“โสภณ” มอบรางวัลพานแว่นฟ้า 2569! ชวนสังคมใช้ AI อย่างสมดุล ย้ำเทคโนโลยีถ่ายทอด “จิตวิญญาณมนุษย์” ไม่ได้ทั้งหมด
วันพุธที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา ณ บริเวณโถงหน้าห้องสัมมนา B1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2569 แก่ผู้ชนะการประกวดวรรณกรรมประเภทเรื่องสั้นและบทกวีที่ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย กล่าวรายงานโดย นางจงเดือน สุทธิรัตน์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมี คณะทำงานทางการเมืองของประธานรัฐสภา คณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี สำหรับผลการประกวดวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2569 ประเภทเรื่องสั้น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเรื่อง ”มาตุ-ภูมิ“ โดย วัฒน์ ยวงแก้ว ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า เกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่ ผลงานเรื่อง “ผี/พ่อ/ผม” โดย วุฒินันท์ ชัยศรี และผลงานเรื่อง “เมื่อความร้อนไม่เคยลงคะแนน” โดย วิรัช ขันตยานุกูลกิจ ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า เกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัลรางวัลละ 60,000 บาท ประเภทบทกวี รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเรื่อง ”ใบสั่งซื้อยังไม่ได้ใบเสร็จ” โดย สงกาสังข์ ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า เกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่ ผลงานเรื่อง “พยัญ(ไม่)ชนะ สระบนไม่เหนือใคร (เพราะรวมเป็นหนึ่ง จึงงดงาม)” โดย ปะการัง และผลงานเรื่อง “ร่มพยุงเมือง”โดย วัทนพร บุญชู ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า เกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัลรางวัลละ 60,000 บาท ส่วนรางวัลชมเชย ประเภทเรื่องสั้นและบทกวี ประเภทละ 10 รางวัล ได้รับเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัลรางวัลละ 30,000 บาท จากนั้น ประธานรัฐสภา กล่าวให้โอวาทแก่ผู้ได้รับรางวัล ใจความสำคัญว่า วรรณกรรมที่ศิลปินและนักเขียนทุกท่านส่งเข้าประกวดล้วนมีคุณค่า แต่ในยุคดิจิทัล หากเรื่องราวเหล่านี้ได้รับการเขียนขึ้นเป็นอย่างดีแต่ไม่ได้รับการเผยแพร่และเข้าถึงการอ่าน ก็อาจทำให้คุณค่าของวรรณกรรมไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น โครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการอ่าน โดยเฉพาะห้องสมุดรัฐสภา ในปีงบประมาณ 2570 จะดำเนินการอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ให้เยาวชนและประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันสังคมกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างโลกในปัจจุบันกับโลกอนาคตที่มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ซึ่งบางครั้งการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้มนุษย์ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วมากกว่ามิติด้านจิตใจและความละเอียดอ่อนของความเป็นมนุษย์ เปรียบได้กับการรับชมภาพยนตร์ที่สร้างโดย AI กับภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์จากมนุษย์ ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันในด้านความงดงามและคุณค่าที่ถ่ายทอดออกมา จึงอยากเห็นสังคมไทยใช้โลกดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ให้เกิดความสมดุลกับชีวิตจริง ทั้งนี้ ปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ได้ทั้งหมด ขณะที่การเขียน การพูด และการถ่ายทอดความคิดจากมนุษย์สามารถสร้างอารมณ์ ความรู้สึก และเสน่ห์ของการสื่อสารได้ เช่นเดียวกับการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หากเป็นการอภิปรายที่เกิดจากความรู้ ความเข้าใจ และความรู้สึกของผู้พูด ย่อมมีเสน่ห์แตกต่างจากการอ่านข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ จึงอยากเห็นสังคมไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ควบคู่ไปกับการรักษาคุณค่าของความเป็นมนุษย์ได้อย่างสมดุล ประธานรัฐสภา กล่าวด้วยว่า โครงการรางวัลพานแว่นฟ้าเป็นอีกโครงการหนึ่งที่มีส่วนช่วยรักษาความเป็นไทย ทั้งในด้านการเขียนและการอ่าน เนื่องจากปัจจุบันผู้คนเขียนหนังสือน้อยลง จึงขอชื่นชมผู้ที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทุกคน และขอส่งกำลังใจให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับรางวัลว่าอย่าท้อถอย เพราะการสร้างสรรค์ผลงานและการมีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าวถือเป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าของงานวรรณกรรม การรักษาบ้านเกิดเมืองนอนและความเป็นชาติ นอกจากการรักษาผืนแผ่นดินและเอกราชแล้ว ยังต้องรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษได้สร้างและสืบทอดไว้ด้วย พร้อมหวังว่าในปีต่อไปโครงการรางวัลพานแว่นฟ้าจะมีความเข้มข้นยิ่งขึ้น มีการประชาสัมพันธ์โครงการให้กว้างขวาง และเปิดโอกาสให้ผลงานที่ส่งเข้าประกวดได้รับการเผยแพร่ผ่านสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐสภา โดยเฉพาะผลงานที่ได้รับรางวัล เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และซึมซับเรื่องราวที่มีคุณค่า ปัจจุบันสังคมให้ความสนใจกับเรื่องดราม่าหรือเรื่องที่สร้างความขัดแย้ง เนื่องจากเป็นเรื่องที่ติดตามได้ง่าย ขณะที่เรื่องราวดี ๆ อาจไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร จึงเคยกล่าวกับสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ในฐานะสื่อของฝ่ายนิติบัญญัติว่า เรื่องใดที่ไม่สร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่ ขณะที่เรื่องใดเป็นเรื่องดีและสร้างสรรค์ควรได้รับการเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเกิดการซึมซับสิ่งที่ดี ไม่ควรสร้างหรือส่งเสริมความเกลียดชังในสังคม ในช่วงท้าย ประธานรัฐสภา กล่าวขอบคุณคณะกรรมการและผู้ส่งผลงานวรรณกรรมเข้าร่วมโครงการรางวัลพานแว่นฟ้าทุกคน พร้อมแสดงความชื่นชมและยินดีกับผู้ได้รับรางวัล รวมทั้งให้กำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมประกวดทุกคน โดยหวังว่าการสร้างสรรค์และเผยแพร่สิ่งดี ๆ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณค่าและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชีวิตของทุกคน
รางวัลพานแว่นฟ้าเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ชนะการประกวดเรื่องสั้นและบทกวีที่ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ได้จัดประกวดวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้ามาตั้งแต่ปี 2545 โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าและบทบาทของวรรณกรรมการเมืองในการธำรงรักษาและส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดจนให้ความสำคัญกับสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนด้านการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านรูปแบบงานวรรณกรรม สำหรับการประกวดวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งในด้านสิทธิ หน้าที่ ความเสมอภาค และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความเป็นประชาธิปไตยผ่านงานวรรณกรรม
โดยในปี 2569 มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวม 856 ผลงาน แบ่งเป็นประเภทเรื่องสั้น 384 ผลงาน และประเภทบทกวี 472 ผลงาน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาตัดสินผลงานทั้งสองประเภทเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และประกาศผลการตัดสินเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569