โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น่ากลัว! ทุนต่างชาติทำธุรกิจรีไซเคิลขยะอันตรายทั่วประเทศ 295 ราย เฉพาะปราจีนบุรี 3 ราย

Manager Online

อัพเดต 22 ตุลาคม 2569 เวลา 20.32 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

จากเหตุการณ์โรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน จ.ปราจีนบุรี ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนทางมลพิษแก่ระบบนิเวศและประชาชนในพื้นที่ในวงกว้าง และบริษัทดังกล่าวอาจมีการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในการประกอบธุรกิจ ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ตื่นตัว และลงพื้นที่ตรวจสอบ และมีมาตรการดำเนินการออกมาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน จ.ปราจีนบุรี แล้ว โดยตรวจสอบรายละเอียดของบริษัทตั้งแต่การเริ่มต้นจดทะเบียนจัดตั้ง เงินทุนที่นำมาลงทุน โครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจการบริหารธุรกิจที่แท้จริง รวมถึงความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่นที่อาจกระทำความผิดฐานใช้คนไทยเป็นนอมินี

โดยผลการตรวจสอบ เบื้องต้นพบ 4 บริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรีจึงได้นำส่งข้อมูลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวน สอบสวน และนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่อาจเป็นตัวแทนแบบอำพราง (นอมินี) ด้วย

นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ขยายผลตรวจสอบธุรกิจขยะในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น โดยจากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลจากระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล (Intelligence Business Analytics System: IBAS) พบว่า นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ประกอบธุรกิจประเภทขยะใน จ.ปราจีนบุรี มีจำนวน 44 ราย แบ่งออกเป็น

1.ธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 41 ราย แบ่งเป็น 1.ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 37 ราย และ 2.ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 4 ราย

2.ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 3 ราย แบ่งเป็น 1.ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 2 ราย และ 2.ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 1 ราย

ส่วนทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ 30 ก.ย.2569) มีบริษัทจำกัดประกอบธุรกิจประเภทขยะและมีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น รวมทั้งสิ้น 2,863 ราย แบ่งเป็น

1.ธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 2,568 ราย แบ่งเป็น 1.ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 2,438 ราย และ 2.ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 130 ราย

2.ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 295 ราย แบ่งเป็น 1.ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 288 ราย และ 2.ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 7 ราย

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายในกลุ่มธุรกิจเป้าหมายตามหน้าที่และอำนาจของหน่วยงาน ด้วยการชี้เป้านิติบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าจะมีการใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจ และพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ขจัดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ดำเนินการประกอบธุรกิจโดยสุจริตและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวกระทรวงพาณิชย์หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้สำเร็จได้เพียงลำพังหน่วยงานเดียวได้ ต้องบูรณาการความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และอยากขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ แจ้งเบาะแสนอมินี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 4419 หรือ Call Center 1570

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...