โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำความรู้จัก “ภาษีการรับให้” (Gift Tax) คืออะไร? ใครต้องเสียภาษีนี้บ้าง?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 14.08 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 07.08 น.

“ภาษีการรับให้” (Gift Tax) อาจไม่ใช่กฎหมายใหม่ แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่หลายคนไม่แน่ใจว่าคืออะไร และใครกันแน่ที่ต้องเสียภาษี - ผู้ให้หรือผู้รับ? หลายคนอาจเคยได้รับเงินสด โฉนดที่ดิน หรือทรัพย์สินมีค่าจากพ่อแม่ ญาติ หรือคนใกล้ชิด โดยไม่รู้เลยว่าการ “รับของขวัญ” เหล่านี้อาจเข้าข่ายต้องเสียภาษีการรับให้ตามกฎหมายไทย

ข้อมูลจากกรมสรรพากร ระบุว่า ภาษีการรับให้ หรือเรียกทั่วไปว่า ภาษีการให้ คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากทรัพย์สินที่ให้หรือรับแก่บุตร คู่สมรส ญาติ หรือบุคคลอื่น ก่อนผู้ให้เสียชีวิต โดยการกำหนดภาษีนี้มีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีการรับมรดก ป้องกันไม่ให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษีการรับมรดก ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558 และ (ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2559

ใครคือ "ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้"? ต้องเสียภาษีเท่าไร?

กรมสรรพากรระบุว่า ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้นั้น เกิดขึ้นในกรณีดังนี้

1.การให้อสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ที่โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บิดาและหรือมารดา ผู้โอนกรรมสิทธิ์ให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม (มาตรา 42(26))

ในกรณีนี้ "ผู้โอน" เสียภาษีขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดิน อัตรา 5% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท หรือนำไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินอื่นก็ได้

2.กรณีการให้สังหาริมทรัพย์

  • บุคคลธรรมดาผู้ได้รับเงินได้จากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ในส่วนที่เกินกว่า 20 ล้านบาทในแต่ละปีภาษี (มาตรา 42(27))
    • บุคคลธรรมดาผู้ได้รับเงินได้จากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีจากบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส เฉพาะเงินได้ส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านบาท ในแต่ละปีภาษี (มาตรา 42(28))

ส่วนกรณี "ผู้รับ" เสียภาษีอัตรา 5% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท หรือนำไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินอื่นก็ได้

โดยผู้ให้ซึ่งเป็นบุพการีบุพการี หมายถึง บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย ทวด ขณะที่ผู้ให้ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน หมายถึง บุตร (รวมบุตรบุญธรรม/บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว) หลาน และเหลน

ส่องวิธีคำนวณภาษีการรับให้

สำหรับการคำนวณภาษีการรับให้ กรณีการให้อสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีอัตรา 5% ของส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านบาท หรือ 20 ล้านบาท (แล้วแต่กรณี) โดยวิธีการคำนวณ คือ

  • ส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท หรือ 20 ล้านบาท × อัตราภาษี 5% = ภาษีที่ต้องเสีย

ตัวอย่างที่ 1 บิดา ยกที่ดินให้ บุตรชอบด้วยกฎหมาย ราคาประเมินของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ 22 ล้านบาท บิดาผู้ให้จะต้องเสียภาษี 100,000 บาท ซึ่งคำนวณจาก 2 ล้านบาท × 5%

ตัวอย่างที่ 2 งานแต่งงานของหลาน คุณป้าได้ให้เงิน 5 ล้านบาท และให้ทองมูลค่า 6 ล้านบาท หลาน ซึ่งเป็นผู้รับจะต้องเสียภาษี 50,000 บาท ซึ่งคำนวณจาก 1 ล้านบาท × 5%

ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 รวมกับเงินได้อื่นหรือไม่?

ทั้งนี้ผู้เสียภาษีมีสิทธิเลือกเสียภาษีในอัตรา 5% โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อย่างอื่นในปีภาษีนั้น หรือเลือกนำไปรวมกับเงินได้อื่นเพื่อคำนวณภาษีตามปกติก็ได้

โดยกรณีที่ผู้เสียภาษี เลือกเสียภาษีโดยไม่นำไปรวมคำนวณกับเงินได้อย่างอื่นในปีภาษี

  • หากเลือกยื่นแบบกระดาษ ให้ระบุจำนวนเงินได้ จำนวนภาษีในรายการเงินได้จากการให้หรือการรับ โดยเลือกเสียภาษีในอัตรา 5% ของเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42(26) (27) (28)
    • หากเลือกยื่นแบบออนไลน์ ผ่านระบบ E-Filing เลือกเงินได้จากการให้หรือการรับ (มาตรา 40(8)) ระบุเงินได้พึงประเมิน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เฉพาะกรณีโอนกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์) และทำเครื่องหมายหน้าข้อความ O ต้องการเสียภาษีโดยไม่รวม

ทั้งนี้ภาษีการรับให้ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้ ต้องนำเงินได้ที่เกิดในระหว่างเดือนมกราคม ถึง เดือนมิถุนายน ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกันยายนของปีภาษี และนำรายได้ระหว่างเดือนมกราคม ถึง เดือนธันวาคม ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมกราคม ถึง เดือนมีนาคม ของปีถัดจากปีภาษี และหากยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ตได้รับขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน

ตารางสรุปภาษีการรับให้ (Gift Tax)

อ้างอิง : rd.go.th

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...