โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. หนีไม่พ้น 'วิกฤตน้ำท่วม' สัญญาณเตือน ‘โลกร้อน-เมืองทรุด’

SpringNews

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานครเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้กลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่สะท้อนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (Climate Change) และปัจจัยทางกายภาพของเมืองหลวงอย่างชัดเจน โดยฝนที่ตกหนักสะสมเกือบ 300 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง คิดเป็นปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ระบบระบายน้ำของเมืองเกินขีดความสามารถที่จะรองรับได้ เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง ทางการต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย ขณะที่ประชาชนอีกหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่

อะไรเป็นสาเหตุให้ฝนตกหนักขนาดนี้

ต้นเหตุของฝนตกหนักผิดปกติครั้งนี้ เกิดจากระบบความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนตัวช้าและหยุดนิ่งปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ยาวนานถึง 3 วัน ผสานกับอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในอ่าวไทยที่สูงขึ้นแตะระดับ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติหลายองศา มวลความร้อนและไอน้ำมหาศาลจากทะเลจึงช่วยเติมพลังงานให้กลุ่มเมฆฝนฟูฟ่องและปลดปล่อยน้ำฝนลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยนักวิทยาศาสตร์พบร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเด่นชัด เนื่องจากบรรยากาศที่ร้อนขึ้นสามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น ส่งผลให้วันที่มีฝนตกหนักในกรุงเทพฯ มีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น 6-12 มิลลิเมตรในทุกๆ สิบปี

ทำไมกรุงเทพจึงเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม

นอกเหนือจากปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะภูมิประเทศและโครงสร้างเมืองของกรุงเทพฯ ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เมืองเสี่ยงต่ออุทกภัยร้ายแรง โดยกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเผชิญปัญหาการทรุดตัวของชั้นดินจากการสูบน้ำบาดาลมาหลายทศวรรษ แม้ปัจจุบันอัตราการทรุดตัวจะลดลงเหลือ 2-3 เซนติเมตรต่อปี แต่เมื่อรวมกับสภาวะระดับน้ำทะเลปานกลางที่สูงขึ้น ทำให้การระบายน้ำท่วมลงสู่ระบบอ่าวไทยทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วและการแทนที่พื้นที่ดินร่วนซุยด้วยผืนคอนกรีตในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ยังส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลบ่าบนพื้นผิวเพิ่มขึ้นถึง 25% ในช่วงฝนตกหนัก

กรุงเทพหนีไม่พ้นปัญหาน้ำท่วม

เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ แบบเดิมซึ่งออกแบบไว้สำหรับรับมือฝนตกหนักระยะสั้น ไม่เพียงพอสำหรับการรับมือกับพายุฝนสุดขั้วในอนาคตอีกต่อไป ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอแนะให้เร่งปรับปรุงผังเมืองโดยเน้นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เพิ่มพื้นที่ซึมน้ำ และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีความแม่นยำและรวดเร็ว เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากปัจจัยทั้งด้านภูมิอากาศ ภูมิศาสตร์ และการเติบโตของเมืองได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า กรุงเทพฯ จะต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมรุนแรงเช่นนี้อีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...