โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘มานะ’ เปิดใต้พรมตึก สตง.ถล่ม แฉการหากินธุรกิจอำนาจรัฐ-เอกชน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 02.38 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 10.29 น.
ดร.มานะ นิมิตรมงคล

สัมภาษณ์พิเศษ

“สิ่งแรกที่ผมคิดหลังจากตึกถล่มคือ มันมีการโกงหรือเปล่านะ” ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ACT พูดถึงภาพสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มพังทลาย ผลกระทบหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว รุนแรงขนาด 8.2 ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อเวลา 13.20 น. ของวันที่ 28 มี.ค.

ไม่ใช่แค่ ดร.มานะ ที่คิดแบบนั้น แต่คนไทยทั้งประเทศก็กำลังคิดเช่นกัน ?

ร่วมทุนร่วมค้า

คลื่นเงินและอิทธิพลจากจีนหลั่งไหลเข้าไทยมหาศาล

รายงานและสถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2563-2567) พบมีเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากจีนที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มูลค่าเกือบ 5 แสนล้านบาท จากโครงการกว่า 1,600 โครงการ ยังไม่นับประเภทเลือกใช้โมเดลไปจดทะเบียนในประเทศอื่นก่อนมาลงทุนในไทย

ดร.มานะเล่าว่ามีบริษัทหลายแห่งเลือกลงทุน “หากิน” กับภาคเอกชน ขณะที่อีกส่วน “หากิน” กับภาครัฐ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจ โดยที่ผ่านมามีเอกอัครราชทูตจากฝั่งยุโรปบางแห่งถึงกับตั้งคำถามถึง “หลายโอกาส” ที่จีนได้รับจากไทย โดยเฉพาะหลังโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา

ที่ผ่านมาไทยเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในไทย ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ตามกฎหมาย ตั้งแต่จดทะเบียนธุรกิจ, การถือหุ้น, กิจการค้าร่วม (Consortium), กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ที่นิยมใช้ในโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากใช้เทคโนโลยี แรงงานและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้ประกอบการไม่สามารถผลักดันโครงการได้เพียงรายเดียว จำเป็นต้องร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการรายอื่นเพื่อให้สามารถดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้สำเร็จลุล่วง

“รูปแบบ” ที่ว่าไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่รายละเอียดการได้มาซึ่งบริษัทหรือโครงการคือสิ่งที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องของ “นอมินี” และการจ้างเหมาช่วง

“ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีข้อจำกัดอะไร โครงการนั้นซับซ้อนหรือต้องการองค์ประกอบอะไรเป็นพิเศษ บริษัทที่มีคุณสมบัติไม่ครบ ก็ต้องจับมือกับคนที่สามารถเติมเต็มเราได้”

ช่องโหว่ใหญ่และข้อตกลงคุณธรรม

ทุกโครงการภาครัฐ “ผู้มีอำนาจ” มักพูดให้ได้ยินอยู่เสมอถึงความโปร่งใส แต่ ดร.มานะเห็นว่าในเชิงปฏิบัติแต่ละขั้นตอนมีโอกาสที่จะโกงกิน เกี้ยเซียะหรือเอื้อประโยชน์ให้กันได้อยู่ตลอดเวลา

ขั้นตอนหลัก ๆ ของการจัดทำโครงการภาครัฐ คือ

หนึ่ง – ศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการลงทุน

สอง – การจัดทําร่างขอบเขตของงาน หรือ “ทีโออาร์”

สาม – จัดทำงบประมาณและอนุมัติการก่อสร้าง

สี่ – การจัดซื้อจัดจ้าง เปิดโอกาสให้ผู้ประมูลเข้าร่วมเสนอราคาหรือข้อเสนอ จนได้ผู้ควบคุมการก่อสร้างและผู้รับเหมา

“ช่วงเขียนทีโออาร์นี่แหละสำคัญมาก จะมีการล็อกสเป็ก ฮั้วประมูล กำหนดเงื่อนไขเพื่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ กีดกันบางบริษัทออกไป”ระธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ACT บอก

ที่ผ่านมามีความพยายามป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นผ่านความเห็นชอบโดยคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2558 ให้นำ“ข้อตกลงคุณธรรม” (Integrity Pact) เข้ามาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความเข้มข้นในทางปฏิบัติไม่ได้รับความร่วมมือมากเท่าที่ควร

ดร.มานะบอกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ข้อตกลงคุณธรรมที่เปิดให้ตัวแทนจากภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ถูกนำมาใช้ใน 178 โครงการ มูลค่ารวม 2 ล้านล้านบาท ประหยัดเงินไปได้กว่า 7.7 หมื่นล้านบาท โดยงานวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ว่า ข้อตกลงคุณธรรมไม่ได้ช่วยให้รัฐประหยัดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้โครงการมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นไปตามวัตถุประสงค์มากขึ้นด้วย

“มันคือการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของภาครัฐ ที่ต้องทำงานอย่างเปิดเผย มีส่วนร่วมจากประชาชน แต่ก็ยังมีหน่วยงานจำนวนมากที่เกเร ดื้อดึง เข้าข้อตกลงคุณธรรมแล้วไม่ได้ให้ความร่วมมือ เช่น ผู้สังเกตการณ์ขอดูเอกสารก็ไม่ให้ ให้ช้า ดึงเรื่อง สุดท้ายพอเหลือเวลานิดเดียวให้มาจำนวนมาก 3-4 ลัง หรือเอาเอกสารมาวาง 2 แฟ้มใหญ่ ๆ แล้วบอกว่า ต้องพิจารณาภายในวันนี้ให้จบซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยในชีวิตจริง”

