ลงทุนแบบไหน “Forex” แบบไหน “แชร์ลูกโซ่”
กลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอีกครั้งกับคดี “Forex-3D” ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 จนล่าสุดมีชื่อของดาราชื่อดังและบุคคลมีชื่อเสียงหลายรายเข้าไปเกี่ยวก้อง ซึ่งคดี “Forex-3D” กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่าเป็นขบวนการแชร์ Forex ที่มีการโฆษณาชักชวนหลอกลวงประชาชน ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ประกอบกิจการซื้อขายหรือเทรดเงินตราต่างประเทศ (Forex) จริงตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แล้วแบบไหนที่เรียกว่า Forex แบบไหนคือ แชร์ลูกโซ่ “การเงินธนาคาร” รวบรวมมาดังนี้
Forex คืออะไร?
Forex (Foreign Exchange) คือ ตลาดที่ทำการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยราคานั้นจะแปรผันตาม demand และ supply ของแต่ละสกุลเงิน ซึ่งทั้งนี้อาจจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน ราคาทองคำ สภาพเศรษฐกิจ สถานการณ์บ้านเมือง เหตุการณ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการประกาศตัวเลขสำคัญ ๆ ของแต่ละประเทศ เช่น อัตราการว่างงาน เป็นต้น
โดยการซื้อขายเงินสกุลใหญ่ ๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD), ยูโร (EUR), ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP), เยน (JPY) จะมีสภาพคล่องสูงมาก เนื่องจากมีผู้เล่นจำนวนมากและมีการเปลี่ยนแปลงของราคาตลอดเวลา ในอดีต ผู้เล่นในตลาด Forex จะจำกัดอยู่ในกลุ่มสถาบันการเงินใหญ่ ๆ เช่น ธนาคาร หรือบริษัทประกัน แต่ในปัจจุบัน ด้วยการเข้ามาของระบบการเทรดออนไลน์ ทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้ามาลงทุนผ่านระบบการเทรดออนไลน์ของบริษัทโบรกเกอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งคำสั่งซื้อ/ขายไปยังตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศทันทีที่ได้รับคำสั่ง
ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกับดูและได้เริ่มมีการเตือนประชาชนระวังถูกหลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FOREX)มาตั้งแต่เมื่อปี 2562 โดยเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2562 ได้เผยว่า ตามที่มีการโฆษณาผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ชักชวนให้ประชาชนลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือเทรด (Trade) ค่าเงิน (FOREX หรือ FX หรือ Foreign Exchange) โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูง นั้นธปท.เตือนให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อการเชิญชวน ที่ผ่านมาการชักชวนให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศตามที่โฆษณาแอบอ้างมักเป็นการหลอกลวงว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ข้อเท็จจริงมีลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ซึ่งไม่มีการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศจริง อีกทั้ง การทำธุรกรรมในลักษณะดังกล่าว มีความเสี่ยงและยังมีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 65 ธปท. ได้ย้ำว่า ปัจจุบัน ธปท. ยังไม่เคยมีการให้ใบอนุญาตแก่บุคคลหรือนิติบุคคลที่ไม่ใช่ธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อการลงทุนทางอินเตอร์เน็ต โดย ธปท. ได้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อเตือนประชาชนเกี่ยวกับการลงทุน Forex ให้ระวังถูกหลอกลวงมาเป็นระยะ
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตจากธปท. ได้ที่ https://www.bot.or.th/app/BotLicenseCheck
ชวนลงทุนแบบนี้ระวัง “แชร์ลูกโซ่”
แชร์ลูกโซ่ เป็นวิธีการหลอกลวงระดมเงินจากประชาชนที่ทำกันเป็นเครือข่าย โดยโฆษณาจูงใจว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนทั่วไป แชร์ลูกโซ่มักแอบแฝงมากับธุรกิจขายตรงหรือการชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจที่มีกำไรมาก และจะหาสมาชิกใหม่ไปเรื่อย ๆ เพื่อหมุนเงินค่าสมัครมาจ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกเดิม
