"รสรินทร์" ทวงงบฟื้นสะพานผาเต่า อุตรดิตถ์ พายุซัดขาดสูญ 13 ล้าน
6 ตุลาคม 2569 น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อช่วยเหลือประชาชน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ จากกรณี สะพานผาเต่า ถูกน้ำป่าและอิทธิพล พายุบัวลอย ซัดพังถล่มเสียหายตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2568 ตัดขาดเส้นทางสัญจรหลัก ส่งผลกระทบต่อ 300 ครัวเรือนและรายได้ท่องเที่ยวสูญกว่า 13 ล้านบาท จึงเร่งประสาน 3 กระทรวงอัดฉีดงบประมาณซ่อมสร้างด่วน
น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ กรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้ลุกขึ้นหารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีความเดือดร้อนอย่างหนักของประชาชนในพื้นที่บ้านผาเต่า ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ สืบเนื่องจาก ‘สะพานผาเต่า’ ซึ่งเป็นสะพานสลิงข้ามแม่น้ำน่าน ได้รับความเสียหายจากอิทธิพลของพายุบัวลอย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เส้นทางสัญจรหลักถูกตัดขาด
น.ส.รสรินทร์ ระบุว่า สะพานแห่งนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2540 ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่เชื่อมการเดินทางระหว่าง 2 หมู่บ้านเข้าด้วยกัน การพังทลายของสะพานได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนกว่า 300 ครัวเรือน หรือประมาณ 840 คน ที่ต้องพบกับความยากลำบากในการสัญจรและใช้ชีวิตประจำวัน
นอกจากมิติของการคมนาคมแล้ว ความเสียหายดังกล่าวยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจระดับฐานราก เนื่องจากสะพานผาเต่าถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของพื้นที่ โดยสถิติในช่วงที่เปิดใช้งานตามปกติ พบว่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 140,000 คนต่อปี และสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนสูงถึง 13 ล้านบาทต่อปี
"ภายหลังสะพานพังทลายลง ผู้ประกอบการและประชาชนที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต มีประชาชนกว่า 200 คนต้องขาดรายได้ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่บางส่วนต้องตัดสินใจยุติการประกอบกิจการ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวและลูกค้าหดหายไป" สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ ระบุ
ในตอนท้าย น.ส.รสรินทร์ ได้เรียกร้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ช่วยประสานไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดกระบวนการพิจารณาและจัดสรรงบประมาณสำหรับก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ทดแทนของเดิมโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการเดินทางของประชาชน ตลอดจนฟื้นฟูศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้เม็ดเงินและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่บ้านผาเต่ากลับมาเดินหน้าได้ตามปกติอีกครั้ง
ชาวอุตรดิตถ์ ขอบคุณ ‘สส.รสรินทร์’ ช่วยซับน้ำตาผู้ประสบภัยใน กทม.
ขณะที่ในช่วงวิกฤตอุทกภัยที่ผ่านมา น.ส.รสรินทร์ ได้ดำเนินการส่งความช่วยเหลือไปยังพี่น้องชาวอุตรดิตถ์ ที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า "แม้ตัวจะอยู่ไกลบ้าน แต่หัวใจยังผูกพันกับบ้านเกิด ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน" พร้อมกล่าวขอบคุณนายสิรวิทย์ ตัวแทนพรรคโอกาสใหม่ และผู้ประสานงานทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำงานอย่างหนัก
ผลจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำไหลหลากท่วมที่อยู่อาศัยในตำบลจริม และพื้นที่อื่นๆ ปรากฏภาพสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน โดยมีชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนท้ายรถกระบะ กอดถุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมพนมมือไหว้ขอบคุณ สส.รสรินทร์ โดยกล่าวว่า "ถ้าไม่ได้ที่นั่นแย่เลยค่ะ ไม่มีใครมาช่วยเราเลย ขอบคุณมาก"
นอกจากนี้ น.ส.รสรินทร์ ยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย โดยร่วมไว้อาลัยในงานฌาปนกิจคุณยายผิว บุตรดีกอง (ม.1 ต.บ้านฝาย) และคุณพ่อเหลี่ยม แสงมณี (ต.นายาง) เพื่อแสดงความเสียใจและเคียงข้างประชาชนในยามยากลำบาก
ประสาน 3 กระทรวงแก้ปัญหาที่ดิน-โครงสร้างพื้นฐานเรื้อรัง
ในด้านการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง น.ส.รสรินทร์ ได้ใช้กลไกการประสานงานระดับกระทรวง เพื่อเร่งรัดโครงการที่ติดขัด ประกอบด้วย การประสาน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เพื่อแก้ปัญหาการสัญจรเร่งด่วน กรณีสะพานห้วยน้ำมืด (บ้านวังเบน ม.8 ต.บ่อทอง อ.ทองแสนขัน) ที่พังเสียหายจากพายุบัวลอย ตั้งแต่ปี 2568
ประสานนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงทรัพย์ฯ เพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้พื้นที่ป่าไม้สำหรับสร้างที่อยู่อาศัยให้ผู้ประสบอุทกภัยที่ ต.น้ำไคร้ (บ้านนากล่ำ) พร้อมทั้งของบประมาณจัดทำสมุดคู่มือ คทช. ที่เหลือ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินใน ต.น้ำไคร้, ต.ห้วยมุ่น และ ต.สองห้อง ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมาหลายปี
ยื่นหนังสือหารือกับ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เพื่อแก้ปัญหาถนนเชิงลาดสะพานหาดสามแสน บ้านผาเต่า ต.ผาเลือด ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้สัญจรมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขทั้งในระยะเบื้องต้นและระยะถาวร
สำหรับการพัฒนาในระดับพื้นที่ น.ส.รสรินทร์ ได้ลงพื้นที่ติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาด้านชลประทานในเขต 2 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโครงการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำใน ต.นายาง และคลองส่งน้ำห้วยน้ำมืด (คลองส่งน้ำสายใหญ่ กม.14+200) ต.ผักขวง อ.ทองแสนขัน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากโครงการชลประทานอุตรดิตถ์
นอกจากนี้ ยังได้มอบงบประมาณสนับสนุนการเทพื้นคอนกรีตในพื้นที่ ม.1 ต.สองห้อง อ.ฟากท่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
ในมิติของการพัฒนาสังคมและการศึกษา สส.รสรินทร์ ได้รับมอบหนังสือจากตัวแทนพรรคโอกาสใหม่ เพื่อส่งต่อข้อเสนอ 4 ประเด็นให้แก่คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งสนับสนุนค่ายเยาวชนอาสา ณ โรงเรียนบ้านน้ำหมีใหญ่ ต.ผักขวง ด้วย