โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หลุยส์ วิตตอง ดึง 3 ศิลปินไทยเติมสีสัน LV The Place Bangkok

Khaosod

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ยกระดับ LV The Place Bangkok ดึง 3 ศิลปินไทยร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย ขยาย Le Café Louis Vuitton เพิ่มเมนูอาหารที่ผสานรสชาติไทยกับเมนูซิกเนเจอร์ระดับโลก พร้อมเปิดตัวกระเป๋า Neverfull BB LV&I รุ่นพิเศษจำหน่ายเฉพาะกรุงเทพฯ แห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียใต้

Louis Vuitton พลิกโฉม LV The Place Bangkok รุกตลาดลักชัวรีเอเชีย

หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) เดินหน้ารุกตลาดเอเชียแปซิฟิกในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2569 ด้วยการปรับโฉม ‘LV The Place Bangkok’ ณ ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ เปิดบทใหม่ของแลนด์มาร์กที่รวบรวมประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม ศิลปะ อาหาร และการช้อปปิ้งไว้ในพื้นที่เดียว พร้อมขยายพื้นที่นิทรรศการระดับโลก Visionary Journeys ซึ่งร่วมสร้างสรรค์กับ โชเฮ ชิเงมัตสึ (Shohei Shigematsu) พาร์ตเนอร์แห่ง OMA และเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทย 3 รายร่วมถ่ายทอดผลงานศิลปะร่วมสมัยตลอดทั้งปี

หลุยส์ วิตตอง เปิดตัว LV The Place Bangkok เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งแรกที่ผสานประสบการณ์หลากหลายมิติของแบรนด์ไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งวัฒนธรรม ศิลปะการรังสรรค์อาหาร และการช้อปปิ้ง โดยการปรับโฉมครั้งนี้เป็นการต่อยอดแนวคิดดังกล่าว พร้อมยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกับแวดวงศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทย

ขยาย Visionary Journeys ดึง 3 ศิลปินไทยร่วมสร้างสรรค์

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การขยายพื้นที่นิทรรศการ Visionary Journeys ซึ่งออกแบบร่วมกับสถาปนิก โชเฮ ชิเงมัตสึ โดยเพิ่มพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยภายใน Trunkscape และปรับรูปแบบการเดินชมนิทรรศการให้มีความต่อเนื่องและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

Trunkscape เป็นงานศิลปะจัดวางเชิงสถาปัตยกรรมที่ประกอบขึ้นจากทรังก์ลายโมโนแกรมจำนวน 96 ใบ เรียงต่อกันเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนประตูสู่โลกแห่งนิทรรศการ โดยครั้งนี้จะปรับบทบาทเป็นพื้นที่นำเสนอผลงานวิดีทัศน์ของศิลปินไทย ซึ่งหมุนเวียนจัดแสดงตามฤดูกาล

หลุยส์ วิตตอง ร่วมมือกับ Bangkok Art Biennale ภายใต้การดูแลของภัณฑารักษ์ พิรวุฒิ โปษยานนท์ และอดุลญา ฮุนตระกูล เชิญศิลปินไทย 3 ราย ได้แก่ นักรบ มูลมานัส ณิชชา โตทอง และไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานภายใต้แนวคิด ‘อนาคตแห่งการเดินทาง — ระหว่างความทรงจำและจินตนาการ’ (The Future of Travel – Between Memory and Imagination) ถ่ายทอดความหมายของการเดินทางผ่านมุมมองทางศิลปะที่เชื่อมโยงความทรงจำและจินตนาการเข้าด้วยกัน

ผลงานชุดแรกเริ่มจัดแสดงตั้งแต่เดือนต.ค. 2569 ถึงสิ้นเดือนก.พ. 2570 เป็นผลงานของ นักรบ มูลมานัส ศิลปินที่มีเอกลักษณ์ด้านศิลปะคอลลาจ โดยผสมผสานศิลปะตะวันตกแนวคลาสสิก วัฒนธรรมภาพของไทย และภาพทางประวัติศาสตร์ เข้าด้วยกันเป็นผลงานวิดีทัศน์แบบอิมเมอร์ซิฟที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับนิทรรศการ Visionary Journeys Bangkok โดยเฉพาะ ก่อนที่ศิลปินอีก 2 รายจะเข้ามาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนนำเสนอผลงานในช่วงถัดไป

