โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตำนานมหากาพย์ชิงอำนาจ ตอนที่ 6

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 14 ส.ค. 2565 เวลา 13.50 น.

ตำนานมหากาพย์ชิงอำนาจ ตอนที่ 6

ขงเบ้งกองทัพ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ น่าจะเป็นนายทหารคนแรกๆ ที่ถอดเครื่องแบบทหารลงมาเล่นการเมืองตาม กติกาประชาธิปไตย สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯเมื่อนานมาแล้ว กะเกณฑ์เอานายทหารจากกองทัพไปใช้งานเป็นจำนวนมาก แทบจะเรียกได้ว่า นายทหารดาวรุ่งยุคนั้น เข้าไปรับใช้ทำงานให้กับ พล.อ.เปรม ทั้งหมด รวมทั้งข้าราชการระดับบิ๊ก ในตำนาน ก็ทำงานสนองนโยบาย พล.อ.เปรมกันแน่นปึ๊ก ปลัดมหาดไทย พิศาล มูลศาสตร์สาทร หรือจะเป็นคุณคลัง สมหมาย ฮุนตระกูล เป็นต้น

นายทหารระดับตำนาน เสธไอธ์ เสธ.แอ้ว พล.ร.อ.พระจุณณ์ พล.อ.ไพโรจน์ ที่เป็นระดับมันสมองของกองทัพยุคนั้น ที่โดดเด่นที่สุด ก็คือ พ่อใหญ่จิ๋ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธนี่แหละ ด้วยความที่เป็นนายทหารสื่อสารมาก่อน จึงมีจิตวิทยาในการวางแผน และประชาสัมพันธ์ เป็นเลิศ สมัยนั้น มีสงครามรอบประเทศ ต้องต่อสู้กับระบอบคอมมิวนิสต์ ทั้งภาคเหนือ และสงครามแบ่งแยกดินแดนไปพร้อมกัน บิ๊กจิ๋ว อาสาทำสงครามทั้งเหนือใต้ วางนโยบายรัฐกันชน ส่งกองกำลังเข้าช่วยรบในลาวในกัมพูชา จนกลายเป็นความสนิทสนมกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน แนบแน่น รวมทั้งการคิดนโยบาย 66/23 หรือฮารับบันบารู เป็นที่มาของชื่อพรรคการเมือง ที่พล.อ.ชวลิต ปลุกปั้นมาเองกับมือ ที่เรียกว่า พรรคความหวังใหม่ในอดีตนั่นเอง

ก็ไม่น่าเชื่อว่า พล.อ.ชวลิต ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นคนที่ฉลาดที่สุดในกองทัพ กลับมาพ่ายแพ้ให้กับเวทีการเมือง ที่เต็มไปด้วยเสือสิงกระทิงแรด หลักๆคือ พล.อ.ชวลิต มาพลาดที่เรื่องของ เศรษฐกิจ วิกฤติค่าเงินบาท ไม่เช่นนั้น ไม่แน่ว่า พล.อ.ชวลิต อาจเป็นนายกฯ 8 ปีพอๆกับพล.อ.เปรม หรือพล.อ.ประยุทธ์ ในปัจจุบันก็ได้

จุดอ่อนของ ทหารก็คือ ยึดระเบียบหลักการวิธีการมากเกินไปไม่ยืดหยุ่น ไม่ทันเกมพ่อค้า สมัยปลายรัฐบาลพล.อ.เปรม ก็แพ้ทางวิกฤติเศรษฐกิจ มีชาวนามาประท้วงหน้าทำเนียบ ตอนนั้นก็มีคนไปโทษว่าเป็นฝีมือของอดีตนายกฯ บรรหาร ศิลปะอาชา ขนเอาชาวนามาจากสุพรรณบุรี มากางเต็นท์ปักหลักอยู่หน้าทำเนียบหลายวัน มีอยู่วันหนึ่งประมาณตีสี่ตีห้า พล.อ.เปรม มาพบชาวนาที่มานอนประท้วงกันอยู่ ป๋าเปรม พูดสั้นๆเบาๆว่า กลับบ้านเถอะลูก แค่นั้นแหละ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ชาวนายังงวงเงียนมีคนมาชวนกลับบ้านก็เลยพากันกลับบ้านไป หรือ เป็นเพราะมีการเจราตกลงกันภายในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจาก พล.อ.เปรม จะถูกทำรัฐประหารหลายรอบ คนที่ทำรัฐประหารต่อมาก็มาเป็นนักการเมือง อาทิ พล.อ.สนั่น ขจรประศาสน์ พล.ต.มนูญ พล.ต.มนัส รูปขจร ขนเอารถถังไปยึดลานพระบรมรูปทรงม้า แล้วยิงปืนใหญ่ใส่บ้านสี่เสาเทวเศน์ จำได้ว่าการทำรัฐประหารในเวลานั้น ไม่ต่างจากงานวันเด็กเท่าไหร่ พอสถานการณ์ ปกติ ชาวบ้านก็จะมา บีนรถถังถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พอมีเสียงปืนดังขึ้นก็เผ่นหนีกันอุตลุด พอเลิกยิงกัน ก็มาบีนรถถังเล่นใหม่

