โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : นักศึกษาต้องรู้! สิทธิสวัสดิการพิเศษทั้งในและนอกมหาลัย

Dek-D.com

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 09.58 น. • DEK-D.com
รู้ยัง? สิทธิสวัสดิการพิเศษของนักศึกษามีอะไรบ้าง

นักศึกษาต้องรู้! สิทธิสวัสดิการพิเศษทั้งในและนอกมหา'ลัย

สวัสดีค่ะน้อง ๆ Dek-D ทุกคน รู้ไหมคะว่าการที่ได้เข้าไปเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว เรื่องที่น้อง ๆ ควรรู้เลยนั่นก็คือ สิทธิประโยชน์สวัสดิการต่าง ๆที่น้องนักศึกษาได้รับเพื่อช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

เป็นนักศึกษาทั้งทีในช่วงนึงของชีวิตก็ควรรู้สิทธิสวัสดิการนักศึกษาเอาไว้ เพื่อที่จะได้นำสิทธิต่าง ๆ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และไม่ควรพลาดก่อนที่จะเรียนจบเพราะถ้าพลาดแล้วต้องมาเสียดายทีหลังแน่ ๆ วันนี้พี่นิ้งพามารู้จักสิทธิสวัสดิการนักศึกษาว่ามีอะไรบ้างกันค่ะ

หมายเหตุ : สิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ของแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะแตกต่างกัน

สิทธิสวัสดิการของนักศึกษาคืออะไร?

สิทธิสวัสดิการนักศึกษาคือ บริการและสิทธิประโยชน์ที่มหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ให้เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษา โดยครอบคลุมหลากหลายด้าน เช่น ด้านการเงิน สุขภาพ ที่อยู่อาศัย อาหาร และการแนะแนวอาชีพ ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

ความสำคัญสิทธิสวัสดิการของนักศึกษา

สิทธิสวัสดิการของนักศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและประสบการณ์ทางการศึกษาโดยตรง ทั้งในด้านความเป็นอยู่ สุขภาพกายและใจรวมไปถึงโอกาสในการพัฒนาตนเองเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต การมีระบบสวัสดิการที่ดีและครอบคลุมจะช่วยให้นักศึกษาสามารถใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น ลดอุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ และช่วยให้พวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายทางการศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพ

รู้ยัง? สิทธิสวัสดิการพิเศษของนักศึกษามีอะไรบ้าง

1.สิทธิสวัสดิการด้านการศึกษา

สวัสดิการด้านการศึกษา มีความสำคัญมากไม่น้อยกว่าสวัสดิการในด้านอื่น ๆ ด้วยการศึกษานั้นเป็นแก่นกลางของนโยบายทางสังคม โดยการศึกษานี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะในแง่ของการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (ก่อนอุดมศึกษา) เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและการฝึกอาชีพในลักษณะอื่น ๆ ก็เป็นสวัสดิการที่ภาครัฐควรให้ความสำคัญ เพราะการศึกษาและการฝึกอาชีพนั้น เป็นกลไกที่จะนำไปสู่การพัฒนาและเพิ่มมูลค่าชีวิตมนุษย์ให้เพิ่มขึ้นได้

  • ทุนเรียนดี เป็นทุนการศึกษาที่ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย สนับสนุนความสามารถทางสติปัญญาเป็นทุนให้เปล่า ไม่มีเงื่อนไขผูกมัด มีทั้งแบบให้ต่อเนื่องจนจบหลักสูตรการศึกษาและไม่ต่อเนื่องให้ในระยะสั้น
  • ทุนสนับสนุนกิจกรรมสำหรับนักศึกษาที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา ศิลปวัฒนธรรม หรือผลงานโดดเด่นในกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
  • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กองทุนของรัฐบาลไทยที่ให้เงินกู้แก่นักเรียนและนักศึกษาเพื่อใช้เป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และค่าครองชีพ โดยมีเงื่อนไขให้ผ่อนชำระคืนภายหลังเมื่อจบการศึกษาและมีรายได้
  • สิทธิในการใช้ห้องสมุดและทรัพยากรการเรียนรู้ การยืม คืนหนังสือและสื่อการเรียนรู้ นักศึกษาสามารถยืมหนังสือ วารสาร และสื่อดิจิทัลได้ตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนด สามารถต่ออายุการยืมหนังสือผ่านระบบออนไลน์ได้ หากไม่มีผู้จอง การเข้าถึงฐานข้อมูลและแหล่งความรู้ดิจิทัล นักศึกษาสามารถใช้ฐานข้อมูลวิชาการ บทความวิจัย และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ห้องสมุดจัดหาให้ มีบริการอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์สำหรับสืบค้นข้อมูล พื้นที่อ่านหนังสือและห้องศึกษากลุ่ม มีพื้นที่เงียบสงบสำหรับอ่านหนังสือและทำงาน มีห้องสำหรับทำงานกลุ่มที่สามารถจองล่วงหน้าได้ บริการให้คำปรึกษาด้านการค้นคว้า บรรณารักษ์พร้อมช่วยเหลือในการค้นหาหนังสือ งานวิจัย และข้อมูลที่ต้องการ มีเวิร์กช็อปการใช้ฐานข้อมูลและเครื่องมือการศึกษา