ภายในนิทรรศการยังแบ่งออกเป็นหลายห้องจัดแสดง เริ่มจากห้อง Origins ที่นำเสนอจุดเริ่มต้นของหลุยส์ วิตตอง ผ่านเอกสารจดหมายเหตุและทรังก์หายาก อาทิ Canteen Trunk ปี 1895 สำหรับจัดเก็บชุดช้อนส้อม Picnic Trunk ปี 1909 และ Library Trunk ปี 1932 สะท้อนพัฒนาการจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรจุสัมภาระสู่เมซงแฟชั่นระดับโลก

ห้อง Asnières นำเสนอเป็นครั้งแรกในกรุงเทพฯ ถ่ายทอดเรื่องราวบ้านประจำตระกูลวิตตองและเวิร์กช็อปเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1859 ณ ชานกรุงปารีส ซึ่งเป็นแหล่งสืบทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือของเมซงมาจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่ห้อง Workshop เปิดเผยกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ตั้งแต่การพัฒนารูปแบบไปจนถึงขั้นตอนการผลิตอันประณีต พร้อมการสาธิตฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญ ส่วนห้อง Collaborations นำเสนอผลงานความร่วมมือกับศิลปินระดับโลก อาทิ Marc Jacobs และ Stephen Sprouse, Takashi Murakami, Yayoi Kusama ตลอดจน Virgil Abloh และ NIGO® ซึ่งสะท้อนการผสมผสานระหว่างศิลปะและแฟชั่น

นอกจากนี้ ห้อง Fashion ยังจัดแสดงผลงานเสื้อผ้า เครื่องหนัง รองเท้า และแอกเซสซอรีจากคอลเลกชันสำคัญของเมซง ผ่านวิสัยทัศน์ของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ในแต่ละยุค ทั้ง Marc Jacobs, Virgil Abloh, Nicolas Ghesquière และ Pharrell Williams ก่อนปิดท้ายด้วยห้อง Souvenirs พื้นที่อินเทอร์แอกทีฟที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเก็บของที่ระลึกจากการเดินทางครั้งนี้

ขยาย Le Café เพิ่มประสบการณ์อาหารไทยผสานเมนูระดับโลก

นอกจากการยกระดับนิทรรศการแล้ว LV The Place Bangkok ยังขยายประสบการณ์ด้านอาหารผ่าน Le Café Louis Vuitton โดยเพิ่มพื้นที่ให้บริการบนชั้น 2 จากเดิมที่เปิดให้บริการบริเวณชั้น G เพื่อรองรับทั้งมื้อกลางวัน ช่วงน้ำชายามบ่าย และมื้อค่ำ

เชฟ Christophe Grilo พร้อมทีมเชฟท้องถิ่นจาก Louis Vuitton Culinary Community ร่วมกันพัฒนาเมนูที่ผสมผสานอาหารซิกเนเจอร์ของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจุดหมายปลายทางทั่วโลก เข้ากับเอกลักษณ์ของวัตถุดิบและรสชาติอาหารไทย

เปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ วางขายเฉพาะกรุงเทพฯ

สำหรับพื้นที่ค้าปลีก The Store ยังคงนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัย พร้อมเปิดตัวกระเป๋า Neverfull BB LV&I ใน 3 เฉดสี ได้แก่ Monogram, Monogram Dune และ Monogram Eclipse ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านหลุยส์ วิตตอง ณ LV The Place Bangkok แห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียใต้

ลูกค้ายังสามารถปรับแต่งกระเป๋าให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผ่านตัวเลือกสายกระเป๋า กระเป๋าซองด้านใน และพวงกุญแจตกแต่งกระเป๋า (Keybell) ได้ตามความต้องการ

การปรับโฉม LV The Place Bangkok ครั้งนี้ จึงเป็นการต่อยอดประสบการณ์ของหลุยส์ วิตตอง ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเสนอสินค้าแฟชั่น แต่ขยายไปสู่การสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรม ศิลปะ และอาหาร โดยมีกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ข้อมูลเข้าชม LV The Place Bangkok
ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ ชั้น G-2 เลขที่ 496-502 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดย นิทรรศการ Visionary Journeys เปิดให้เข้าชมเวลา 10.00-20.00 น. ส่วน Le Café Louis Vuitton เปิดให้บริการเวลา 10.00-22.00 น. ขณะที่ร้านค้าเปิดให้บริการเวลา 10.00-21.00 น.

ผู้สนใจสามารถจองเข้าชมนิทรรศการ Visionary Journeys Bangkok ผ่านลิงก์ Visionary Journeys Bangkok และใช้บริการ Le Café Louis Vuitton โดยจองผ่านลิงก์ Le Cafe Louis Vuitton

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลุยส์ วิตตอง ดึง 3 ศิลปินไทยเติมสีสัน LV The Place Bangkok

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...