โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"มาม่า" ลงทุนสวนเศรษฐกิจตกต่ำ คนไทยกินบะหมี่สำเร็จรูปเฉลี่ย 54 ซอง/ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 06.20 น.

ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโตต่อเนื่องกว่า 2.27 หมื่นล้านบาท เผยคนไทยกินบะหมี่สำเร็จรูปเฉลี่ยปีละ 54 ซอง “มาม่า” ครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่ง 48.6% กวาดกำไรปีล่าสุด 4,481 ล้านบาท ขยายตัว 18% TFMAMA สวนกระแสเศรษฐกิจตกต่ำ เร่งลงทุนขยายไลน์ผลิตรับดีมานด์โตต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถือเป็นสินค้ายามยาก เพราะเป็นสินค้าที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง ถือเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจ คือสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำ กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว แต่จะพบว่ายอดขายบะหมี่สำเร็จรูปอย่างมาม่า และแบรนด์อื่น ๆ จะขายดีหรือมียอดขายเติบโตอย่างน่าสนใจ

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 แม้จะยังไม่วิกฤต แต่ก็เข้าใกล้ภาวะวิกฤต

ข้อมูลจากบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” เปิดเผยว่า ปี 2567 ตลาดบะหมี่และเส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยยังคงแสดงถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราการบริโภคเฉลี่ย 54 ซองต่อคนต่อปี ด้วยมูลค่าตลาดรวมประมาณ 22,778 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 จากปี 2566

โดยผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “มาม่า” รักษาตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 48.6 ทั้งนี้บริษัทได้ยกระดับการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในรอบปี 2567 มีการเติบโตด้วยรายได้จากการขายรวมทั้งสิ้น 29,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,942.02 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.02 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 เป็นผลจากการขยายตัวของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ประกอบกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่และการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดเชิงรุก ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 4,481.71 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 18.64 จากปี 2566

สำหรับทิศทางการดำเนินงานของบริษัท มุ่งเน้นรักษาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม การปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ธุรกิจในประเทศของบริษัท มีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 7.35 เป็นการเติบโตของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ร้อยละ 7.71 และผลิตภัณฑ์เส้นขาว โจ๊ก และข้าวต้มที่ร้อยละ 3.76 โดยความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ OK ประกอบกับการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรสชาติดั้งเดิมมียอดขายเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะที่ตลาดต่างประเทศมีผลการดำเนินงานเติบโตที่ร้อยละ 22.66 โดยกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโตร้อยละ 24.65 ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเริ่มดำเนินการผลิตและจำหน่ายของบริษัทย่อยในประเทศเมียนมา ขณะที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มเส้นขาว โจ๊ก และข้าวต้ม มีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 12.00

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ฉายภาพว่า สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันจะทำให้เงินในกระเป๋าของผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องคัดเลือกสินค้าที่จะซื้อมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับมาม่านั้น เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ระดับราคาจับต้องง่าย ขณะที่ปัจจุบันความต้องการ (ดีมานด์) สินค้ายังล้น แม้บริษัทจะใช้กำลังผลิตของโรงงานจนเต็มแล้ว เนื่องจากดีมานด์ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ดังนั้นตั้งแต่ปี 2568 ไปอีก 2-3 ปี จะเป็นช่วงเวลาของการลงทุนขยายกำลังผลิตทั้งในไทยและต่างประเทศ

สำหรับในไทยบริษัทเตรียมเพิ่มเครื่องจักรอีก 3-4 เครื่อง เพื่อรองรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น หลังเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเพิ่มไลน์ผลิตใหม่อีก 1 ไลน์ ส่วนต่างประเทศกำลังสร้างโรงงานในกัมพูชา

ขณะที่โรงงานในเมียนมาเริ่มเดินเครื่องแล้ว ทั้งนี้เพื่อรองรับโอกาสที่จะเข้ามาได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดีมานด์ในประเทศ หรือการขยายตลาดในต่างประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “มาม่า” ลงทุนสวนเศรษฐกิจตกต่ำ คนไทยกินบะหมี่สำเร็จรูปเฉลี่ย 54 ซอง/ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...