โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“เก๊กฮวย” ปลูกง่าย เก็บได้นาน แปรรูปเพิ่มมูลค่าสูง กิโลกรัมละ 1,500 บาท

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 02 ส.ค. 2565 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2565 เวลา 03.00 น.

ปัจจุบันการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าถือเป็นทางเลือกและทางรอดที่ดีสำหรับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายท่านคงได้ยินข่าวกันจนชินหู ทั้งในเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำบ้าง หรือเกิดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดบ้าง ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไม่หาย แต่ถ้าหากเกษตรกรเจ้าของสวนลองเริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการหาตลาดขายปลีกเองบ้าง หรือเริ่มต้นแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ในสวนก่อนก็คงจะดีไม่น้อย หรือถ้าสวนไหนไม่มีปัญหาแต่อยากเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ถือเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ

คุณรสสุคนธ์ สุวรรณเพชร หรือ พี่พลอย อยู่บ้านเลขที่ 19/2 หมู่ที่ 9 ตําบลโนนเปือย อําเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร อดีตเซลส์ขายอุปกรณ์การเกษตร กลับบ้านเกิดผันตัวสู่ชีวิตเกษตรกรเต็มขั้น ปลูกพืชผสมผสาน พร้อมกับงานแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิตช่วยสร้างรายได้หลักในปัจจุบัน ตามมาดูกันว่างานแปรรูปสร้างรายได้ของสาวเก่งคนนี้จะเป็นอย่างไร

พี่พลอย เล่าจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรให้ฟังว่า เมื่อก่อนตนเองทำงานเป็นเซลส์ขายวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตร ดูแลพื้นที่ในโซน ระยอง จันทบุรี และตราด ทำมานานเป็นสิบปี จนถึงจุดที่อยากกลับบ้านมาดูแลพ่อแม่ ซึ่งการกลับบ้านครั้งนี้ถือเป็นโอกาสกลับมาพัฒนานำความรู้ที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอาชีพของพ่อแม่ คืออาชีพเกษตรกรรม ด้วยการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่มาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จนเกิดเป็นการพัฒนาต่อยอดจากสวนเกษตรธรรมดาให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ ปลูกพืชผสมผสาน ปลูกข้าว ขุดบ่อทำโคก หนอง นา โมเดล เลี้ยงปลา ทำปศุสัตว์ พร้อมกับการแปรรูปที่เป็นผลิตภัณฑ์เด่น “ชาสมุนไพร” ที่สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนได้ไม่น้อย

โดยจุดเริ่มต้นของการแปรรูปทำชาสมุนไพร เกิดจากการมองเห็นปัญหาของที่บ้าน เพราะปัญหาหลักของเกษตรกรส่วนใหญ่คือสินค้าเกษตรมีน้ำหนักเยอะถ้าหากจะขายในวงกว้าง การขนส่งถือเป็นเรื่องสำคัญ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกที่จะแปรรูปสินค้าเพื่อให้น้ำหนักเบาลง สะดวกในการขนส่ง และเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าด้วย

เก๊กฮวย หญ้าหวาน กุหลาบมอญ
ผลิตภัณฑ์แปรรูปเด่น สร้างรายได้หลัก

เจ้าของบอกว่า ปัจจุบันที่สวนเปิดเป็นศูนย์แหล่งเรียนรู้การเกษตร เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจทุกคนเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ตลอด ซึ่งนอกจากเปิดศูนย์การเรียนรู้แล้ว รายได้หลักของที่สวนจะมาจากการแปรรูปพืชสมุนไพรอบแห้งทำเป็นชา โดยจะมีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลักๆ คือ 1. ชาสมุนไพรจากดอกเก๊กฮวย 2. ชาสมุนไพรจากหญ้าหวาน และ 3. ชาสมุนไพรจากดอกกุหลาบ ซึ่งก็ตรงกับโจทย์ที่ได้ตั้งไว้ว่าต้องการให้สินค้าเกษตรมีน้ำหนักเบา สะดวกในการจัดส่ง และเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยกระบวนการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์

บนพื้นที่ปลูกที่มีไม่มาก แบ่งปลูกเก๊กฮวยไว้จำนวน 2 งาน หญ้าหวาน จำนวน 1 งาน และกุหลาบ จำนวน 100 ต้น โดยเลือกปลูกเป็นกุหลาบมอญ เพราะเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะกับการนำมาแปรรูปทำชามากที่สุด ด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และสีสันที่สวยชวนกิน