2. สิทธิสวัสดิการด้านสุขภาพและทางการแพทย์

สิทธิที่นักศึกษามีในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และการรักษาพยาบาล ซึ่งอาจมาจากสวัสดิการของมหาวิทยาลัย รัฐบาล หรือประกันสุขภาพ

  • การรักษาพยาบาลเบื้องต้นส่วนมากในทุก ๆ มหาลัยจะมีบริการด้านสุขภาพและทางการแพทย์ให้นักศึกษาที่ศูนย์การแพทย์หรือสถานพยาบาลของมหาวิทยาลัย ให้คำปรึกษาและจ่ายยาเบื้องต้นฟรีหรือในราคาถูก และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในกรณีฉุกเฉิน
  • สิทธิการเข้าถึงโรงพยาบาลของรัฐนักศึกษามักได้รับสิทธิการรักษาฟรีหรือในราคาพิเศษที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) หรือสิทธิประกันสังคมหากเป็นผู้ประกันตน
  • ประกันสุขภาพนักศึกษา บางมหาวิทยาลัยมีประกันสุขภาพให้ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล อาจรวมถึงค่ารักษาอุบัติเหตุหรือโรคร้ายแรง
  • การตรวจสุขภาพประจำปีบริการตรวจสุขภาพฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายต่ำการตรวจสุขภาพก่อนเข้าเรียนในบางสถาบัน
  • บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตบริการแนะแนวและให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาฟรี การให้คำปรึกษาสำหรับปัญหาความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า
  • โครงการรณรงค์สุขภาพและฉีดวัคซีนหลาย ๆ มหาลัยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น โรคติดต่อ และโภชนาการ บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบ และ HPV
  • บริการการด้านทันตกรรมในทุกมหาลัยจะมีนักศึกษาคณะทันตแพทยศาสตร์อยู่แลัว และก็ยังมีบริการทำฟันให้กับนักศึกษาในราคาถูก ในการใช้บริการบางเคสนักศึกษาคณะทันตแพทยศาสตร์อาจจะเป็นคนทำให้เพื่อที่จะได้ฝึกทำงานจริงในอนาคต

ตัวอย่าง : สวัสดิการด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล

1. รับบริการรักษาพยาบาลทางด้านร่างกายและจิตใจ รพ.สังกัด ม.มหิดล ได้ทุกแห่ง

2. รับบริการรักษาทางทันตกรรมพื้นฐาน (อุดฟัน, ถอนฟัน, ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด) รพ.สังกัด ม.มหิดล ได้ทุกแห่ง

3. วงเงินค่ารักษาคนละ 30,000 บาทต่อปีการศึกษา

4. กรณีอยู่ในรายการที่สวัสดิการนักศึกษาครอบคลุม ไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน

**นักศึกษาต้องนำบัตรนักศึกษาและบัตรประชาชนไปแสดงตนทุกครั้งที่รับบริการ**

3. สิทธิด้านสวัสดิการทางสังคมและเศรษฐกิจ

สิทธิที่รัฐจัดให้แก่ประชาชนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยสิทธิเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การรับประกันว่าทุกคนจะได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันในด้านต่าง ๆ

