โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิจัยลงทุนหวังฟื้นคืนชีพเสือแทสมาเนีย หลังสูญพันธุ์ไปเมื่อเกือบศตวรรษก่อน

VoiceTV

อัพเดต 17 ส.ค. 2565 เวลา 05.03 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2565 เวลา 05.01 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ไทลาซีน ซึ่งแปลว่า มีหัวเหมือนสุนัขและมีกระเป๋าหน้าท้อง หรือที่คนรู้จักกันในชื่อเสือแทสมาเนีย หรือหมาป่าแทสมาเนีย อาจจะถูกชุบชีวิตกลับมาอีกครั้ง โดยนักวิจัยเปิดเผยว่า มันอาจกลับมาวิ่งบนผืนโลกอีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ และเทคโนโลยีการแก้ไขยีน

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มดังกล่าวระบุว่า ไทลาซีนอาจกลับมาชีวิตและนำกลับคืนสู่ป่าได้อีกครั้งภายในระยะเวลา 10 ปี ในทางตรงกันข้าม ผู้เชี่ยวชาญอีกฝ่ายมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งไม่น่าเชื่อ และการฟื้นคืนชีวิตจากการสูญพันธุ์อาจเป็นเรื่องแค่ในนิยายวิทยาศาสตร์

ไทลาซีน หรือ เสือแทสมาเนีย ซึ่งถูกตั้งชื่อตามลายทางบนหลังของมันนี้ จริงๆ เป็นเพียงแค่สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องชนิดหนึ่ง โดยมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และเลี้ยงลูกของตัวเองด้วยกระเป๋าหน้าท้องของมัน ทั้งนี้ ไทลาซีนเคยมีชีวิตอยู่ในออสเตรเลียเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียและสหรัฐฯ วางแผนที่จะนำสเต็มเซลล์จากสปีชีส์สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องที่มีชีวิตอยู่ในตอนนี้ ซึ่งมี DNA คล้ายคลึงกันกับไทลาซีน มาปรับปรุงด้วยเทคโนโลยีการแก้ไขยีนเพื่อทำให้สปีชีส์ที่สูญพันธุ์ไป “ถูกนำกลับมา” จากการสูญพันธ์อีกครั้ง หรือไม่ก็ให้มันมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับไทลาซีนเดิม โดยถ้าหากทำสำเร็จ ความพยายามในครั้งนี้จะกลายเป็นความรุดหน้าทางวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง

แอนดรูว์ พาสค์ ผู้นำการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น กล่าวว่า "ตอนนี้ผมเชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะสามารถมีไทลาซีนทารกที่มีชีวิตเป็นครั้งแรกได้ เนื่องจากพวกมันถูกตามล่าจนสูญพันธุ์ไปเมื่อเกือบศตวรรษก่อน"

ประชากรเสือแทสมาเนียเริ่มหดตัวลดลง เมื่อมนุษย์เข้ามาถึงออสเตรเลียเมื่อหลายหมื่นปีก่อน และหดตัวลงอีกครั้งเมื่อดิงโก ซึ่งเป็นสุนัขป่าพันธุ์หนึ่ง เริ่มปรากฏตัวขึ้นในออสเตรเลีย ก่อนที่ในเวลาต่อมาที่ไทลาซันจะมีอัตราประชากรอยู่อาศัยแค่ในเกาะแทสมาเนีย และถูกตามล่าจนสูญพันธุ์ โดยไทลาซีนตัวสุดท้ายที่มีชีวิตตายลงที่สวนสัตว์โฮเบิร์ตเมื่อปี 2479

หากนักวิทยาศาสตร์สามารถชุบชีวิตไทลาซีนได้สำเร็จ มันจะกลายเป็น “การชุบชีวิตจากการสูญพันธุ์” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกโครงการตั้งข้อสงสัยต่อโครงการดังกล่าวว่า “การชุบชีวิตจากการสูญพันธุ์เป็นเพียงวิทยาศาสตร์ในเทพนิยาย” เจเรมี ออสติน นักวิยาศาสตร์จากศูนย์ Ancient DNA ของออสเตรเลีย ระบุกับ The Sydney Morning Herald ก่อนกล่าวเสริมอีกว่าโครงการนี้ “เน้นไปที่ความสนใจของสื่อสำหรับนักวิทยาศาสตร์มากกว่า และไม่เกี่ยวข้องกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่จริงจัง”

แนวคิดในการฟื้นคีนชีพเสือแทสมาเนียนกลับมาอีกครั้งนั้นมีมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยในปี 2542 พิพิธภัณฑ์ออสเตรเลียได้เริ่มดำเนินโครงการโคลนสัตว์ ตลอดจนการมีความพยายามในหลายครั้งตั้งแต่นั้นมา ในการสกัดหรือสร้างดีเอ็นเอที่มีชีวิตขึ้นใหม่มาจากตัวอย่าง

ทั้งนี้ โครงการล่าสุดในการชุบชีวิตเสือแทสมาเนียนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นและบริษัท Colossal ในมลรัฐเท็กซัสจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบริษัทจากสหรัฐฯ ที่เคยถูกพาดหัวข่าวถึงเมื่อปีที่แล้ว ถึงแผนการที่จะใช้เทคโนโลยีการแก้ไขยีนที่คล้ายคลึงกัน เพื่อชุบชีวิตแมมมอธขนยาวกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ที่มา:

https://www.bbc.com/news/world-australia-62568427?fbclid=IwAR2dOxO4kzK3zQFLlsN_35bn_mrBIEdLZPoAT4bEzrhO2-VJQ-0SP3Xysnw

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...