขอตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน

การขออนุญาตใช้พื้นที่

อยู่ระหว่างการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า และกรมธนารักษ์

ภาพประกอบข่าว โครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย

การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมกับประชาชน

กรมชลประทานได้ดำเนินการจัดการประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมของโครงการและขั้นตอนการสำรวจออกแบบโดยให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในทุกภาคส่วน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การกำหนดรูปแบบของโครงการฯ

ทั้งนี้มีการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งประชาชนเห็นด้วยกับการพัฒนาโครงการและในขั้นตอนระหว่างการก่อสร้างจะได้ดำเนินการชี้แจงสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องต่อไป

การบริหารจัดการน้ำ

กรมชลประทานได้จัดทำรายงานคู่มือการบริหารจัดการน้ำของโครงการฯ และได้มีการวิเคราะห์วิธีการบริหารจัดการน้ำไว้ในกรณีต่าง ๆ แบ่งตามระยะเวลาการพัฒนา โดยพิจารณาปริมาณน้ำในแม่น้ำป่าสักเป็นหลักในการบริหารจัดการน้ำประกอบด้วยกรณีพัฒนา 3 กรณี ดังนี้

1. กรณีดำเนินการเฉพาะคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก ด้วยอัตราการระบายน้ำสูงสุด 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

2. กรณีดำเนินการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก ด้วยอัตราการระบายน้ำสูงสุด 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปรับปรุงคลองระพีพัฒน์ ด้วยอัตราการไหลสูงสุด 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

3. กรณีดำเนินการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก ด้วยอัตราการระบายน้ำสูงสุด 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การปรับปรุงคลองระพีพัฒน์ ด้วยอัตราการไหลสูงสุด 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และดำเนินการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก – อ่าวไทย ด้วยอัตราการไหลสูงสุด 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

กรอบวงเงินโครงการ

กรอบวงเงินโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย มีวงเงินรวมกว่า 165,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • ค่าก่อสร้างประมาณ 136,718 ล้านบาท โดยช่วงที่ 1 ช่วงปรับปรุงคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก 38,092.27 ล้านบาท ช่วงที่ 2 : ช่วงคลองระบายน้ำหลากป่าสัก - อ่าวไทย 98,625.73 ล้านบาท
  • ค่าซื้อที่ดิน ค่าทดแทน ค่ารื้อย้ายในการจัดหาที่ดิน 23,328 ล้านบาท
  • ค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 4,954 ล้านบาท
ภาพประกอบข่าว โครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย

ประโยชน์และผลกระทบ

1. ช่วงปรับปรุงคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก สามารถตัดยอดน้ำหลากหน้าเขื่อนเจ้าพระยาได้เพิ่มขึ้นจาก 210 เป็น 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำป่าสักได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ช่วยลดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดความเสี่ยงการเกิดน้ำล้นตลิ่งและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา

2. สามารถช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาและเหนือเขื่อนพระรามหกลงสู่อ่าวไทยเป็นประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

3. ช่วยลดมูลค่าความเสียหายรวมจากอุทกภัยเฉลี่ยปีละ 16,938.21 ล้านบาท

4. สามารถบริหารจัดการน้ำหลากจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักลงทะเลอ่าวไทยเพื่อลดพื้นที่น้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้ประมาณ 3.48 ล้านไร่ (อ้างอิงจากกรณีเหตุการณ์น้ำท่วม ปี 2554)

5. สามารถเก็บกักน้ำไว้ในคลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก – อ่าวไทย ได้ประมาณ 155.77 ล้านลูกบาศก์เมตร

6. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาในพื้นที่ได้แก่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโคกกระเทียม และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง

7. ถนนเลียบคลองระบายน้ำหลากจะช่วยลดต้นทุนการสัญจรหรือค่าเดินทางและการขนส่งสินค้าเกษตรและประหยัดเวลาการเดินทางให้แก่ประชาชน เกิดผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 64.41 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...