โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"รสรินทร์" ทวงงบฟื้นสะพานผาเต่า อุตรดิตถ์ พายุซัดขาดสูญ 13 ล้าน

Nation Online

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

6 ตุลาคม 2569 น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อช่วยเหลือประชาชน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ จากกรณี สะพานผาเต่า ถูกน้ำป่าและอิทธิพล พายุบัวลอย ซัดพังถล่มเสียหายตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2568 ตัดขาดเส้นทางสัญจรหลัก ส่งผลกระทบต่อ 300 ครัวเรือนและรายได้ท่องเที่ยวสูญกว่า 13 ล้านบาท จึงเร่งประสาน 3 กระทรวงอัดฉีดงบประมาณซ่อมสร้างด่วน

น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ กรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้ลุกขึ้นหารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีความเดือดร้อนอย่างหนักของประชาชนในพื้นที่บ้านผาเต่า ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ สืบเนื่องจาก ‘สะพานผาเต่า’ ซึ่งเป็นสะพานสลิงข้ามแม่น้ำน่าน ได้รับความเสียหายจากอิทธิพลของพายุบัวลอย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เส้นทางสัญจรหลักถูกตัดขาด

น.ส.รสรินทร์ ระบุว่า สะพานแห่งนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2540 ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่เชื่อมการเดินทางระหว่าง 2 หมู่บ้านเข้าด้วยกัน การพังทลายของสะพานได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนกว่า 300 ครัวเรือน หรือประมาณ 840 คน ที่ต้องพบกับความยากลำบากในการสัญจรและใช้ชีวิตประจำวัน

นอกจากมิติของการคมนาคมแล้ว ความเสียหายดังกล่าวยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจระดับฐานราก เนื่องจากสะพานผาเต่าถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของพื้นที่ โดยสถิติในช่วงที่เปิดใช้งานตามปกติ พบว่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 140,000 คนต่อปี และสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนสูงถึง 13 ล้านบาทต่อปี

"ภายหลังสะพานพังทลายลง ผู้ประกอบการและประชาชนที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต มีประชาชนกว่า 200 คนต้องขาดรายได้ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่บางส่วนต้องตัดสินใจยุติการประกอบกิจการ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวและลูกค้าหดหายไป" สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ ระบุ

ในตอนท้าย น.ส.รสรินทร์ ได้เรียกร้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ช่วยประสานไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดกระบวนการพิจารณาและจัดสรรงบประมาณสำหรับก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ทดแทนของเดิมโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการเดินทางของประชาชน ตลอดจนฟื้นฟูศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้เม็ดเงินและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่บ้านผาเต่ากลับมาเดินหน้าได้ตามปกติอีกครั้ง

ชาวอุตรดิตถ์ ขอบคุณ ‘สส.รสรินทร์’ ช่วยซับน้ำตาผู้ประสบภัยใน กทม.

ขณะที่ในช่วงวิกฤตอุทกภัยที่ผ่านมา น.ส.รสรินทร์ ได้ดำเนินการส่งความช่วยเหลือไปยังพี่น้องชาวอุตรดิตถ์ ที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า "แม้ตัวจะอยู่ไกลบ้าน แต่หัวใจยังผูกพันกับบ้านเกิด ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน" พร้อมกล่าวขอบคุณนายสิรวิทย์ ตัวแทนพรรคโอกาสใหม่ และผู้ประสานงานทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำงานอย่างหนัก

ผลจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำไหลหลากท่วมที่อยู่อาศัยในตำบลจริม และพื้นที่อื่นๆ ปรากฏภาพสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน โดยมีชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนท้ายรถกระบะ กอดถุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมพนมมือไหว้ขอบคุณ สส.รสรินทร์ โดยกล่าวว่า "ถ้าไม่ได้ที่นั่นแย่เลยค่ะ ไม่มีใครมาช่วยเราเลย ขอบคุณมาก"

นอกจากนี้ น.ส.รสรินทร์ ยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย โดยร่วมไว้อาลัยในงานฌาปนกิจคุณยายผิว บุตรดีกอง (ม.1 ต.บ้านฝาย) และคุณพ่อเหลี่ยม แสงมณี (ต.นายาง) เพื่อแสดงความเสียใจและเคียงข้างประชาชนในยามยากลำบาก

ประสาน 3 กระทรวงแก้ปัญหาที่ดิน-โครงสร้างพื้นฐานเรื้อรัง

ในด้านการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง น.ส.รสรินทร์ ได้ใช้กลไกการประสานงานระดับกระทรวง เพื่อเร่งรัดโครงการที่ติดขัด ประกอบด้วย การประสาน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เพื่อแก้ปัญหาการสัญจรเร่งด่วน กรณีสะพานห้วยน้ำมืด (บ้านวังเบน ม.8 ต.บ่อทอง อ.ทองแสนขัน) ที่พังเสียหายจากพายุบัวลอย ตั้งแต่ปี 2568

ประสานนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงทรัพย์ฯ เพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้พื้นที่ป่าไม้สำหรับสร้างที่อยู่อาศัยให้ผู้ประสบอุทกภัยที่ ต.น้ำไคร้ (บ้านนากล่ำ) พร้อมทั้งของบประมาณจัดทำสมุดคู่มือ คทช. ที่เหลือ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินใน ต.น้ำไคร้, ต.ห้วยมุ่น และ ต.สองห้อง ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมาหลายปี

ยื่นหนังสือหารือกับ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เพื่อแก้ปัญหาถนนเชิงลาดสะพานหาดสามแสน บ้านผาเต่า ต.ผาเลือด ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้สัญจรมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขทั้งในระยะเบื้องต้นและระยะถาวร

สำหรับการพัฒนาในระดับพื้นที่ น.ส.รสรินทร์ ได้ลงพื้นที่ติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาด้านชลประทานในเขต 2 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโครงการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำใน ต.นายาง และคลองส่งน้ำห้วยน้ำมืด (คลองส่งน้ำสายใหญ่ กม.14+200) ต.ผักขวง อ.ทองแสนขัน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากโครงการชลประทานอุตรดิตถ์

นอกจากนี้ ยังได้มอบงบประมาณสนับสนุนการเทพื้นคอนกรีตในพื้นที่ ม.1 ต.สองห้อง อ.ฟากท่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

ในมิติของการพัฒนาสังคมและการศึกษา สส.รสรินทร์ ได้รับมอบหนังสือจากตัวแทนพรรคโอกาสใหม่ เพื่อส่งต่อข้อเสนอ 4 ประเด็นให้แก่คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งสนับสนุนค่ายเยาวชนอาสา ณ โรงเรียนบ้านน้ำหมีใหญ่ ต.ผักขวง ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...