ดันสินค้าเกษตรโกย 4.85 หมื่นล้านบาท ค้าชายแดนโต 18%
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศได้เร่งขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสร้างมูลค่าทางการค้า ดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ปรับปรุงกฎหมาย ตลอดจนอำนวยความสะดวกและปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ ขยายตลาดและสร้างโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตร ได้ผลักดันการส่งออกข้าว มันสำปะหลัง และสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติและการเจรจาธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา จีน สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและเพิ่มความต้องการสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกสร้างมูลค่าการค้า 9 เดือนแรกของปี 2569 กว่า 48,521.86 ล้านบาท
รวมถึงยกระดับการกำกับดูแลคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังนำเข้าผ่านด่านชายแดน ซึ่งจากการตรวจสอบผู้ประกอบการ 613 ราย พบผู้ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการนำเข้า 24 ราย เพื่อรักษามาตรฐานสินค้าและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า
ด้านการส่งเสริมการค้าชายแดนและเศรษฐกิจฐานราก กรมฯ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค ผ่านการจัดมหกรรมการค้าชายแดนในจังหวัดเชียงรายและสระแก้ว พร้อมขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากครอบคลุม 4 ภูมิภาค 4 จังหวัด ในขอนแก่น นครศรีธรรมราช พิษณุโลก และจันทบุรี สร้างมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดน 9 เดือนแรก ปี 2569 รวมกว่า 1,764,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% ช่วยเปิดช่องทางการตลาด สร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณที่ดีที่การค้าชายแดนด้านเมียนมากลับมาขยายตัวจากการส่งออก ถึง 24.2% ในเดือนกันยายน 2569 ส่งผลให้การส่งออกภาพรวมกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรก
ขณะเดียวกัน กรมฯ เดินหน้าสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทย เร่งส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA และสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าในด้านการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ FTA กฎ ระเบียบ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด การอุดหนุน และมาตรการปกป้อง (AD/CVD/SG/AC) โดยจัดอบรมและสัมมนาให้แก่ผู้ประกอบการในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมกว่า 5,763 ราย ส่งผลให้มีมูลค่าการใช้สิทธิ FTA ในช่วงเดือนมกราคม - สิงหาคม 2569 มีมูลค่ารวมกว่า 2.12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นการใช้ประโยชน์จากความตกลงทางการค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นางอารดา กล่าวว่า สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กรมการค้าต่างประเทศมุ่งเน้นขยายตลาดเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสำคัญและสินค้าเกษตรนวัตกรรม ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก FTA สร้างความเป็นธรรมทางการค้า พัฒนาผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงพัฒนาบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับการส่งเสริมการค้าอย่างยั่งยืน (Sustainability) พร้อมผลักดันเรื่องความมั่นคงทางอาหารผ่าน 2 เวทีการค้าระดับโลกที่กรมการค้าต่างประเทศเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ World Tapioca Conference 2027 และ Thailand Rice Convention 2027
ขณะเดียวกัน กรมฯ เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตรผ่านงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ อาทิ THAIFEX – ANUGA ASIA 2027, Agri Plus Expo 2027, Natural Products Expo West 2027 และ HNC EXPO 2027 โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายโอกาสการค้าชายแดน กระจายโอกาสทางการค้าสู่ภูมิภาค กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการจัดมหกรรมการค้าชายแดนใน 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง กาญจนบุรี น่าน บุรีรัมย์ นครพนม และตราด เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการค้า และเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเฉพาะ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย
นอกจากนี้กรมฯ เตรียมความพร้อมรองรับ FTA ฉบับใหม่ ได้แก่ ไทย-EFTA และไทย-ภูฏาน ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและการพัฒนาระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการเยียวยาทางการค้า การป้องกันการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า และการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมและรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือ ขับเคลื่อนองค์กรผ่าน AI-Driven DFT โดยนำ AI หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในภารกิจสำคัญ อาทิ การตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบการไต่สวนมาตรการเยียวยาทางการค้า การควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items) และการประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า พร้อมตั้งเป้าให้บริการออกหนังสือสำคัญการส่งออก-นำเข้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 1.4 ล้านฉบับ ในปี 2570 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
“กรมการค้าต่างประเทศมุ่งต่อยอดความสำเร็จจากปี 2569 สู่การดำเนินงานเชิงรุกในปี 2570 โดยเน้นสร้างโอกาสทางการค้า ยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI พร้อมส่งเสริมการค้าอย่างยั่งยืน (Sustainability) ที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และโอกาสของผู้ประกอบการไทยเพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนการค้าต่างประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”