ขั้นตอนการปลูกพืชสมุนไพรทำชา

พี่พลอย อธิบายการทำชาให้ฟังต่อว่า การปลูกพืชสมุนไพรเพื่อนำมาแปรรูปทำชานั้นมีขั้นตอนความยากง่ายและวิธีการที่แตกต่างกัน โดยที่สวนจะเน้นปลูกแบบอินทรีย์ทั้งหมด ดังนั้น การดูแลโรคและแมลงศัตรูพืชถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ข้อดีของการปลูกพืชทั้ง 3 ชนิด คือ เก๊กฮวย หญ้าหวาน และกุหลาบมอญ จะมีข้อดีที่เหมือนกันคือ ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้นาน แต่จะมีขั้นตอนการลงทุนเพิ่มขึ้นมา ทั้งแรงงาน ขั้นตอนการแปรรูป และการหาแพ็กเกจจิ้ง แต่หากทำได้สำเร็จบอกได้เลยว่าคุ้มกับการลงทุนแน่นอน

วิธีการปลูก

ขั้นตอนการเตรียมดินจะมีกระบวนการคล้ายคลึงกันทั้ง 3 ชนิด คือมีการไถ ปั่นดิน แล้วยกร่อง แตกต่างกันที่ลักษณะการเตรียมแปลง

  • เก๊กฮวย จะทำแปลงยกร่องเหมือนกับการปลูกข้าวโพด ระยะห่างระหว่างต้น 40×40 เซนติเมตร ปลูกยกร่องแถวคู่
  • หญ้าหวาน จะทำแปลงปลูกเหมือนการปลูกผักทั่วไป ระยะห่างระหว่างต้น 20×20 เซนติเมตร 1 แปลงปลูกได้ 4 ต้น ความกว้างของแปลงประมาณ 4 เมตร
  • กุหลาบมอญ ปลูกบนพื้นราบธรรมดา ขุดหลุมปลูกตามแนว ระยะห่างระหว่างต้น 1×1 เมตร ระหว่างแถว 1.50 เมตร

การขยายพันธุ์ ของพืชทั้ง 3 ชนิด ใช้วิธีการปักชำทั้งหมด เช่น กุหลาบสามารถตัดลำต้นมาปักชำได้ ส่วนหญ้าหวานและเก๊กฮวยก็ใช้ลำต้นหรือยอดนำมาปักชำเช่นกัน

การปลูก จะเป็นการนำเอาต้นพันธุ์ที่มีรากลงปลูก ซึ่งในขั้นตอนการไถกลบจะมีทั้งหญ้าและพืชปรุงดิน ปอเทืองที่ปลูกไว้ไถกลบเพื่อให้เกิดปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน แล้วจึงค่อยนำเอาต้นพันธุ์มาลงหลุมปลูก หลังจากนั้นต้นพันธุ์ที่ปลูกเริ่มติด จะใส่ปุ๋ยอีก 1 รอบ ปุ๋ยที่ใส่เป็นปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้วัว และน้ำหมักชีวภาพอย่างน้อยเดือนละครั้ง แต่ที่เหมาะสมคือควรให้สักเดือนละ 2 ครั้ง

ระยะเวลาเก็บเกี่ยว

  • เก๊กฮวย การออกดอกเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน ดอกจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม และบานมากที่สุดช่วงปลายเดือนธันวาคม เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 มกราคม จะเป็นช่วงที่ดอกเก๊กฮวยบานสะพรั่งทั่วสวน

โรคและแมลงศัตรูพืชที่ควรระวัง ในระยะแตกยอดใหม่ๆ เก๊กฮวยค่อนข้างจะบอบบาง จะมีเพลี้ยอ่อนเป็นศัตรู เพลี้ยอ่อนจะคอยมาดูดน้ำเลี้ยง วิธีการแก้ไขคือ การปล่อยแมลงเต่าทองลงไปช่วยกำจัดเพลี้ย จะไม่มีการฉีดสารเคมีใดๆ ลงไปกำจัด ใช้วิธีธรรมชาติกำจัดธรรมชาติก็ได้ผลแล้ว

  • หญ้าหวาน สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกวัน ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวต่อต้นอยู่ที่ประมาณ 30-45 วัน หญ้าหวานจะเป็นพืชที่ตัดแล้วแตกใหม่ จึงมีให้เก็บทุกวัน หมุนเวียนกันไปในแปลง

โรคและแมลงศัตรูพืชที่ควรระวัง ศัตรูตัวสำคัญที่ทำให้ผลผลิตหญ้าหวานเสียหายคือราขาวและโรครากเน่าโคนเน่า ก็จะป้องกันและกำจัดด้วยการฉีดพ่นด้วยไตรโคเดอร์มา

  • กุหลาบมอญ เก็บได้ทุกๆ 2 เดือน แบ่งตัดเป็นรุ่น และมีการตัดแต่งกิ่งทำสาวรอให้แตกกิ่งใหม่ขึ้นมา