  • สิทธิในการเข้าพักหอพักนักศึกษานักศึกษามีสิทธิสมัครเข้าพักใน หอพักของมหาวิทยาลัย ซึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าหอพักเอกชน หอพักของรัฐหรือมหาวิทยาลัยบางแห่งอาจให้ ที่พักฟรี หรือคิดค่าเช่าราคาถูกสำหรับนักศึกษาที่ยากจนหรือมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข
  • สิทธิในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของหอพักนักศึกษาที่พักในหอของมหาวิทยาลัยมักจะได้รับสิทธิใช้ ไฟฟ้า น้ำประปา และอินเทอร์เน็ตในราคาประหยัด สิทธิในการเข้าถึง พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องอ่านหนังสือ โรงยิม สนามกีฬา หรือโรงอาหารในราคาถูก
  • งานพาร์ทไทม์และฝึกงาน หลายมหาลัยมีการสนับสนุนงานพาร์ตไทม์และโครงการฝึกงานเพื่อให้นักศึกษามีรายได้และประสบการณ์การทำงาน

4. สิทธิสวัสดิการด้านการเดินทาง

นักศึกษาในประเทศไทยสามารถรับสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางจากบริการขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ได้โดยส่วนมากจะเป็นการลดราคาค่าโดยสารค่ะ

รถไฟฟ้า BTS:

  • บัตรแรบบิทสำหรับนักเรียน/นักศึกษานักเรียนและนักศึกษาที่มีอายุไม่เกิน 23 ปีบริบูรณ์ สามารถสมัครบัตรแรบบิทประเภทนักเรียน/นักศึกษา เพื่อรับสิทธิประโยชน์เฉพาะ เช่น ส่วนลดค่าโดยสาร
  • แพ็กเกจเที่ยวเดินทาง Xtreme Savingsบัตรแรบบิทมีแพ็กเกจเที่ยวเดินทาง เช่น 35, 25, 15 เที่ยว (อายุการใช้งาน 30 วัน) และ 10 เที่ยว (อายุการใช้งาน 60 วัน) เพื่อประหยัดค่าโดยสาร
  • แลกพอยท์รับเที่ยวเดินทางฟรีสมาชิก Rabbit Rewards สามารถแลก 200 พอยท์ เพื่อรับฟรี 1 เที่ยวเดินทางรถไฟฟ้า BTS สำหรับผู้ถือบัตรแรบบิทประเภทนักเรียน/นักศึกษา

รถไฟฟ้า MRT:

  • บัตรนักเรียน/นักศึกษา (Student Card): นักเรียนและนักศึกษาที่มีอายุไม่เกิน 23 ปี สามารถสมัครบัตรนี้เพื่อรับส่วนลด 10% จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทาง โดยต้องแสดงบัตรนักเรียน/นักศึกษา ควบคู่กับบัตรประชาชนเมื่อได้รับการตรวจสอบ

เพื่อใช้สิทธิประโยชน์เหล่านี้ นักศึกษาควรตรวจสอบเงื่อนไขและข้อกำหนดของแต่ละบริการ และเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรนักศึกษา หรือหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา เพื่อยืนยันสิทธิ์ในการรับข้อเสนอพิเศษดังกล่าว

5. สิทธิส่วนลดในการซื้อของสำหรับนักศึกษา

น้อง ๆ นักศึกษารู้ไหมคะว่าการที่กำลังเรียนอยู่ในรั้วมหาลัย มีบัตรนักศึกษา จะมีสิทธิ์ส่วนลดพิเศษต่าง ๆ ตามร้านค้ามากมายเลย ขอยกตัวอย่างร้านค้ามาตามนี้

Apple Store

  • ส่วนลด: ลดราคาอุปกรณ์ Apple เช่น MacBook, iPad
  • รายละเอียด: นักศึกษาสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ Apple ในราคาลดพิเศษ

Spotify

  • ส่วนลด: Spotify Premium for Students
  • รายละเอียด: นักศึกษาสามารถสมัคร Spotify Premium ในราคาครึ่งหนึ่งจากราคาปกติ

UNiDAYS

  • ส่วนลด: ส่วนลดจากแบรนด์ต่างๆ เช่น Nike, ASOS, Apple
  • รายละเอียด:นักศึกษาสามารถใช้ส่วนลดในหลายร้านค้าชั้นนำผ่านการสมัครสมาชิกกับ UNiDAYS

