ชนชั้นปกครองของสหรัฐอเมริกา ฆ่าคนไปเท่าไหร่แล้ว? (12)
สถาพร ศรีสัจจัง
“ยุทธการลิตเติ้ล บิ๊กฮอร์น” (Battle of Little Bighorn) หรืออาจเรียกตาม “เจตนา” ของยุทธการได้ว่า “สงครามที่ลิตเติ้ล บิ๊กฮอร์น” ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน ค.ศ.1876 (150 ปีก่อน) ถือเป็นสงครามสำคัญครั้งสุดท้ายระหว่างกองกำลังพันธมิตร “อินเดียนแดง” กับกองกำลังของรัฐบาลอเมริกา ผู้ “ตั้งใจ” เข้าไปรุกรานชนเผ่าพื้นเมืองเจ้าของดินแดนบนที่ราบกว้างใหญ่ริมแม่น้ำมิสซิสซิปปีฝั่งตะวันออก—คือชนเผ่า “อินเดียนแดง” ทั้งหลาย
เป้าหมายหลักของรัฐบาลอเมริกายุกบุกเบิกตั้งประเทศ ก็คือการยึดครองดินแดนเป็นของตนเพื่อขยายอาณาจักรไปให้จรดฝั่งมหาสมุทรด้านตะวันตก โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา ถึงขนาดอ้างว่าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า (God) ที่ต้องการให้รัฐบาลอเมริกาทำเช่นนี้ เพื่อ “ทำให้คนป่าเถื่อน (หมายถึงชนพื้นเมืองเดิม) ได้มีอารยะ”—หรืออะไรทำนองนั้นก็มี!
“ยุทธการลิตเติ้ล บิ๊กฮอร์น” จบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับอัปลักษณ์ของกองกำลังรัฐบาลอเมริกา หนักหนากว่าเมื่อครั้ง “สงครามเมฆแดง” ที่เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1866-1868 ก่อนหน้านั้นเสียอีก
ใน “สงครามเมฆแดง” (เรียกว่า “สงครามเมฆแดง” เพราะผู้บัญชาการรบสูงสุดของอินเดียนแดงครั้งนั้นมีฉายาว่า “เมฆแดง”) ช่วงต้น คือในปี ค.ศ.1866 “เจ้าม้าคลั่ง” หรือ “Crazy Horse” ผู้นำนักรบหนุ่มที่ชาญฉลาดที่สุด ได้นำกองกำลังอินเดียนแดงล่อหลอกและล้อมบดขยี้กองกำลังทหารอเมริกันภายใต้การนำของร้อยเอกวิลเลียม เจ. เฟทเทอร์แมน รวม 81 นายตายเกลี้ยง ภายในเวลาเพียงประมาณ 45 นาที
“ยุทธการเฟทเทอร์แมน” นี้เองที่นำไปสู่ความพ่ายแพ้ของฝ่ายรัฐบาลอเมริกาต่อนักรบอินเดียนแดง จนต้องยอมแพ้และยอมลงนามใน “สนธิสัญญาฟอร์ต ลารามี” (Treaty of Fort Laramie) อันเป็นเหตุให้รัฐบาลอเมริกันตระบัดสัตย์ไม่ปฏิบัติตามสนธิสัญญาดังกล่าวในภายหลัง
เพราะความต้องการขยายดินแดนมาแต่เดิม และความโลภที่เกิดจากความต้องการปล้นสดมภ์สินแร่ทองคำจาก “เทือกเขาแบล็กฮิลส์”—ซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของอินเดียนแดงเผ่าซู จนก่อให้เกิด “ยุทธการลิตเติ้ล บิ๊กฮอร์น” สงครามเพื่อ “ศักดิ์ศรี” ครั้งสำคัญของเจ้าของดินแดนเดิมคืออินเดียนแดงในเวลาต่อมา (ค.ศ.1876)
ข้อมูลจากหลักฐานประวัติศาสตร์อเมริกันบอกเราว่า “ยุทธการลิตเติ้ล บิ๊กฮอร์น” (เพราะทำการรบกันที่บริเวณหุบเขาริมแม่น้ำชื่อ ’ลิตเติ้ล บิ๊กฮอร์น‘) มีชื่อที่สำคัญ (Big names) เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์หลายชื่อด้วยกัน
ฝ่ายกองกำลังรัฐบาลอเมริกันมีผู้บัญชาการคนสำคัญที่ระบือลือนาม (เพราะเป็นมือปราบอินเดียนแดงที่ลือชื่อมาก่อน) คือนายพันโทจอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ (Lieutenant Colonel George Armstrong Custer) ผู้บัญชาการกรมทหารม้าที่ 7
ฝ่ายอินเดียนแดง—ผู้บัญชาการอาวุโสคือ “ซิทติ้ง บูลล์” (Sitting Bull) และมีหัวหน้านักรบปฏิบัติการคนสำคัญคือ “เครซี่ ฮอส” เจ้าม้าคลั่งหนุ่มผู้ชาญฉลาดเชิงยุทธการคนเก่าแห่ง “ยุทธการเฟทเทอร์แมน” และ “กอลล์” (Gall) นักรบหนุ่มอีกคน เป็นต้น
พูดถึง “คัสเตอร์ผมยาว” (Long Hair Custer) หรือ “คัสเตอร์หัวเหลือง” (Yellow Hair Custer) ที่ชาวอินเดียนแดงใช้เรียกพันโทจอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ ผู้บัญชาการกรมทหารม้าที่ ๗ ของรัฐบาลอเมริกัน—กันก่อน
พันโทจอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ เป็นนายทหารที่ผ่านสงครามกลางเมืองอเมริกัน (American Civil War, ค.ศ.1861-1865) มาอย่างโชกโชน ในสงครามกลางเมืองอเมริกันครั้งนั้น เขาสังกัดอยู่ฝ่าย “สหภาพ” (Union) หรือฝ่ายเหนือ
เขาเป็นนักรบที่โดดเด่นและก้าวหน้าเร็วมาก ได้รับการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทอย่างสำคัญในหลายสมรภูมิ เช่น ยุทธการที่เกตตีสเบิร์ก (Battle of Gettysburg) ในปี ค.ศ.1863
แต่ปฏิบัติการที่ส่งให้เขามีชื่อเสียงครั้งแรกคือ “ยุทธการมานาสซาสครั้งแรก” (First Battle of Manassas) ในปี ค.ศ.1861
ทหารม้าภายใต้การบังคับบัญชาของเขามีส่วนสำคัญในการตัดเส้นทางการถอยทัพของพลเอกโรเบิร์ต อี. ลี (Robert E. Lee) แม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ และเขาเป็นผู้บัญชาการทหารคนหนึ่งที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ตอนที่ฝ่ายใต้ประกาศยอมจำนนที่ ‘แอปโปแมตทอกซ์’ (Appomattox) ในเดือนเมษายน ค.ศ.1865
ในช่วงสงครามกลางเมือง คัสเตอร์เคยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงยศเป็น “พลตรี” (Brevet Major General) แต่หลังสงครามเมื่อยังยืนยันการเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารของรัฐ เขากลับได้รับยศถาวรเป็นเพียง “นายพันโท” (Lieutenant Colonel) เท่านั้น!!!