โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา! คณะอนุกรรมการฯ นิรโทษกรรม หลังสะพัดตีตกคำร้อง ‘ทักษิณ ชินวัตร’

The Bangkok Insight

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

จับตา! คณะอนุกรรมการฯ นิรโทษกรรม หลังสะพัดตีตกคำร้อง "ทักษิณ ชินวัตร" ไม่เข้าเงื่อนไข

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม นัดหมายกรรมการเพื่อประชุมกลั่นกรองเรื่องคำขอนิรโทษกรรมและประมวลรายละเอียดคดีชุมนุมทางการเมือง ก่อนเตรียมสรุปและเสนอไปยังนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข (คณะกรรมการชุดใหญ่) เพื่อพิจารณา

ทักษิณ ชินวัตร

นายปิยะศิริ ระบุก่อนเริ่มการประชุมว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมค่อนข้างให้ความสนใจ และมีผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อตนเองเพื่อขอมาทำข่าว จึงอนุญาตให้มาทำข่าวได้ แต่ผลการประชุมจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันภายหลัง หรือหากผู้สื่อข่าวสามารถสอบถามจากกรรมการท่านใดในที่ประชุมได้ ก็เชิญสอบถามกันตามสะดวก

สำหรับบทบาทของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องในวันนี้ นายปิยะศิริ ระบุว่า จะมีการพิจารณาเรื่องและเสนอความเห็นไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งจะมีส่วนที่อาจส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยที่คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องไม่ต้องวินิจฉัย หรืออาจมีเรื่องใดที่ต้องวินิจฉัยหรือไม่

สำหรับคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องในการประชุมวันนี้ จะมีการพิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมาย เพื่อกลั่นกรองเรื่องที่หน่วยงานส่งให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขวินิจฉัยชี้ขาด และคำร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

จากนั้นจะเสนอความเห็นและผลการพิจารณาให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด หรือส่งเรื่องกรณีที่คณะกรรมการไม่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาล สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ โดยจะมีทั้งการเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง หรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมอบหมาย

ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพิจารณา เช่น รองศาสตราจารย์ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอนุกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)

สำหรับการประชุมวันนี้ เป็นการประชุมครั้งที่ 1/2569 ภายหลังนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยจะมีการนำเสนอวาระเข้าที่ประชุมทั้งหมด 23 เรื่อง ซึ่งเป็นที่น่าจับตาถึงจำนวนคดีทางการเมือง รายชื่อผู้ต้องขังและผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในห้วงวันที่ 1 ม.ค. 2548-16 ก.ค. 2568 ยกเว้นความผิดตามมาตรา 112 คดีทุจริต ความผิดต่อชีวิตและร่างกายอย่างร้ายแรงตามมาตรา 297 และความผิดต่อส่วนตัว

ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติและพฤติการณ์ทางคดีผ่านเกณฑ์ จะเป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์จากการนิรโทษกรรมทางคดีการเมือง นำไปสู่การลบทะเบียนประวัติอาชญากรหรือการยุติคดีในระบบ หรือการจำหน่ายคดีออกจากระบบศาล หรือปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำและทัณฑสถาน

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร

โดยเฉพาะกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีแนวโน้มค่อนข้างชัดเจนว่า ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ต่อ 4 คดีตามคำร้อง ถือเป็นคดีทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ ไม่เกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องจากคดีชุมนุมทางการเมือง จึงอาจไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมทั้ง 4 คดี

และเมื่อเปรียบเทียบไปยังแนวคิดและนโยบายของปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้เปิดเผยในที่ประชุมครั้งที่ 2/2569 ภายใต้ชื่อคณะทำงานสนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีความหรือการคุมขังที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง ถือเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและผลกระทบต่อครอบครัวของผู้เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้

"ต้องนึกถึงใจเขา ใจเรา ให้คิดว่าบุคคลเหล่านั้น หากเป็นญาติหรือครอบครัวของเรา ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันคลี่คลายปัญหาอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลา 6 เดือน" นายปิยะศิริ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...