Sephora

  • ส่วนลด: 10% สำหรับนักศึกษา
  • รายละเอียด: นักศึกษาสามารถใช้ส่วนลดเมื่อซื้อเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจาก Sephora

Cinema

  • ส่วนลด: ราคาตั๋วหนังราคาถูกสำหรับนักศึกษา
  • รายละเอียด:โรงภาพยนตร์หลายแห่ง เช่น Major Cineplex และ SF Cinema มักมีโปรโมชันสำหรับนักศึกษาทุกช่วงเวลา

6. สิทธิเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ

น้อง ๆ นักศึกษาจะมีสิทธิในการเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ เช่น Work and Travel, Work and Holiday, หรือโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ แต่จะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับอายุ ซึ่งแต่ละโครงการจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเทศและประเภทโครงการที่ต้องการจะไป

1. Work and Travel

โครงการ Work and Travel USA เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยไปทำงานและท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกาในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเรียนรู้การทำงานในสังคมอเมริกัน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสวิถีชีวิตต่างชาติและพัฒนาทักษะในการปรับตัวและแก้ปัญหา ซึ่งหลังจากโครงการต้องกลับมาศึกษาต่อ

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA

  • เป็นนักศึกษาแบบเต็มเวลา (full-time) ที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโททุกชั้นปี ในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย
  • มีอายุระหว่าง 18-26 ปี
  • สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี
  • มีความรับผิดชอบ อดทน พร้อมที่จะทำงานที่ได้รับมอบหมาย
  • มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีปัญหาที่อาจส่งผลต่อการทำงาน
  • มีความตั้งใจและเข้าใจวัตถุประสงค์ของโครงการ Work and Travel USA เป็นอย่างดี สามารถปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ได้
  • ประเภทวีซ่า J-1

ระยะเวลา:นิสิตและนักศึกษาสามารถสามารถเข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA ให้ตรงกับช่วงปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยตนเองใน Season Spring หรือ Summer ซึ่งสามารถทำงานได้สูงสุด 4 เดือน

นักศึกษาต้องมีสถานะทางการศึกษาที่ดี ไม่ใช่ผู้ที่จบการศึกษาแล้ว และต้องไม่มีปัญหาทางกฎหมาย

2. Work and Holiday

Work and Holiday คือ โครงการแลกเปลี่ยนที่สนับสนุนให้เยาวชนได้ออกไปเรียนคอร์สระยะสั้น ทำงานชั่วคราว และท่องเที่ยวในออสเตรเลียเพื่อเปิดโลกทัศน์ หาประสบการณ์ชีวิต ฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึงเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทาง โดยจะเป็นการให้วีซ่าถูกกฎหมายเป็นระยะเวลา 1 ปี

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ Work and Holiday

  • สัญชาติไทย
  • อายุ 18-30 ปี
  • ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่สามารถพาผู้ติดตามไปด้วย)
  • มีสุขภาพแข็งแรง
  • ต้องมีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัคร มูลค่าอย่างน้อย 5,000 AUD มีหลักฐานแสดงทักษะภาษาอังกฤษ (คนส่วนใหญ่นิยมใช้ IELTS หรือ TOEFL)
  • IELTS ประเภทใดก็ได้ คะแนนไม่ต่ำกว่า 4.5 ในทุกทักษะ มีอายุไม่เกิน 1 ปี
  • TOEFL iBT มีอายุไม่เกิน 1 ปี คะแนนover all ไม่ต่ำกว่า 32
  • PTE Academic คะแนน over all ไม่ต่ำกว่า 30
  • Cambridge English: CAE คะแนน over all ไม่ต่ำกว่า 147

ระยะเวลา: สามารถเรียนคอร์สระยะสนั้นได้สูงสุด 4 เดือน (17 สัปดาห์)

สามารถทำงานประเภทใดก็ได้ แต่สามารถทำงานกับนายจ้างที่หนึ่งได้ไม่เกิน 6 เดือน

3. Work and Study

โครงการที่เปิดให้คนที่เข้าร่วมโครงการสามารถทำงานพร้อมกับเรียนไปด้วยได้อย่างถูกกฎหมายโดยส่วนใหญ่โครงการนี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถหารายได้เสริมระหว่างเรียน เพื่อนำมาช่วยในค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังช่วยให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะทางภาษา ทักษะการทำงาน และสร้างประสบการณ์ที่มีประโยชน์ในอนาคต

