สัญลักษณ์เพื่อผู้หญิงในอนาคต หรือ ‘เฟมินิสม์ปลอม’ เชิงพาณิชย์? Blue Origin ภารกิจลูกเรือหญิงล้วน กับการถูกวิจารณ์ว่าเป็นเพียงการตลาด ทั้งที่เงินก้อนนั้น สามารถช่วยผู้หญิงและคนชายขอบได้อีกหลายชีวิต
นี่คือภารกิจทะยานสู่อวกาศในรอบ 60 ปี ซึ่ง ‘ผู้หญิง’ ได้ขึ้นยานอวกาศไปพร้อมกันในฐานะทีมลูกเรือหญิงล้วน ที่บริษัทอวกาศBlue Origin ได้แท็กทีมรวมตัวผู้หญิง 6 ชีวิต 6 อาชีพ 6 วิสัยทัศน์ ได้แก่ ‘Katy Perry’ ศิลปินป๊อปสตาร์หญิงระดับโลก ‘Amanda Nguyen’ นักเคลื่อนไหวผู้ต่อต้านความรุนแรงทางเพศ ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากการถูกข่มขืนที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และยังเป็นนักวิจัยด้านชีวอวกาศ ‘Gayle King’ ผู้ประกาศข่าว CBS Mornings ‘Aisha Bowe’ นักวิทยาศาสตร์ด้านการบินและอวกาศ ผู้เป็นอดีตวิศวกร NASA ‘Lauren Sánchez’ นักข่าวและคู่หมั้นของ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Blue Origin และ ‘Kerianne Flynn’ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์
โดยเป้าหมายของภารกิจนี้บนยาน New Shepard คือการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กผู้หญิงและผู้หญิงทุกคนอย่าหยุดฝัน และลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เพราะ “ผู้หญิงสามารถทำอะไรก็ได้” และไปได้ไกลกว่าที่คิด (ไปไกลถึงอวกาศเลยแหละ) ซึ่งถือเป็นเที่ยวบินหญิงล้วนที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยนับตั้งแต่ปี 1963 ที่ Valentina Tereshkova นักบินอวกาศสาวโคจรรอบโลก 48 รอบในภารกิจเดี่ยวเป็นเวลานาน 3 วัน และหากดูสัดส่วนตามสถิติแล้ว ก็พบว่ามีผู้หญิงเพียง 11% เท่านั้นที่ได้เดินทางสู่อวกาศในฐานะนักบินอวกาศ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนต่างที่เหลือก็ล้วนเป็นนักบินอวกาศชายทั้งหมด
ฟังดูเหมือนจะเป็นภารกิจแห่งพลังหญิงที่เป็นเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ให้ผู้หญิงได้ทะยานสู่อวกาศในนัยหนึ่ง ตามที่ Katy Perry กล่าวว่า “มันคือการสร้างพื้นที่ให้กับเหล่าผู้หญิงในอนาคต ให้พวกเธอมีที่หยัดยืนทั่วพื้นที่ และเป็นส่วนหนึ่ง” ทว่าทั้งก่อนขึ้นไป ระหว่างขึ้นไป และหลังกลับมาจากอวกาศ ภารกิจนี้กลับถูกหลายคนวิจารณ์อย่างดุเดือดว่า นี่ไม่ใช่การเพิ่มพื้นที่ให้ผู้หญิงจริงๆ แต่เป็นการโฆษณาเชิงพาณิชย์ ที่กำลังขายเที่ยวบินทางอวกาศสำหรับคนมีเงินต่างหาก บางคนจึงตั้งคำถามว่า นี่อาจเป็นภาพของ ‘เฟมินิสม์ปลอม’ บ้างก็บอกว่าหรือนี่จะเป็น Femwashing หรือ Marketplace Feminism ที่ Blue Origin พยายามสร้างภาพการซัพพอร์ตผู้หญิงเพื่อการค้าเท่านั้น เพราะภารกิจนี้ที่ใช้เวลาเพียงแค่ 11 นาที ผู้หญิงทั้ง 6 คน ก็ไม่ได้สำรวจอะไร ไม่ได้เกิดข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นการส่งต่อการเรียนรู้ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จากการใช้ทรัพยากรครั้งนี้ กระทั่งบางคนก็เกิดข้อสงสัยว่า หากจะอยากสนับสนุนให้ผู้หญิงในวงการอวกาศได้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นจริงๆ ทำไมไม่พาทีมนักบินอวกาศหญิงล้วนไปสำรวจ เพื่อให้พวกเธอได้มีโอกาสดีๆ ในเส้นทางอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม
