ส่องราคาเหมาะสม GULF ก่อนกลับมาเทรด 3 เม.ย.นี้ โบรกให้เป้า 53 - 70 บาท/หุ้น
ส่องราคาเหมาะสม GULF ก่อนกลับมาเทรด 3 เม.ย.นี้ โบรกให้เป้า 53 - 70 บาท/หุ้น
โบรกฯ คาด GULF กลับเข้าเทรดวันแรก 3 เม.ย.นี้ ที่ระดับ 48 -56.56 บาท มองแนวโน้มธุรกิจเติบโตแข็งแกร่ง จากโครงสร้างธุรกิจโรงไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน สื่อสาร และ Data center คาดกำไรปีนี้พุ่ง 2.2 - 2.6 หมื่นลบ. พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 53.25 - 70 บาท/หุ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งรับหุ้นสามัญของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เริ่มซื้อขายวันที่ 3 เม.ย.68 ในกลุ่มทรัพยากร หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค หลังกระวบการควบรวมกิจการแล้วเสร็จ
โดยในวันแรกที่เปิดการซื้อขาย ตลท.จะไม่กำหนดราคาซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด (Ceiling & Floor) ของหุ้นสามัญ GULF วันแรกที่มีการซื้อขาย และในวันทำการถัดไป Ceiling & Floor ของหุ้นสามัญ GULF จะถูกปรับให้เป็นไปตามเกณฑ์ปกติ
*** เอเซีย พลัส คาดราคาเปิดเทรดที่ 48-48.50 บ./หุ้น ส่วนราคาเป้าหมาย 68.25 บาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผย "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ประเมินราคาหุ้น GULF กลับเข้าซื้อขายวันแรก 3 เม.ย.นี้ จะอยู่ที่ระดับ 48-48.50 บาทต่อหุ้น โดยอ้างอิงจากสมมุติฐานราคาปิดสุดท้ายของ GULF ที่ระดับ 49.75 บาทต่อหุ้น และราคาปิดสุดท้ายของหุ้น บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH มา Swap ratio กัน
ทั้งนี้ แนะนำ "Outperform" และให้ราคาเป้าหมาย 68.25 บาทต่อหุ้น มองว่าชอบ GULF ที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า ณ ปัจจุบัน เนื่องจากความเสี่ยงด้านนโยบายลดค่าไฟฟ้า (FT) ซึ่งคาดส่งผลกระทบต่อ GULF ค่อนข้างน้อยกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ ขณะที่โครงการในปัจจุบันมีอยู่ค่อนข้างสูงจึงทำให้สามารถต่อยอดกำไรได้ต่อเนื่องในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งทำให้พื้นฐานแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามหากราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา ถือเป็นโอกาสของนักลงทุนในการซื้อสะสมระยะยาวได้
ขณะที่มองโครงสร้างบริษัทใหม่จะมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าและธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน 60% และธุรกิจดิจิทัล 40% โดยบริษัทใหม่จะมีสภาพคล่องมากขึ้นและต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ เช่น ธุรกิจ Data center และการถือหุ้น ADVANC เพิ่มขึ้นเป็น 40% จะทำให้ GULF รับรู้กำไรเข้ามาประมาณ 3,800 ล้านบาทต่อปี รวมถึง D/E ที่คาดจะลดลงเหลือ 0.8 เท่า จากเดิม 1.8 เท่า จะทำให้บริษัทมีความสามารถในการกู้เงินมากขึ้น พร้อมประเมินกำไรสุทธิปี 68 คาดจะอยู่ที่ระดับ 26,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 67 ที่ทำได้ 21,500 ล้านบาท
*** บล.ดาโอ คาดกลับมาเทรดกันคึกคักที่ 56.56 บาท/หุ้น
ด้านบทวิเคราะห์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุ GULF เตรียมกลับมาเทรดอีกครั้งพรุ่งนี้ (3 เม.ย.68) หลังจากถูกพักการซื้อขาย (SP) ไปเมื่อ 21 มี.ค.-2 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยคาดหุ้นในกลุ่มนี้จะกลับมาเทรดกันคึกคักอีกครั้ง โดยคำนวณราคาหุ้น GULF ที่จะกลับมาเทรด โดยใช้ราคาอ้างอิงราคาปิดสุดท้ายที่ 56.56 บาทต่อหุ้น
*** บล.ยูโอบีฯ ชูเป้าหมาย 70 บาท/หุ้น ย้ำพื้นฐาน-กระแสเงินสดแข็งแกร่ง
บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุ GULF หลังควบรวมกิจการแล้วเป็นบริษัทใหม่ ฝ่ายวิจัยให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 70 บาทต่อหุ้น ซึ่งถือว่าพื้นฐานแข็งแกร่งมาก โดยพอร์ตธุรกิจไฟฟ้าเป็น IPP เกือบทั้งหมด จึงไม่รับผลกระทบจากการลดค่าอัตราไฟฟ้าผันแปร หรือ FT ของภาครัฐฯ และยังมีธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจท่าเรือที่จะมาช่วยหนุนการเติบโต รวมไปถึงการเข้าไปลงทุนใน ADVANC และ KBANK ทำให้ได้รับเงินปันผลจำนวนมาก ซึ่งสถานะของ GULF จัดว่ามีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
สำหรับปี 68 ผลการดำเนินงานของ GULF คาดว่าจะมีกำไรปกติประมาณ 22,800 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 20% จากปี 67
*** บล.หยวนต้า ให้เป้า 53.25 บาท/หุ้น แนะนำเพียง "เทรดดิ้ง" เหตุอัพไซด์ไม่เยอะ
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทใหม่จะมีธุรกิจที่ครอบคลุมมากขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าและสื่อสาร ทั้งนี้มองว่าแนวโน้มเทรนด์ทั่วโลกจะไปในทางนี้มากขึ้น ทั้งธุรกิจ Data center ที่ใช้กระแสไฟและระบบการสื่อสารจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการต่อยอดธุรกิจที่น่าจะใหญ่มากขึ้น
โดยฝ่ายวิจัยให้ราคาเป้าหมาย GULF ที่ 53.25 บาทต่อหุ้น ซึ่งแนะนำ "เทรดดิ้ง" เนื่องจากมองราคาหุ้นมีอัพไซด์ไม่เยอะมาก เมื่อเทียบกับราคาปิดสุดท้ายที่ 49.75 บาทต่อหุ้น
เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