โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สุดารัตน์’ นำของช่วยน้ำท่วม ‘แยกนิด้า-แฟลตคลองจั่น’ ชี้หนักสุดที่เคยเห็นใน กทม.

The Reporters

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘สุดารัตน์’ นำของช่วยน้ำท่วม ‘แยกนิด้า-แฟลตคลองจั่น’ ชี้หนักสุดที่เคยเห็นใน กทม. จี้เร่งสูบน้ำออกจากชุมชนใน ‘แอ่งกระทะ’ หวั่นท่วมขังเป็นสัปดาห์ เสนอรัฐตั้ง War Room บริหารวิกฤตเป็นระบบ ตั้งผู้ว่าฯ กทม.บัญชาการ-ผอ.เขตคุมพื้นที่ พร้อมเร่งเยียวยารถคนจนที่ไม่มีประกัน

วันนี้ (28 ก.ย. 69)คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานมูลนิธิไทยพึ่งไทย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่บริเวณแยกนิด้า-แฟลตคลองจั่น เพื่อนำสิ่งของไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมกล่าวว่า ได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่แฟลต 5-8 และนำของเข้าไป 2 ลำ ซึ่งอย่างน้อย 3 แฟลตที่เข้าไปช่วยเหลือระบุว่าเป็นชุดแรกที่เข้าไปถึง ทั้งที่สถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่วันที่ 4 แล้ว

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็น สส.ในพื้นที่นี้มานานกว่า 30 ปี และเคยเป็นรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องน้ำท่วม กทม.ตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปี 2549 รวมถึงดูแลกรมชลประทาน ไม่เคยเห็นสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่หนักหนาเช่นนี้ และหากจะบอกว่าไม่ใช่มหาอุทกภัยก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร โดยต้องดูจากความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า แม้ฝนอาจซาลงและฟ้าเริ่มใส แต่ไม่ควรดีใจเพียงเพราะเห็นถนนสายหลักน้ำแห้ง เพราะจากการลงพื้นที่ตั้งแต่เขตบึงกุ่ม สะพานสูงและบางกะปิ พบหมู่บ้านเก่าและหมู่บ้านดั้งเดิมหลายร้อยแห่งตามซอย รวมถึงชุมชนริมคลองที่ยังมีน้ำท่วมสูงถึงคอถึงหัว แต่ไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือ จึงเสนอให้สำนักงานเขตฝั่งตะวันออกและฝั่งเหนือเร่งสำรวจพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพฯฝั่งตะวันออกและฝั่งเหนือมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ และมีพื้นที่ลักษณะเป็นหลุม ทำให้น้ำไม่สามารถระบายออกได้

“แม้ถนนใหญ่จะแห้งแล้วแต่น้ำในชุมชนอาจท่วมขังต่อไปอีกเป็นสัปดาห์ จึงต้องเร่งสูบน้ำออกและเข้าสู่ระบบระบายน้ำ เพราะหลายชุมชนมีน้ำเน่าแล้ว การแก้ปัญหาต้องมองเข้าไปถึงพื้นที่ในซอยและชุมชน ไม่ใช่เฉพาะถนนสายหลัก เพราะมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนอยู่ในหลายร้อยหมู่บ้าน” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ยังเสนอว่าการบริหารสถานการณ์ต้องทำอย่างเป็นระบบ โดยในระดับประเทศ รัฐบาลควรตั้งวอร์รูมน้ำท่วม และมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาอยู่ในวอร์รูม

ส่วนระดับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ควรมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยให้ผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้บัญชาการและมีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่ภายใต้การสั่งการของผู้ว่าฯ เพื่อให้สามารถสั่งการได้ทั้งหมด ไม่ใช่การสัมภาษณ์หน่วยงานหนึ่งแล้วโยนว่าเป็นหน้าที่ของ กทม.จนประชาชนสับสนและความช่วยเหลือไปไม่ถึงพื้นที่

ส่วนระดับเขต คุณหญิงสุดารัตน์เสนอให้ตั้งผู้อำนวยการเขตเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำเขต และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ภายใต้การสั่งการ โดยมีภารกิจหลัก 3 เรื่อง คือช่วยเหลือประชาชน ระบายน้ำท่วมและจัดการความช่วยเหลือที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ พร้อมให้ข้อมูลจากแต่ละเขตรายงานขึ้นไปแบบเรียลไทม์และแม่นยำ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ว่าจุดใดจำเป็นต้องของบฉุกเฉิน หรือดำเนินการเรื่องใดเป็นพิเศษ โดยมีการรายงานต่อเนื่องขึ้นไปถึงวอร์รูมระดับประเทศ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างทันสถานการณ์และมีการกระจายอำนาจที่ชัดเจน

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวด้วยว่า ไม่อยากโทษใคร เพราะทุกคน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและข้าราชการ ต่างตระหนกอยู่แล้ว แต่อาจต้องตั้งหลักและสร้างกลไกการบริหารจัดการในภาวะวิกฤตอย่างแท้จริง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชน โดยยกตัวอย่างพื้นที่ที่ลงไปดู ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่มีสิ่งของช่วยเหลือไม่ถึง 500 เมตร แต่ชาวบ้านระบุว่า 4 วันแล้วไม่มีใครเข้าไปช่วย ทั้งที่บริเวณจุดรับของกลับมีสิ่งของเหลืออยู่จำนวนมาก สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการที่ทำให้ประชาชนต้องช่วยเหลือกันเอง

สำหรับการเยียวยา คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า นอกจากความเสียหายของบ้านและทรัพย์สินภายในบ้านแล้ว ยังต้องดูแลความเสียหายของรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่ารถส่วนใหญ่มีประกันและจะเร่งประสานบริษัทประกันนั้น ต้องคำนึงถึงรถของประชาชนที่มีรายได้น้อยซึ่งไม่มีประกัน หรือหากมีก็เป็นประกันชั้น 2 ที่ไม่ครอบคลุมความเสียหายลักษณะดังกล่าว จึงอยากให้พิจารณาช่วยเหลือกลุ่มนี้ด้วย และแก้ระเบียบทั้งของ กทม.และกระทรวงมหาดไทยให้ครอบคลุมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง

เมื่อถามถึงความเสียหายของรถและการฟื้นฟูหลังน้ำลด คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า หากมีวอร์รูมก็สามารถบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ทั้งหมด แต่ขณะนี้สถานการณ์กลายเป็นไม่รู้และสับสน โดยย้ำจากสิ่งที่เห็นในพื้นที่ว่ามีสิ่งของช่วยเหลือกองอยู่จำนวนมาก แต่ห่างออกไปเพียง 500 เมตรกลับไม่มีสิ่งของเข้าไปถึงประชาชน และตั้งคำถามว่า “มันเป็นไปได้อย่างไร”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...