“บางโครงการเข้าข้อตกลงคุณธรรมแล้ว พอถึงเวลาตีความกฎหมายใหม่แล้วถอนเรื่องออก ด้วยการตีความกฎหมายเฉพาะ”

เขาบอกต่อว่า ปัจจุบันโครงการที่รัฐเลือกเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม มีขนาดและความสำคัญลดน้อยลง จากมูลค่ารวมเฉลี่ยปีละ 4-5 แสนล้านบาท เหลือเพียง 4-5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่า ในโครงการลงทุนร่วมรัฐและเอกชน (PPP) และโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีการแยกออกไปใช้ข้อตกลงคุณธรรมในเวอร์ชั่นที่หน่วยงานกำหนดเอง ไม่ได้อยู่บนมาตรฐานสากลและแนวปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ เช่น กำหนดให้ผู้สังเกตการณ์เข้าได้เฉพาะขั้นตอนคัดเลือกเท่านั้น หรือเลือกกำหนดผู้สังเกตการณ์เอง ซึ่งผิดหลักสากล

“ถ้าโครงการใหญ่ ๆ เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมนี้หมด เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เชื่อว่า 10 ปี ประหยัดเงินได้เป็นแสนล้าน แต่ประเทศไทยนั้นมีหลายมาตรฐานซะเหลือเกิน”

ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ACT เสนอแนะให้รัฐบาลยกระดับความโปร่งใส 3 มาตรการ ดังนี้

หนึ่ง – รัฐและผู้รับเหมาต้องเปิดเผยข้อมูลโครงการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ชัดเจน ครบถ้วน ตรวจสอบได้ รวดเร็วทันทีที่ร้องขอ จัดทำรูปแบบวิเคราะห์ที่เข้าใจง่าย สะดวกต่อการนำไปเผยแพร่ต่อ

สอง – รัฐต้องนำข้อตกลงคุณธรรมที่เป็นมาตรฐานเดียวกันไปใช้กับทุกโครงการ รวมทั้งโครงการลงทุนร่วมรัฐและเอกชน (PPP) และโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สาม – ต้องเพิ่มจำนวนโครงการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมอย่างน้อยเท่าตัว โดยเน้นคัดโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่ประชาชนสนใจ หรือมีผลกระทบต่อประชาชนมาก

ทุจริตยั่งยืน

ดร.มานะระบุว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นฝังรากลึกในไทย มาจากหลายปัจจัยที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขและพัฒนาอย่างจริงจัง ตั้งแต่ระบบอุปถัมภ์ การให้ความสำคัญกับคนร่ำรวยหรือคนมีอำนาจ ระบบราชการไม่เคยมีการปฏิรูป ขาดความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ค่อยได้ ผู้นำประเทศไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนในการต่อต้านทุจริต ไม่ใส่ใจแก้ไขในเชิงโครงสร้างเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว พูดเพียงปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่คอร์รัปชั่นเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากหลายฝ่าย

“ระบบราชการมันไม่ถูกปฏิรูป ชินกับการทำงานแบบไม่โปร่งใส ใช้อำนาจเป็นหลัก ใช้ดุลพินิจกันมาก ตราบใดเป็นอย่างนี้ยิ่งแก้ไม่ได้” เขาบอกเมื่อรวมกับสภาพ “การเมือง” ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบ้านใหญ่และนายทุนพรรค ยิ่งทำให้คอร์รัปชั่นซับซ้อนและฝังลึก

“โกงเล็กโกงน้อย ทีใครทีมัน ปล่อยไปเรื่อย ๆ มันเลยกลายเป็นวัฒนธรรม”

นอกเหนือจากความเสียหายในเชิงโยธาฯ และโครงสร้างจากภาพตึกถล่มที่คนมองเห็น ยังมีแรงสั่นสะเทือนในเชิงความรู้สึกของคนไทย ภาพผู้คนหวาดหวั่นที่ตามมาสะท้อนให้เห็นว่าคนไม่มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อกันโดยเฉพาะหน่วยงานราชการ

เราจะเห็นอาการแพนิกของบรรดาข้าราชการในวันถัดมา ข้าราชการหลายคนแห่หนีออกมาจากตึก แต่ฝั่งเอกชนเฉย ๆ นั่นเพราะข้าราชการเขารู้ดีว่า ตึกที่อยู่เขามีร่องรอยของการร้าวทั้งที่มองเห็นและไม่เห็น

“คอร์รัปชั่นมันไปถึงขนาดตึกถล่ม มันทำคนตายแล้วนะ มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินเรื่องทองอย่างเดียว”

เรื่องเชิงบวกอย่างเดียวที่ ดร.มานะเห็น คือความตื่นตัวของภาคประชาชน ในการช่วยกันขุดคุ้ยและแสดงความคิดเห็น โดยเชิญชวนให้ทุกคนสะท้อนปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ติดแฮชแท็ก #เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดการติดตามและเป็นแรงกระเพื่อมจากสาธารณะ

“เราอย่าไปกลัวครับ ถ้ากลัวแล้วผลร้ายจะเกิดกับประชาชน” เขาทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘มานะ’ เปิดใต้พรมตึก สตง.ถล่ม แฉการหากินธุรกิจอำนาจรัฐ-เอกชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...