โรคและแมลงศัตรูพืชที่ควรระวัง ศัตรูของกุหลาบคือแมลงปีกแข็ง แมงอีนูน เข้ามากัดกินดอกในช่วงที่ดอกกำลังตูม วิธีแก้ไขคือการใช้น้ำส้มควันไม้ หรือก่อกองไฟเพื่อให้ควันจากกองไฟไล่แมลงออกไป

ระบบน้ำ 1. เก๊กฮวย รดน้ำทุกวันด้วยระบบสายน้ำพุ่ง เปิดรดวันละครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที ข้อดีคือช่วยประหยัดน้ำ ติดตั้งง่าย ข้อเสียคือ เวลาที่รดน้ำตอนดอกออก น้ำที่พุ่งขึ้นไปอาจจะไปโดนเกสรของดอก จะทำให้ดอกโรยเร็ว แต่ก็ยังดีกว่าน้ำฝน ถ้าหากโดนน้ำฝน ดอกเก๊กฮวยจะขึ้นรา 2. หญ้าหวาน ให้น้ำทุกวัน วันละ 20 นาที ด้วยระบบมินิสปริงเกลอร์ 3. กุหลาบ ให้น้ำวันเว้นวัน วันละ 30 นาที ด้วยระบบน้ำหยด หากให้น้ำมากเกินไปจะทำให้รากเน่าได้

ขั้นตอนการแปรรูปอบแห้ง-ทำชาสมุนไพร

  • เริ่มจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตคุณภาพ ถ้าเป็นดอกเก๊กฮวยจะเลือกเก็บเฉพาะดอกที่บานเต็มที่ โดยให้สังเกตที่กลีบนอกและเกสรข้างในถ้าบานเต็มที่สามารถเก็บได้ จะเก็บทุกวันในช่วงฤดูหนาว แต่ถ้าหากทิ้งไว้ให้ดอกบานมากเกินไป ผึ้งจะมาตอมและเก็บเอาเกสรไปหมด ทำให้ความหอมของดอกเก๊กฮวยจะหายไปด้วย ส่วนกุหลาบเมื่อดอกเริ่มบานแค่พอให้เห็นเกสรก็สามารถเก็บได้ เพื่อให้เกสรไม่บานเยอะจนเกินไป หากปล่อยให้บานมากเกินไปกลิ่นหอมของดอกก็จะหายไปด้วยอีกเช่นกัน
  • หลังจากเก็บดอกไม้ที่ต้องการมาแล้ว ให้นำมาล้างทำความสะอาด ดอกเก๊กฮวยโดยมากในช่วงที่เก็บไม่ได้มีฝุ่นเยอะ จะนำมาทำความสะอาดเบื้องต้น เรียกว่านำมาผ่านน้ำ คือไม่ถึงขั้นกับเอามาล้าง เพราะถ้าหากล้างมากเกินไปจะทำให้ความหอมของดอกหายไป จากนั้นนำไปสะเด็ดน้ำด้วยเครื่องปั่น แล้วนำไปอบแห้ง ส่วนดอกกุหลาบจะนำมาล้างทำความสะอาด 1 รอบ แล้วนำไปอบ และสุดท้ายหญ้าหวานต้องมีการนำไปล้างน้ำทำความสะอาดถึง 3 รอบ จึงค่อยนำไปอบ
  • การอบ เป็นการนำไปอบในพาราโบลาโดม ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการอบ ดอกเก๊กฮวยใช้เวลาอบ 2 แดด หรือใช้เวลาอบประมาณ 2 วัน วันละ 6-8 ชั่วโมง ส่วนดอกกุหลาบ อบ 2 แดด เช่นเดียวกับดอกเก๊กฮวย และสุดท้ายหญ้าหวาน อบแดดเดียวหรือประมาณ 6-8 ชั่วโมง
  • บรรจุใส่หีบห่อ หลังจากอบเสร็จนำมาบรรจุใส่แพ็กเกจจิ้งที่เตรียมไว้ ทั้งขนาดบรรจุเป็นกิโลกรัม และบรรจุแบบขายปลีก

ปริมาณผลผลิตหลังการอบแห้ง 1. เก๊กฮวยสามารถแปรรูปได้จำนวน 100 กิโลกรัมแห้งต่อปี 2. หญ้าหวานสามารถแปรรูปได้ทุกเดือน เดือนละ 30 กิโลกรัม และกุหลาบยังได้จำนวนไม่เยอะมาก เนื่องจากเป็นการเริ่มต้น หากใครอยากสั่งกุหลาบอบแห้งเพื่อไปชงชาต้องพรีออร์เดอร์ไว้ล่วงหน้า