มีนักวิชาการมหาวิทยาลัยต่างๆ อาจารย์ นักศึกษา ตามไล่ พล.อ.เปรม หนักกว่า ไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยซ้ำ ถึงขั้นปองร้าย ไปชกพล.อ.เปรม ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง รถขบวนของ พล.อ.เปรม ที่เดินทางกลับจาก โคราช ก็ถูกลอบยิงด้วยอาร์พีจี ว่ากันว่า ขนาดนั่งฮ.ก็ยังมีคนลอบยิงหวังจะให้ฮ.ตก เอากันถึงขนาดนั้นเลย

วิธีการโหดเหี้ยมรุนแรง หายไปพักใหญ่มาจนถึงสมัย ทักษิณ ชินวัตร มีการลอบสังหาร หลายครั้ง ระเบิดแสวงเครื่องที่บริเวณ สะพานซังฮี้ สไนเปอร์ลอบยิงที่สนามบินบน.6 ขณะนั่งรถออกจากสนามบิน เดชะบุญว่ามีรถจอดขวางไว้ไม่งั้นเป็นข่าวใหญ่แน่นอน และก็อีกหลายครั้งที่มีการจับคนก่อเหตุได้ด้วย แต่เป็นระดับลูกกระจ๊อกที่เชื่อกันว่า เป็นฝีมือของนายทหารระดับบิ๊กในตำนาน

อย่างไรก็ตามในที่สุด ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ พล.อ.เปรม พูดสั้นๆว่า พอแล้ว ลาออกไปเมื่อเป็นรัฐบาลครบ 8 ปี ทุกอย่างก็ยุติ ยังนั่งนึกอยู่ว่า ถ้าพล.อ.เปรมไม่ยอมลาออกก็ไม่มีอะไรทำลายพล.อ.เปรมได้ แต่บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ เหมือนสมัย จอมพล.ถนอม จอมพล ประภาส หรือไม่ อันนี้ไม่มีใครกล้ารับประกันซ่อมฟรี

การเมืองไทยในอดีตป่าเถือนกว่าสมัยนี้ เหตุการณ์ ตุลาวิปโยค หรือ พฤษภาทมิฬก็ผ่านมาหมดแล้ว บทเรียนที่ไม่เปลี่ยนแปลง คือ ความเป็นไปของผู้นำมักจะเกิดจากคนใกล้ชิดทั้งนั้น

พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯสมัยพฤษภาทมิฬ คนที่โค่นอำนาจก็คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง คนสีเดียวกัน ทักษิณ ก็ถูกโค่นโดยคนใกล้ชิดและคนที่ปลุกปั้นมากับมือ หมดสมัยโค่นอำนาจทักษิณ ยิ่งลักษณ์ไปแล้ว มาถึง สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้การเมืองจะดูเด็กๆ ไม่เหี้ยมเหมือนสมัยก่อน ทหารก็พยายาม เว้นระยะทางการเมืองมากขึ้น

ม็อบที่สู้บนเวทีการเมืองและต้องสู้คดีในศาลไปด้วย คงไม่มีกำลังพอ แต่คนรวมทาง และคนที่เคยสนับสนุนเป็นกองหนุน กำลังจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ถึงพล.อ.ประยุทธ์ พยายามหาข้ออ้างในการอยู่ต่อ มากมายขนาดนั้น ใช้อำนาจรัฐมากมายขนาดไหน ก็ต้องมาตายน้ำตื้นอยู่ดี ตายเพราะคนใกล้ชิด ตามที่

ประวัติศาสตร์กล่าวเอาไว้ อำนาจวาสนา ไม่เข้าใครออกใคร ถึงจะเป็นพี่น้องคลานตามกันมาก็ตามทีเถอะ ว่ากันว่ามีถึง 11 กลุ่มมวลชนที่รอถล่ม พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าไม่ยอมลาออกจากนายกฯครบ 8 ปีในวันที่ 23 ส.ค.นี้ และไม่ว่า ตอนจบจะออกหัวออกก้อยอย่างไร มหากาพย์ชิงอำนาจก็ยังจะดำเนินต่อไป ความเชื่อมโยง ระหว่างสามป. และกองทัพ มีรอยต่อที่น่ากังวลหลายจุด ซึ่งจุดจบของวิกฤติบ้านเมือง ก็ไม่เคยจบตามกติกาประชาธิปไตยแม้แต่ครั้งเดียว แต่มักจะจบลงด้วย ปลายกระบอกปืนเสมอ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...