รู้จัก “Hatari” พัดลมแบรนด์ไทยกว่า 30 ปี ภายใต้หัวเรือใหญ่ “จุน วนวิทย์”
พัดลม หนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่ในแทบทุกครัวเรือน และหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจนเป็นชื่อคุ้นหูคนไทยมานานมากกว่า 30 ปี คงหนีไม่พ้น “ฮาตาริ” (Hatari) ที่ปัจจุบันได้ครองอันดับ 1 ส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทย ภายใต้หัวเรือใหญ่ที่เริ่มก่อตั้งและนำพาบริษัทขึ้นสู่แบรนด์ชั้นนำอย่าง “จุน วนวิทย์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด
หลายคนเริ่มสนใจและอยากรู้ประวัติของ “จุน วนวิทย์” และ “ฮาตาริ” มากขึ้น เมื่อกระแสในโซเชียลมีเดียและเพจเฟซบุ๊กโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุถึงบริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด โดยคุณจุน-คุณสุนทรี วนวิทย์ และครอบครัว บริจาคเงิน 900 ล้านบาท แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ นับเป็นหนึ่งในการบริจาคครั้งใหญ่
ซึ่งการบริจาคครั้งนี้สมทบทุนเพื่อโครงการปรับปรุงอาคารโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี 160 ล้านบาท, บริจาคสมทบทุนโครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา 300 ล้านบาท และบริจาคสมทบทุนโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี 440 ล้านบาท
กว่าจะเป็น “ฮาตาริ” ที่อยู่คู่คนไทยเกินกว่า 30 ปี
หากย้อนกลับเมื่อราวปี 2532 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตและจำหน่ายพัดลมยี่ห้อฮาตาริเป็นครั้งแรก คุณจุนในวัย 52 ปี ที่สั่งสะสมประสบการณ์มายาวนานตั้งแต่อายุ 12 ปี ไล่เรียงตั้งแต่ลูกจ้างกวาดพื้นร้านขายข้าวสาร ช่างทำทอง ขับรถโดยสารรับจ้าง ลูกจ้างร้านทำป้ายพลาสติก ลูกจ้างโรงกลึง ช่างทำแม่พิมพ์สำหรับฉีดชิ้นงานพลาสติก ออกแบบและผลิตของเล่นเด็ก
จนกระทั่งเมื่อมีความรู้ด้านการฉีดพลาสติก จึงเริ่มคิดผลิตโครงพัดลมด้วยพลาสติกส่งโรงงาน ซึ่งแตกต่างจากท้องตลาดในขณะนั้นที่ส่วนใหญ่จะผลิตขึ้นจากอลูมิเนียม และเริ่มมีการใช้แพร่หลายมากขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากคุณจุนเรียนรู้เพิ่มเติมและพัฒนาสู่การผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนพัดลมพลาสติกทั้งหมดของตัวเองภายใต้แบรนด์ “K” และ “TORY” ต่อมาจึงเริ่มผลิตพัดลมแบรนด์ฮาตารินั่นเอง
ขณะเดียวกันประกอบกับแนวทางการดำเนินชีวิตที่คุณจุนยึดถือ ไม่ว่าจะเป็นความขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มุ่งมั่น มีวินัย และไม่เคยย่อท้อ ที่สำคัญคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ปฏิเสธเทคโนโลยีสมัยใหม่ อีกทั้งการยึดกลยุทธ์การบริหาร 2 ประการ คือ 1.การบริหารต้นทุนเท่าเดิม แต่เพิ่มผลผลิต และ 2.การบริหารต้นทุนลดลง แต่คงประสิทธิภาพการผลิต ทำให้คุณจุนพัฒนาสินค้าเรื่อยมา
ปัจจุบันฮาตาริมีสินค้าพัดลมครบทุกประเภท ได้แก่ พัดลมเคลื่อนที่ พัดลมติดตั้ง พัดลมอุตสาหกรรม พัดลมระบายอากาศ พัดลมไอเย็น และครอบคลุมไปถึงเครื่องปรับอากาศ ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ เรียกได้ว่าครบวงจรทีเดียว ตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในเครือว่า “ฮาตาริ คือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายลม” โดยทั้งหมดนี้ดำเนินการโดยบริษัทในเครือวนวิทย์กรุ๊ป ได้แก่ บริษัท วนวิทย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด, บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด และบริษัท วนวิทย์ เมทัล เวิร์ค จำกัด โดยเมื่อปี 2553 ฮาตาริครองส่วนแบ่งการตลาดราว 80% จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
เจาะลึกบริษัทในเครือวนวิทย์กรุ๊ป
เมื่อเจาะลึกเข้าไปในแต่ละบริษัทในเครือ ดังนี้
1.บริษัท วนวิทย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด
เริ่มจดทะเบียนเมื่อ 13 มิ.ย.2528 ประเภทธุรกิจการผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือนประเภทผลิตความร้อนด้วยไฟฟ้า ทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท ประกอบด้วยรายชื่อกรรมการ 3 ราย ได้แก่ นายจุน วนวิทย์, นางสุนทรี วนวิทย์ และนางศิริวรรณ พานิชตระกูล
โดยปี 2564 บริษัททำรายได้รวม 5,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.56% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 5,270 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปีล่าสุดอยู่ที่ 645 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 6.91%
2.บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด
เริ่มจดทะเบียนเมื่อ 8 ส.ค.2533 ประเภทธุรกิจการขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ชนิดในครัวเรือน ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ประกอบด้วยรายชื่อกรรมการ 3 ราย ได้แก่ นายวิทยา พานิชตระกูล, นายจุน วนวิทย์ และนางสุนทรี วนวิทย์
โดยปี 2564 บริษัททำรายได้รวม 6,336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.53% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 6,240 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปีล่าสุดอยู่ที่ 65.82 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 10.85%
3.บริษัท วนวิทย์ เมทัล เวิร์ค จำกัด
เริ่มจดทะเบียนเมื่อ 18 ต.ค.2536 ประเภทธุรกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนิดในครัวเรือน (ยกเว้นประเภทผลิตความร้อนด้วยไฟฟ้า) ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ประกอบด้วยรายชื่อกรรมการ 3 ราย ได้แก่ นายจุน วนวิทย์, นางสุนทรี วนวิทย์ และนางศิริวรรณ พานิชตระกูล
โดยปี 2564 บริษัททำรายได้รวม 478.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.94% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 357.36 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปีล่าสุดอยู่ที่ 45.36 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 0.57%
อย่างไรก็ตาม ฮาตาริ ถือเป็นแบรนด์ไทยที่ยังคงน่าจับตามองไม่น้อย เนื่องจากบทวิจัยกรุงศรีระบุว่าอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มฟื้นตัวช่วงปี 2564-2566 จากความต้องการในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวอีกกว่า 2-3%
อ้างอิง : https://www.facebook.com/RamathibodiSchoolofnursingMU/posts/pfbid02w4qz1XFEiJfzVkHCNixd1axz6mdwoaSA6MsTQaWcEDLuCfMAV1vE3xKKS7bqpCL7l
https://archives.mfu.ac.th/database/files/original/e017aef40958da9c8ce8e345460aebbd.pdf
https://www.hatari.co.th/
https://datawarehouse.dbd.go.th/fin/profitloss/5/0105536119442
https://datawarehouse.dbd.go.th/fin/profitloss/5/0105533093752
https://datawarehouse.dbd.go.th/fin/balancesheet/5/0105528020718