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ Work and Study

  • อายุขั้นต่ำ 18 ปีขึ้นไป
  • มีวุฒิการศึกษาตามที่โครงการกำหนด (เช่น มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า)
  • มีผลสอบภาษาอังกฤษ เช่น IELTS หรือ TOEFL ตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • มีสถานะนักเรียนหรือนักศึกษาในสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง
  • มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติอาชญากรรม
  • มีหลักฐานทางการเงินเพียงพอในการเดินทางและใช้ชีวิตในช่วงแรกของโครงการ
  • ประเภทวีซ่า Student Visa (Subclass 500)

ประเทศยอดนิยมสำหรับโครงการ Work And Study

  • แคนาดา: สามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ ระหว่างเปิดภาคเรียน และทำงานได้เต็มเวลาในช่วงปิดเทอม มีหลักสูตรที่เปิดสอนหลากหลายทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสแถมได้รับโอกาสในการขอใบอนุญาตทำงานหลังเรียนจบ (Post-Graduation Work Permit)
  • ออสเตรเลีย: สามารถทำงานได้ 40 ชั่วโมง/สองสัปดาห์ ระหว่างเปิดภาคเรียน และทำงานได้เต็มเวลาในช่วงปิดเทอม มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำค่อนข้างสูงและมีหลักสูตรเรียนภาษาที่หลากหลาย
  • สหรัฐอเมริกา: สามารถทำงานได้เฉพาะในวิทยาเขตของสถาบันการศึกษาในช่วงปีแรกหากเข้าร่วมโครงการ OPT (Optional Practical Training) สามารถทำงานได้สูงสุด 12 เดือน หลังเรียนจบ

ระยะเวลา:6 เดือน – 1 ปี หรือ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของคอร์สเรียน (สูงสุดของระยะเวลาวีซ่าคือ 5 ปี)

4. Internship

โครงการฝึกงานอย่างถูกต้องตามกฏหมาย (J-1 Internship) เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาและ บุคคลทั่วไป ได้ฝึกงานตามสาขาที่เรียนจบมาหรือมีประสบการณ์ตามสายงานนั้น 5 ปีขึ้นไป เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 12 – 18 เดือน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าสู่โลกของการทำงาน และเพิ่มประสบการณ์การทำงานให้กับนักศึกษา รวมทั้งเปิดโอกาสการเรียนรู้วัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ในการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานจากนานาประเทศ

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ Internship

  • อายุไม่เกิน 34 ปี
  • กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือสำเร็จการศึกษาแล้วไม่เกิน 1 ปี ในสาขาวิชาที่ต้องการไปฝึกงาน (นับถึงวันที่ดำเนินการเอกสารการเดินทาง)
  • มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับพอสื่อสารได้
  • มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน และสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้
  • มีทัศนคติเชิงบวก และมีความเข้าใจที่ถูกต้องในวัตถุประสงค์ของการเข้าร่วมโครงการ
  • มีความพร้อมในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงรอบตัวอันเกิดเนื่องมาจากความแตกต่างทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมรอบข้างได้
  • มีทัศนคติที่ดีต่อการเข้าร่วมโครงการ และความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย

ระยะเวลา: สามารถเข้าร่วมโครงการระยะเวลา 12 เดือน

5. ทุนเรียนต่อต่างประเทศ

การเดินทางไปศึกษาต่อในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งอาจเป็นการเรียนในระดับมัธยมศึกษา อุดมศึกษา หรือหลักสูตรระยะสั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากบ้านเกิด

สิทธิสวัสดิการที่มหาวิทยาลัยมีให้น้อง ๆ นักศึกษามีอีกเยอะมาก อันนี้ถือว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่พี่นิ้งนำมาแชร์ให้รับรู้ ยังไงก็ตามน้อง ๆ อย่าลืมใช้สิทธิสวัสดิการก่อนที่จะเรียนจบหรืออายุเกินกำหนดกันนะคะ และใครยังมีสิทธิสวัสดิการดี ๆ อะไรให้นักศึกษาอีกก็มาคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...