หาก Blue Origin โปรโมตอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอวกาศอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ได้โยงเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ของผู้หญิง มันอาจจะดูจริงใจและเข้าใจได้มากกว่านี้ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคงไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่สามารถเข้าร่วมภารกิจนี้ได้ แต่เมื่อเลือกนำเสนอในลักษณะนี้ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่คนจะคิดว่า “การผลักดันศักยภาพผู้หญิงมันควรจะหมายถึงการทำให้เห็นว่าพวกเธอปลอดภัย พวกเธอเท่าเทียม และพวกเธอมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ใช่การแต่งตัวเป็นนักบินอวกาศเพื่อถ่ายรูป” ผู้ใช้รายหนึ่งคอมเมนต์ในโพสต์ของ Katy Perry บนอินสตาแกรม ยังมีผู้ใช้บน TikTok หลายคนแสดงความคิดเห็น เช่น “พวกเขาทำอย่างกับนี่เป็นชัยชนะของเฟมินิสม์ แต่เงินที่ใช้ส่งพวกเธอไปอวกาศ สามารถนำไปช่วยเหลือผู้หญิงได้หลายวิธีเลยนะ” / “Katy Perry คงคิดว่านี่คือจุดสูงสุดของเฟมินิสม์แล้วล่ะ เธอทำเหมือนกับว่าที่ผ่านมาไม่มีใครเคยทำอะไรในนามของเฟมินิสม์ได้มากกว่าสิ่งที่เธอทำอย่างการขึ้นยานเลย” / “เงินขนาดนั้นสามารถนำไปใช้กับกลุ่มคนชายขอบได้อีกมาก แม่เลี้ยงเดี่ยว เด็กในอุปถัมภ์ บริการสุขภาพจิต ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ฯลฯ”
ซึ่งต้องบอกว่า เราไม่อาจตัดสินได้ทันทีว่า พวกเธอเป็นเฟมินิสต์จริงหรือเฟมินิสต์ปลอม เพราะความจริงแล้ว เฟมินิสต์นั้นมีหลากหลายเฉด และการขับเคลื่อนของแต่ละคนก็มีวิธีที่แตกต่างออกไป เพียงแต่พออยู่ในนามของการร่วมมือกับแบรนด์เชิงพาณิชย์ และภาพรวมที่ออกมาคือการขึ้นไปบนนั้น และลงมาโดยไม่ได้เกิด action อะไร ก็อาจทำให้หลายคนเกิดอาการงงว่าสิ่งที่ต้องการสื่อสารคืออะไรก็เท่านั้น แต่แน่นอนว่าการขึ้นไปยังอวกาศรอบนี้ของพวกเธอได้สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่อตัวพวกเธอเอง เพราะทั้ง 6 สาว ต่างให้สัมภาษณ์ถึงพลังอันมากมายที่ได้รับกลับมา
Katy Perry ที่เอาดอกเดซี่ขึ้นยานไปเพื่อเป็นตัวแทนของลูกสาวของเธอได้กล่าวว่าประสบการณ์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการยอมจำนนเมื่อขึ้นไปสู่อวกาศที่เธอไม่ล่วงรู้อะไร เธอกล่าวว่า “คุณกำลังหวังว่าคุณจะมีโอกาสอีกครั้งที่จะได้กลับมารักคนที่คุณรักอีกครั้ง”