การเพิ่มมูลค่า จากราคาผลผลิตดอกเก๊กฮวยสดที่รับซื้อจากลูกสวนในราคากิโลกรัมละ 50 บาท เมื่อนำมาแปรรูปสามารถสร้างมูลค่าได้หลายเท่าตัว โดยสัดส่วนดอกเก๊กฮวยสด 3.5 กิโลกรัม จะได้เก๊กฮวยอบแห้ง 1 กิโลกรัม ขายได้ในราคากิโลกรัมละ 1,500 บาท หญ้าหวาน 3.2 กิโลกรัม จะได้หญ้าหวานอบแห้ง 1 กิโลกรัม ขายในราคากิโลกรัมละ 1,000 บาท กุหลาบ ปริมาณเท่ากับเก๊กฮวยคือ 3.5 กิโลกรัม ได้กุหลาบอบแห้ง 1 กิโลกรัม ผลผลิตยังมีขายไม่มาก

แบ่งขายปลีก 10 เปอรเซ็นต์ เก๊กฮวยบรรจุ 10 กรัม ราคา 35 บาท แบบบรรจุ 20 กรัม ราคา 50 บาท หรือถ้าเป็นเก๊กฮวยผสมหญ้าหวานบรรจุใส่ซองชา 10 ซอง ราคา 35 บาท เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีมาก ด้วยความหอมของดอกเก๊กฮวยผสมกับความหวานของหญ้าหวานเข้ากันอย่างลงตัว และกุหลาบบรรจุ 10 กรัม ราคา 35 บาท

จุดเด่นที่มีไม่เหมือนใคร อันดับแรกคือรูปลักษณ์ภายนอกด้วยสีของดอกเก๊กฮวยจะสีเหลืองสวยต่างจากท้องตลาดทั่วไป สีจะไม่เหมือนของจีน และไม่เหมือนของทางภาคเหนือ ถัดมาคือกลิ่น กลิ่นที่แตกต่าง เมื่อเปิดถุงออกมาจะได้กลิ่นของดอกเก๊กฮวยที่ให้ความหอมคล้ายกับน้ำผึ้ง พร้อมกับรสชาติหวานผสมกับเผ็ดนิดๆ หากนำมาผสมกับหญ้าหวานจะเพิ่มความละมุนเพิ่มขึ้นไปอีก และดอกกุหลาบ เมื่อเปิดถุงออกมาจะได้กลิ่นของกุหลาบก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นเมื่อนำมาชงสีของกลีบกุหลาบเมื่อโดนน้ำร้อนสีจะละลายไปพร้อมกับน้ำร้อน จะเหลือเป็นดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ จนลูกค้าที่เคยซื้อไปถามว่าที่สวนนำดอกกุหลาบไปชุบสีหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่าไม่ได้มีการชุบสีใดๆ เป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ พร้อมกับการได้ดื่มด่ำรสชาติที่หอมละมุนและสีสันที่สวยงาม ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

**นำประสบการณ์อาชีพเซลส์

มาประยุกต์ใช้กับงานเกษตร**

สำหรับการทำตลาดสมุนไพรอบแห้ง พี่พลอย เล่าให้ฟังว่า ตนเองค่อนข้างที่จะได้เปรียบเกษตรกรทั่วไปอย่างหนึ่งคือ ด้วยอาชีพเดิมที่เคยเป็นเซลส์ขายสินค้ามาก่อนจึงสามารถเอาประสบการณ์ตรงนั้นมาใช้กับงานในปัจจุบันได้

“อาชีพเซลส์อย่างแรกที่ได้เปรียบเลยคือเรื่องของคอนเน็กชั่น เรื่องของการสร้างฐานลูกค้า เพราะเราสามารถวิเคราะห์ลูกค้าได้ เซลส์จะรู้ว่าสินค้าแบบไหนที่ลูกค้าต้องการ เพราะฉะนั้นเราจึงรู้ได้ว่าอะไรที่เราทำออกมาแล้วมันขายได้ นั่นคือเซลส์ และเซลส์จะใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากที่สุดในกระบวนการด้านธุรกิจ มันทำให้เรามองต่างจากเกษตรกรทั่วไป ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบทำให้สินค้าเราขายได้ และขายได้ในราคาที่ดี เพราะเรามีการสร้างเรื่องราวและสามารถจับเทรนด์สินค้าที่คนชื่นชอบได้ในปัจจุบัน รวมถึงช่องทางการตลาดที่มีหลายช่องทาง ทั้งจากทางศูนย์การเรียนรู้ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าประจำจากหลายจังหวัด รวมถึงลูกค้าในสื่อโซเชียลต่างๆ ทำให้ทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี จากการแปรรูปสมุนไพรอบแห้ง” พี่พลอย กล่าวทิ้งท้าย

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 086-464-2579 หรือติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : มาฆะฟาร์ม makafarm

………………………………………………………………

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิงก์ https://shorturl.asia/0zJwQ

– Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...