โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลไม่ให้ประกัน ‘อัจฉริยะ’ คดีฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน ชี้พฤติการณ์ร้ายแรง

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลอาญายกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว “อัจฉริยะ” หลังตำรวจไซเบอร์หิ้วฝากขัง ค้านประกัน ชี้เส้นทางการเงินเชื่อมโยงเครือข่ายใหญ่ ศาลระบุพฤติการณ์ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เชื่อหากปล่อยอาจหลบหนี ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือก่อความเสียหายต่อการสอบสวน

5 ตุลาคม 2569 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 นำตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อายุ 59 ปี ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5926/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-16 ตุลาคม 2569

นายอัจฉริยะถูกกล่าวหาในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต

คดีนี้สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาว่า นายอัจฉริยะมีพฤติการณ์ใช้บัญชีเงินฝากของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่เปิดรับบริจาค ก่อนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวไปเล่นพนันมวย มีเงินทุนหมุนเวียนรวมประมาณ 360 ล้านบาท

พนักงานสอบสวนระบุเหตุผลในการขอฝากขังว่า ยังต้องสอบปากคำพยาน รอผลตรวจสอบประวัติอาชญากร รอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้อง

ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ มีมูลค่าความเสียหายและเส้นทางการเงินเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายใหญ่ เกรงว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือส่งผลกระทบต่อรูปคดีซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขัง

ต่อมาทนายความของนายอัจฉริยะยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว เห็นว่า ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย โดยกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่กันกระทำความผิด

ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชีส่วนตัวและบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งเป็นบัญชีรับบริจาค ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีเงินหมุนเวียนในระบบ และมีเงินโอนเข้าหรือโอนออกจำนวนมาก พฤติการณ์ดังกล่าวนับเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และเป็นเรื่องร้ายแรง

ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว โดยอ้างว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้เสียหายหรือพยาน และอาจยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ทำให้ยากต่อการสืบสวนติดตาม

ศาลเห็นว่า กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากได้รับการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจหลบหนี ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จึงมีคำสั่งยกคำร้อง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...