Lauren Sánchez แชร์ความรู้สึกว่า “โลกมันดูเงียบเชียบมากเลยล่ะค่ะ” และเมื่อเธอกลับมาเธอก็รู้สึกว่า “อยากปกป้องโลกใบนี้” ซึ่งก่อนหน้านี้เธอก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าการรวมตัวกันครั้งนี้ ผู้หญิงทั้ง 6 คนจะสามารถเผยแพร่ความรู้สึกของตัวเองในรูปแบบที่ต่างกันออกไป แต่มีจุดหมายเดียวกันคือสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น
“สำหรับนักสำรวจรุ่นต่อไป พวกเขาจะได้เห็นกลุ่มนักสำรวจอันน่าทึ่งและพูดว่า ‘ฉันอยากทำแบบนั้นบ้างจัง’ หรืออีกแบบหนึ่ง เขาอาจพูดว่า ‘ฉันอยากเป็นนักข่าว’, ‘ฉันอยากเป็นนักรณรงค์’, ‘ฉันอยากเป็นนักดนตรี’, ‘ฉันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านจรวด’ มันเลยไม่ใช่แค่ทริป แต่มันเป็นการที่พวกเขาจะได้เห็นว่านักสำรวจเหล่านี้สามารถทำอย่างอื่นได้ด้วยเหมือนกัน” เธอกล่าว
Gayle King กลับมาด้วยความรู้สึกภูมิใจในตัวเอง และการไปครั้งนี้จุดประกายเธอได้ว่า “ฉันเดินลงมาแล้วคิดว่าตัวเองสามารถทำอะไรก็ได้เลยค่ะ” ตามที่เธอให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ฉันอยากให้ผู้คนรู้ว่า คุณมีความสามารถมากกว่าที่คุณคิดนะคะ…มันโอเคที่คุณจะฝัน ความฝันมันไม่มีเดตไลน์ และหากคุณยังกลัวอยู่ ปล่อยความกลัวนั้นไป และจงลงมือลองทำในสิ่งที่คุณไม่คิดว่าจะทำได้กันค่ะ”
Kerianne Flynn ได้ค้นพบความ ‘สงบ’ ในจิตใจ ซึ่งในฐานะคนทำหนัง เธอกล่าวว่าถ้านี่เปรียบเหมือนประสบการณ์ต่อหนังเรื่องหนึ่ง “ฉันก็คงไม่เพียงแต่เป็นพยานในหนังเรื่องนั้น แต่เป็นคนเล่าเรื่องเองเลยต่างหาก” เธอยังเคยบอกอีกว่า นี่เป็นสิ่งที่เธออยากทำมานาน เพราะเธอชอบดูดาวกับปู่ของเธอ
Amanda Nguyen บอกกับตัวเองก่อนขึ้นยานว่า “อย่ายอมแพ้” เธออยากให้ตัวเธอเป็นตัวแทนของผู้รอดชีวิตจากความรุนแรง เพื่อส่งเสียงให้ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่อาจต้องเลื่อนความฝันของตัวเองออกไปจากเหตุการณ์ในชีวิต ได้รู้ว่า “ความฝันต่างๆ นั้นถูกต้องเสมอ” แม้ว่าฝันนั้นจะเป็นการไปเยือนอวกาศก็ตาม เธอเคยเล่าว่า “ฉันเคยทำงานที่ NASA ศึกษาเกี่ยวกับดวงดาว เรียนฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่ Harvard และ MIT แต่ชีวิตก็ดันมีอุปสรรค เพราะความรุนแรงทางเพศเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนในวงการ STEM ไม่ได้ไปต่อ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงเหล่านั้น หลังจากฉันถูกล่วงละเมิดทางเพศ ฉันก็ต้องแลกกล้องดูดาวของฉันเปลี่ยนเป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเองในฐานะผู้รอดชีวิตจากการล่วงละเมิดทางเพศ” Amanda Nguyen จึงเป็นหนึ่งในผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คน
