“ราคาแร่เหล็ก” ร่วงต่ำสุดรอบ 2 ปี กังวลอุปสงค์อ่อนแอ-อุปทานเพิ่ม
"ราคาแร่เหล็ก" ในสิงคโปร์ร่วงแตะ 89.25 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย.2567 นักวิเคราะห์คาดราคาอาจลดลงแตะ 85 ดอลลาร์ต่อตัน
วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 09.46 น. สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ราคาแร่เหล็กปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี เนื่องจากแนวโน้มความต้องการที่อ่อนแอลง ประกอบกับอุปทานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2569 ส่งผลให้ตลาดเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง
สัญญาซื้อขายแร่เหล็กล่วงหน้าอ้างอิงในตลาดสิงคโปร์ปรับตัวลดลงมากถึง 1.4% แตะระดับ 89.25 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดระหว่างวันนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ขณะที่ราคาแร่เหล็กในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ต้าเหลียน (Dalian Commodity Exchange) ของจีน ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีเช่นกัน
ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาแร่เหล็กมาจากจีน ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการใช้เหล็กชะลอตัวตามฤดูกาล ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ตลาดขาดปัจจัยสนับสนุนที่จะช่วยผลักดันราคาแร่เหล็กให้ฟื้นตัว
เมิ่งเทียน เจียง (Mengtian Jiang) หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดโลหะเหล็กจาก Horizon Insights กล่าวว่า ราคาแร่เหล็กมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในระดับอ่อนแอต่อเนื่องตลอดเดือนพฤศจิกายน และอาจปรับตัวลดลงสู่ระดับ 85-86 ดอลลาร์ต่อตัน เนื่องจากช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีเป็นช่วงที่ความต้องการใช้เหล็กอยู่ในระดับต่ำที่สุดตามฤดูกาล
เจียงระบุว่า ท่ามกลางปริมาณสต็อกแร่เหล็กที่ท่าเรือซึ่งยังอยู่ในระดับสูง โรงถลุงเหล็กเลือกซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับความต้องการใช้งานในระยะสั้นเท่านั้น แทนที่จะเร่งสะสมสินค้าคงคลัง อีกทั้งผู้ประกอบการเริ่มตอบสนองต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาคน้อยลง
ขณะเดียวกัน ปริมาณการขนส่งแร่เหล็กจากผู้ผลิตรายใหญ่ 4 แห่งของโลก ซึ่งรวมถึง Rio Tinto Group และ BHP Group คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากถึง 18 ล้านตันในไตรมาส 4/2569 ขณะที่เหมืองแร่เหล็ก Simandou ในประเทศกินียังคงทยอยเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานแร่เหล็กในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นอีก
ก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งในการเจรจาระหว่าง China Mineral Resources Group (CMRG) ซึ่งเป็นผู้จัดซื้อแร่เหล็กที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน กับบริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ ได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน และเป็นปัจจัยหนุนราคาแร่เหล็กบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ความกังวลดังกล่าวเริ่มคลี่คลายลงหลังการเจรจาบางส่วนได้ข้อยุติ รวมถึงกรณีของ Rio Tinto แม้ว่าบริษัท Fortescue ของออสเตรเลียยังคงอยู่ระหว่างการเจรจากับ CMRG เกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น
ณ เวลา 10.45 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาแร่เหล็กปรับตัวลดลง 1.2% มาอยู่ที่ระดับ 89.40 ดอลลาร์ต่อตัน สะท้อนแรงกดดันจากความต้องการที่อ่อนแอและแนวโน้มอุปทานที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี
ส่วนความเคลื่อนไหวของโลหะอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในตลาดโลหะลอนดอน (London Metal Exchange: LME) ราคาทองแดงปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% แตะระดับ 14,360 ดอลลาร์ต่อตัน โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น หลังหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่ราคาอะลูมิเนียมปรับตัวลดลง ส่วนราคาสังกะสียังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับราคาปิดสูงสุดของเดือนนี้
อ้างอิง : bloomberg.com