เอกชนมองหั่น 'จีดีพีไทย' โตต่ำ 2% สะท้อนเศรษฐกิจที่แท้จริง แนะรัฐเร่งกระตุ้นฟื้นเชื่อมั่น
เอกชนมองหั่น‘จีดีพีไทย’โตต่ำ 2% สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง แนะรัฐเร่งกระตุ้น ฟื้นเชื่อมั่น
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายอิสระ บุญยัง รองประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การที่มูดี้ส์ลดระดับความน่าเชื่อถือสถานการณ์เศรษฐกิจไทยเป็นเชิงลบ เนื่องจากมองว่าภาระการคลังมากขึ้น รวมถึงมีการปรับลดคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2568 โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับการเติบโตเหลือ1.8% ธนาคารโลก 1.6% และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ที่ 2.1% สะท้อนให้เห็นว่าสภาพเศรษฐกิจไทยไม่ดีโตน้อยกว่าปี 2567 ยิ่งทำให้ภาคเอกชนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนในปีนี้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากคงไม่มีความคาดหวังได้แล้วว่าจีดีพีจะโตได้ 3% และตนมองว่าปีนี้จีดีพีคงโตไม่ถึง 2%
“ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนไทยและต่างชาติ รวมถึงต้องมีการสื่อสารให้ต่างชาติเข้าใจถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยปัจจุบันว่ากำลังจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจรูปแบบใด ด้วยเม็ดเงินจากไหน ซึ่งการกระตุ้น อาจมาจากเม็ดเงิน 5 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลเตรียมจะดำเนินการหรือจากงบประมาณ เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ หลังนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงมาก ส่วนหนึ่งมาจากความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัย รัฐบาลเองก็ต้องสื่อสารให้เขาเข้าใจและมีความเชื่อมั่นขึ้น” นายอิสระกล่าว
นายอิสระ กล่าวว่า ส่วนการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% จาก 2.00% เหลือ 1.75% เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา มองว่าในภาวะแบบนี้มาตรการด้านการเงินมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องดูการขานรับของธนาคารพาณิชย์ด้วยจะปรับลดตามมากน้อวขนาดไหน เพราะอย่างน้อยการลดดอกเบี้ยจะส่งผลดีต่อคน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มกำลังซื้อใหม่ กลุ่มเป็นหนี้เสียเดิมและกลุ่มผู้ประกอบการปกติ ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระได้ ทั้งนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องกำกับดูแลภาคธนาคารด้วย เพื่อให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสอดรับกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงให้มีการปล่อยกู้ได้ง่ายขึ้น
“ผมมองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโนบาย ยังมีรูมที่ยังสามารถปรับลดลงได้อีกหลายครั้ง จาก 1.75% เมื่อดูสถิติอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมา เช่น เดือนพฤษภาคม 2563 อยู่ที่ 1.5% และมาปรับขึ้นปี 2565 ซึ่งวิกฤตครั้งนี้หนักกว่าโควิด เพราะมาเจอเรื่องภาษีของทรัปม์และแผ่นดินไหว ดังนั้นการประชุมกนง.ในครั้งถัดไปคงต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก” นายอิสระกล่าว
นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า จากกรณีธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2568 เหลือโต 1.6% ชะลอลงจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ได้ประเมินว่าจะเติบโตได้ 2.9% ผลจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศและความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อการส่งออก การลงทุน ได้สร้างความกังวลใจต่อภาคเอกชนอย่างมาก เพราะเรื่องความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อย่างอสังหาฯในไตรมาสแรกดูเหมือนจะดี พอมีแผ่นดิน และภาษีของทรัมป์ ทำให้สถานการณ์ตลาดหดตัว แต่ถือเป็นการดีที่กนง.มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.00% เป็น 1.75% ต่อปี
เพราะการลดดอกเบี้ยมีผลอย่างมากต่อการฟื้นเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่น รวมถึงลดภาระของผู้ลงทุนและผู้ซื้อบ้าน ทำให้มีความสามารถในการผ่อนได้มากขึ้น และอาจจะมีผลทำให้ยอดรีเจกต์เรตสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะปรับตัวลดลงจากปัจจุบันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 45%
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกชนมองหั่น ‘จีดีพีไทย’ โตต่ำ 2% สะท้อนเศรษฐกิจที่แท้จริง แนะรัฐเร่งกระตุ้นฟื้นเชื่อมั่น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th