Aisha Bowe เป็นสาวบาฮามาสคนแรกที่ได้เดินทางสู่อวกาศ เธอจึงเลือกจะนำธงบาฮามาสขึ้นไปโบกสะบัดบนยานอวกาศ เธอยอมรับว่าเห็นคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์มากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต แต่เธอก็ย้ำว่า “เมื่อฉันตัดสินใจว่าจะเรียนวิศวกรรมการบินและอวกาศ ที่ปรึกษาแนะแนวในโรงเรียนบอกฉันว่าฉันควรเรียนเรื่องความสวยความงามมากกว่า เพราะเธอไม่คิดว่าฉันจะเหมาะกับสาขานี้…จนกระทั่งฉันได้ทำงานให้กับ NASA แล้ว ตอนนี้ฉันเลยสามารถพูดได้ว่า ‘นี่มันยิ่งใหญ่กว่าคำวิจารณ์’ ค่ะ” และเธอก็อยากให้การขึ้นไปอวกาศครั้งนี้ “ผู้คนได้มองเห็นตัวเองและสามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองในสายอาชีพต่างๆ ได้ในอนาคต” เพราะก่อนหน้านี้เคยออกมาพูดว่า “เด็กผู้หญิงหลายคนตัดสินใจไม่เรียน STEM แม้ว่าจะสนใจ เพราะพวกเธอมองว่ามันถูกครอบงำโดยผู้ชาย…การเป็นตัวแทนครั้งนี้จึงสำคัญมาก”
ดังนั้นแล้ว เป้าหมายของแต่ละคนที่พวกเธอทั้ง 6 สาว กล่าวออกมา ก็แสดงให้เห็นถึงความคิดและความตั้งใจของพวกเธอ ซึ่งคงจะเพิ่มพลังใจและแรงบันดาลใจบางอย่างให้พวกเธอมุ่งมั่นทำในสิ่งที่เชื่อต่อไปได้อย่างแน่นอน และอาจจะมีคนที่ดูอยู่ได้แรงบันดาลใจจากพวกเธอไม่มากก็น้อย เพียงแต่ว่า หากมองไปที่สัดส่วนของผู้หญิงที่ได้ขึ้นไปบนอวกาศที่ยังมีน้อยกว่าผู้ชายมาก ถ้าเกิดการเพิ่มสัดส่วนของนักบินอวกาศหญิงขึ้นมาจริงๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแสดงความสอดคล้องกันกับการบินครั้งนี้ไปด้วย มันคงสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างมาก ว่าเด็กผู้หญิงที่อยากเป็นนักบินอวกาศจะรู้สึกว่าตัวเองมี ‘โอกาส’ นั้นได้มากขึ้นจริงๆ รวมถึงหากการสำรวจอวกาศครั้งนี้ ถ้าเป็นการเพิ่มพูนความรู้ เพื่อให้โลกของเราดีขึ้นมันก็คงจะดีข้ึนไปอีก แต่หากนี่ยังคงเป็นการโปรโมทเชิงพาณิชย์ ที่กระตุ้นการท่องเที่ยวอวกาศอย่างเดียวล่ะก็…คงไม่ใช่เด็กผู้หญิง และผู้หญิงที่มีความฝันที่จะขึ้นไปสำรวจอวกาศจะทำได้ทุกคน เมื่อมันตามมาด้วยโอกาสการเข้าถึงที่ไม่เท่ากัน และราคาที่ต้องจ่ายไม่น้อยเลย
อ้างอิง:
https://www.instagram.com/p/DIdVi_5xTKc/
https://www.bbc.com/news/live/cdxggynle81t
https://edition.cnn.com/science/live-news/blue-origin-space-flight-katy-perry-04-14-25/index.html
https://www.msnbc.com/opinion/msnbc-opinion/blue-origin-all-women-space-flight-katy-perry-rcna201261
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- สัญลักษณ์เพื่อผู้หญิงในอนาคต หรือ ‘เฟมินิสม์ปลอม’ เชิงพาณิชย์? Blue Origin ภารกิจลูกเรือหญิงล้วน กับการถูกวิจารณ์ว่าเป็นเพียงการตลาด ทั้งที่เงินก้อนนั้น สามารถช่วยผู้หญิงและคนชายขอบได้อีกหลายชีวิต
- ศาลสูงสหราชอาณาจักร ตัดสินให้นิยามของ ‘ผู้หญิง’ ต้องอิงจากเพศกำเนิด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกีดกันหญิงข้ามเพศ
- Manosphere : อาณาจักรออนไลน์ของผู้ชายที่เกลียดชังผู้หญิง และเชื่อว่าตัวเอง ‘ตื่นรู้’ ถึงความเป็นจริงกว่าชาวโลก
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com