วิธีสังเกตว่าธุรกิจไหนเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่มีดังนี้
1. เอาธุรกิจอื่นมาบังหน้า รูปแบบที่พบบ่อยคือ ชวนทำธุรกิจขายตรง โดยรายได้หลักไม่ได้มาจากการขายสินค้า แต่มาจากการหาสมาชิกเพิ่มถ้ามีสินค้าก็มักเป็นของที่มีราคาแพงหรืออ้างสรรพคุณเกินจริง สินค้ายอดฮิตที่นำมาแอบอ้างให้คนหลงเชื่อ เช่น อาหารเสริมสุขภาพ เครื่องสำอาง และเครื่องประดับ นอกจากนี้ มักหว่านล้อมหรือใช้หลักจิตวิทยากระตุ้นความโลภชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น ถือหุ้นในบริษัทที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เก็งกำไรราคาทองคำ น้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ (FOREX) สกุลเงินดิจิทัล(คริปโตเคอเรนซี) หรือบางกรณีหลอกให้สมัครสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยอ้างว่าจะจ่ายเงินสงเคราะห์ให้จำนวนมากเมื่อเสียชีวิต
2. การันตีผลตอบแทนสูงผิดปกติโดยมีค่าสมัครสมาชิกหรือเงินก้อนแรกที่ต้องจ่าย เป็นค่าซื้อสินค้าหรือเริ่มลงทุน ซึ่งน าไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้สมาชิกรายเดิมเพื่อหลอกให้ลงทุนหรือหาสมาชิกใหม่ไปเรื่อย ๆ
3. ชวนฟังสัมมนา/แผนธุรกิจ ผ่านญาติพี่น้อง คนรู้จัก หรือโฆษณาผ่านเว็บไซต์/Social Media โดยจัดฉากว่าธุรกิจมีความน่าเชื่อถือด้วยการจัดงานในสถานที่หรูหรา และแอบอ้างว่ามีดารา คนมีชื่อเสียง หรือหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวข้องด้วย นอกจากนั้น มักมีการเชิญสมาชิกที่ประสบความสำเร็จมาแชร์ประสบการณ์เพื่อให้คล้อยตามแล้วจ่ายเงินสมัครสมาชิก
4. ไม่เคยจบสวย ในช่วงแรกธุรกิจมักจ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกได้ตามที่การันตีแต่ผ่านไปสักระยะ หากหาสมาชิกใหม่ไม่ได้จะเกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทัน จนเลื่อนเวลาการจ่ายเงินสมาชิกเก่าออกไป สุดท้ายแชร์ก็ล้ม ไม่มีเงินจ่ายคืนให้สมาชิก และปิดกิจการหายตัวไปติดต่อ
ป้องกันอย่างไรไม่ให้ถูกหลอก
5 สิ่งที่ควรทำเพื่อกันภัยจากแชร์ลูกโซ่
1. ไม่โลภ จำให้ขึ้นใจว่าผลตอบแทนสูงมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงด้วย ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรคิดให้รอบคอบ นึกถึงโอกาสที่จะสูญเสียเงินต้น อย่ามองแต่โอกาสจะได้ผลตอบแทนสูงเพียงอย่างเดียว
2. ไม่หูเบา ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวในเว็บไซต์หรืออีเมลแก่คนที่ไม่รู้จักหรือไม่น่าเชื่อถือ
3. ไม่คล้อยตาม ปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนให้ลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ
4. ไม่ใจร้อน ศึกษาข้อมูลให้แน่ชัดก่อนลงทุน/ซื้อสินค้า
5. ไม่หลงเชื่อ ติดตามข่าวสารให้รู้ทันกลลวงใหม่ ๆ ของมิจฉาชีพ
ทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่าเข้าข่ายถูกหลอกหรือตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่
หากสงสัยว่าเข้าข่ายถูกหลอกให้ร่วมขบวนการแชร์ลูกโซ่ เช่น ได้รับเชิญให้เข้าร่วมธุรกิจขายตรง สามารถสอบถามเพิ่มเติมเรื่องธุรกิจขายตรงได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ. โทร. 1166) หรือตรวจสอบการจดทะเบียนหรืองบการเงินของบริษัทที่ชักชวนให้ร่วมลงทุนได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (โทร. 1570) หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต. โทร. 1207)
เมื่อตกเป็นเหยื่อหรือได้รับความเสียหายจากแชร์ลูกโซ่ ให้รวบรวมเอกสารทั้งหมดที่มี เช่น สัญญา หลักฐานการโอนเงิน ที่ตั้ง/เบอร์โทรสำนักงาน รูปถ่าย แล้วขอคำปรึกษาได้ที่ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ กระทรวงการคลัง (โทร. 1359) หรือแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI โทร. 1202)
ที่มา :
https://www.1213.or.th/th/Documents/toolkits/FinancialFraud.pdf
https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/investments/investment-knowledge/what-you-should-know-about-forex
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง :