เปิดหนังสือ ‘ออยศรี’ ร้องสอบ ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ปมเงินบริจาค 45 ล้านถูกโอนสร้างพูลวิลล่า
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานเอกสารคำร้องทุกข์กล่าวโทษของ น.ส.บุญยนุช แสงศรี เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "ออยศรีและผองเผือก" และในฐานะผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้ดูแลรับผิดชอบบัญชีธนาคาร “องค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ซึ่งเป็นบัญชีแรก และบัญชีที่ระบุชื่อ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ซึ่งเป็นบัญชีหลักในปัจจุบัน ต่อ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ว่า ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงว่ามูลนิธิองค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี มีการใช้เลขที่บัญชีเปิดรับบริจาค จำนวน 3 บัญชี ทั้งที่เป็นบัญชีส่วนตัวและเป็นบัญชีมูลนิธิ ทำให้ตัวข้าพเจ้า น.ส.บุญยนุช แสงศรี ในฐานะผู้บริจาคให้กับ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในฐานะประธานมูลนิธิ ด้วยการเชื่อโดยสุจริตใจว่าน่าจะเอาไปช่วยน้ำท่วมเมื่อปีพุทธศักราช 2568 รายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายคำร้องทุกข์โทษหมายเลข 1
เอกสารคำร้องทุกข์ ระบุอีกว่า ปรากฏข้อเท็จจริง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 26 ตุลาคม 2569 จนถึงวันที่กล่าวโทษนี้ ปรากฏว่ามีข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทั้งพยานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุ และประจักษ์พยานต่าง ๆ ปรากฏว่ามูลนิธิองค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี มีการโอนเงินผ่านบัญชีไปยังนายเอ๋ (นามสมมุติ) จำนวน 30 ล้านบาท ถึง 45 ล้านบาท ที่ปรากฏตามข่าว โดยมีวัตถุประสงค์เอาเงินดังกล่าวนั้นไปสร้าง pool villa ที่จังหวัดภูเก็ต อันเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ และอาจเข้าข่ายนำเงินบริจาคไปใช้ส่วนตัว และมีการโอนเงินดังกล่าวคืนให้กับสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้ายคำร้องทุกข์หมายเลข 2 ทั้งนี้ เนื่องด้วยเรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินบริจาคของประชาชนและมีการกระทำที่ไม่ชอบมาพากลของมูลนิธิองค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และคู่สมรส รวมถึงอาจมีส่วนเกี่ยวข้องถึงกรรมการในมูลนิธิต่าง ๆ เลขานุการ และรวมถึงที่ปรึกษาของมูลนิธิด้วย อาจจะมีส่วนในการร่วมรู้เห็นในการเบิกจ่ายเงินไปยังนายเอ๋ (นามสมมุติ) หรือไม่ อย่างไร
เอกสารคำร้องทุกข์ ระบุด้วยว่า ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียเนื่องจากเป็นผู้บริจาคให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีตามเอกสารแนบท้ายคำร้องทุกข์หมายเลข 1 จึงขอยื่นคำร้องทุกข์ในฐานะผู้เสียหายจากการบริจาคดังกล่าวให้กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามดำเนินการสอบสวนในเรื่องนี้อย่างรวดเร็วและถูกต้องและด้วยความเป็นธรรม เนื่องจากผู้ที่ถูกแจ้งความนั้น เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศ และรวมถึงยอดความเสียหายดังกล่าว นั้นเป็นจำนวนหลาย 10 ล้านบาท และเป็นเงินของประชาชนผู้ให้บริจาคและคดีนี้มีความไม่ชอบมาพากล ประกอบกับตัวผู้ถูกแจ้งความนั้นมีเส้นสายรู้จักผู้ใหญ่บ้านเมืองหลายคน เกรงว่าจะทำให้ทางผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงขอแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจนกว่าคดีถึงที่สุด ก่อนลงชื่อท้ายเอกสาร น.ส.บุญยนุช แสงศรี วันที่ 30 ต.ค. 69
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันเดียวกันนี้เวลา 10.30 น. น.ส.บุญยนุช แสงศรี จะเดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการปราบปราม ด้วยตัวเอง พร้อมส่งมอบพยานหลักฐานสำคัญ อันเป็นการบ่งชี้ถึงการกระทำความผิดของคณะบุคคล ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเอาเงินเปิดรับเรี่ยไรบริจาคภายในบัญชีมูลนิธิฯ นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือเพื่อเป็นการใช้ในทางส่วนตัว.