โลกร้อนอาจทำให้มีคนตาบอดเพิ่ม เสี่ยงเป็นต้อกระจกและโรคอื่น
การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจทำให้คนเสี่ยงตาบอดมากขึ้น งานวิจัยนาน 10 ปีเผยให้เห็นว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1°C ทำให้มีผู้ป่วยต้อกระจกเพิ่ม 370 รายต่อประชากร 100,000 คน
นักวิทยาศาสตร์ทราบดีว่าปัจจัยหลายประการเช่น การได้รับรังสียูวี พันธุกรรม และวัยชรา มีส่วนทำให้เกิด ‘ต้อกระจก’ ได้ โดยเลนส์ของดวงตาจะขุ่นมัว ทำให้มองไม่ชัด และหากไม่มีการรักษาก็จะทำให้ตาบอดได้ในท้ายที่สุด
อย่างไรก็ตามงานวิจัยหลายชิ้นที่ผ่านมาเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศกำลังเพิ่มความเสี่ยงในโลกที่ร้อนขึ้น ซึ่งในปี 2024 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกกันมา และทำให้ร่างกายของคนในบางพื้นที่สูงขึ้นไปถึง 40°C ได้หากทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาก็คือ โรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะที่รบกวนกระบวนการทางชีวภาพทั่วร่างกายรวมถึงดวงตาด้วยเช่นกัน Lucía Echevarría-Lucas จักษุแพทย์จากโรงพยาบาลลาอักซาร์กีอาในจังหวัดมาลากาของสเปน อธิบายไว้ว่า โรคลมแดดทำให้โมเลกุลอันตรายที่ชื่อว่า อนุมูลออกซิเจนอิสระ สะสมมากขึ้น
แต่สิ่งสำคัญก็คือ เลนส์ตานั้นจะต้องประกอบด้วยโปรตีนผลึกที่ ‘โปร่งใส’ และเป็นระเบียบ ทว่าอนุมูลออกซิเจนอิสระสามารถทำลายโปรตีนเหล่านี้ได้ “ทำให้เกิดความทึบแสงที่นำไปสู่ต้อกระจก” Echevarría-Lucas บอก
และเนื่องจากเลนส์ไม่สามารถสร้างโปรตีนขึ้นมาใหม่ได้ ดังนั้นยิ่งใช้เวลาในที่ร้อนมากขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะเกิดต้อกระจกก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ดังที่เกิดขึ้นในงานวิจัยนาน 10 ปีในภาคใต้ของสเปน เผยให้เห็นว่า มีผู้ป่วยต้อกระจกเพิ่มขึ้น 370.8 รายต่อประชากร 100,000 คนต่ออุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 1°C ในแต่ละปี
“อีกวิธีหนึ่งที่ภาวะโลกร้อนส่งผลต่อความผิดปกติของดวงตาได้ก็คือ การที่เราได้รับรังสียูวีมากขึ้น” José María Senciales González นักภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมาลากาและหนึ่งในทีมวิจัย ระบุ
ยูวีก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำลายเลนสืตา และสามารถทำลายดีเอ็นเอของเซลล์เลนส์ได้โดยตรง แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศยังทำให้โรคทางตาอื่น ๆ แย่ลงด้วยเช่นโรคกระจกตาอักเสบ และโรคเยื่อบุตาอักเสบ
ซึ่งงานวิจัยในปี 2023 ที่ตรวจสอบประชากรเกือบ 60,000 คนในเมืองอุรุมชี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ระบุว่าอุณหภูมิที่เกิน 28.7°C จะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเยื่อบุตาอักเสบขึ้นประมาณ 16% เมื่อเทียบกับอุณหภูมิ 10.7°C ที่เย็นกว่า ท้ายที่สุดแล้วภาวะโลกร้อนกำลังสร้างภัยอันตรายต่อมนุษย์ในทุก ๆ ด้าน
“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าปัญหาจะร้ายแรงได้ขนาดนี้จากการทำงานในพื้นที่” Jesús Rodrigo Comino นักภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกรานาดาและผู้เขียนร่วมของการศึกษาในสเปนกล่าว
ที่มา
https://www.mdpi.com/2076-3298/11/5/87
https://knowablemagazine.org/…/how-climate-change…
https://www.sciencealert.com/climate-change-is…
Photo: John McColgan/Bureau of Land Management/Alaska Fire Service