โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิเคราะห์ชี้ จีนเสี่ยงเงินฝืดหนักขึ้น หลังปรับกลยุทธ์เน้นบริโภคในประเทศ แก้เกมภาษีทรัมป์

efinanceThai

เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 10.49 น.

นักวิเคราะห์ชี้ จีนเสี่ยงเงินฝืดหนักขึ้น หลังปรับกลยุทธ์เน้นบริโภคในประเทศ แก้เกมภาษีทรัมป์

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 68 17:34 น.

มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าที่สูงลิ่วของสหรัฐฯ ทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้าจากจีนลดลง ส่งผลให้จีนต้องแก้เกมช่วยผู้ส่งออก โดยหันไปขายสินค้าในตลาดในประเทศแทน ซึ่งกลยุทธ์นี้อาจส่งผลให้เศรษฐกิจจีนที่ใหญ่เป็นดับสองของโลก เสี่ยงเผชิญภาวะเงินฝืดลงลึกมากยิ่งขึ้น

ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นและบรรดาธุรกิจขนาดใหญ่ของจีน ออกมาสนับสนุนให้ผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า ปรับนโยบายการขายสินค้าไปยังตลาดในประเทศ โดยทั้ง JD.com, Tencent และ Douyin เป็นหนึ่งในธุรกิจอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ที่โปรโมทการขายสินค้าเหล่านี้ให้กับผู้บริโภคชาวจีน โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา Sheng Qiuping รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน ออกมาพูดถึงตลาดในประเทศที่มีขนาดใหญ่ของจีนว่า เป็นกันชนในการรับมือแรงกระแทกจากภายนอกให้กับผู้ส่งออก และเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นระดมความพยายามเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการส่งออก พร้อมทั้งกระตุ้นการบริโภค

อย่างไรก็ดี Yingke Zhou นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้านจีนจาก Barclays Bank มองว่า ผลกระทบทางอ้อมจะกลายเป็นสงครามราคาที่รุนแรงระหว่างบริษัทจีนด้วยกันเอง

อย่างกรณี JD.com ที่ออกนโยบายตั้งงบช่วยเหลือผู้ส่งออก 200,000 ล้านหยวน (28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกำหนดเซคชั่นบนแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นมาสำหรับสินค้าที่เดิมตั้งใจจะส่งออกไปจำหน่ายในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดถึง 55%

Zhou กล่าวว่า กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ปริมาณสินค้าลดราคาที่ตั้งใจจะส่งไปจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ ล้นตลาด ท้ายที่สุด จะกระทบต่อผลกำไรของบริษัทต่างๆ รวมไปถึงการจ้างงาน ขณะที่แนวโน้มการจ้างงานที่ไม่แน่นอนและความกังวลเรื่องเสถียรภาพของรายได้ มีส่วนทำให้ความต้องการของผู้บริโภคอ่อนแอลงอยู่ก่อนแล้ว

หากดูตัวเลขเงินเฟ้อจีนก็ยังน่ากังวล โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่เหนือระดับศูนย์เพียงเล็กน้อยในปี 2023 และ 2024 ก่อนร่วงลงติดต่อกันในเดือนก.พ. และมี.ค. ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 29 ในเดือนมี.ค. โดยลดลง 2.5% YoY และถือเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผลพวงของสงครามการค้าทำให้คำสั่งซื้อส่งออกลดลง

ขณะที่ดัชนีบ่งชี้แนวโน้มเงินฝืดในฝั่งผู้ผลิตของจีนจึง ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 2.8% ในเดือนเม.ย. จาก 2.5% ในเดือนมี.ค. ตามรายงานของทีมนักเศรษฐศาสตร์จาก Morgan Stanley ซึ่งเชื่อว่าผลกระทบจากภาษีศุลกากรจะรุนแรงที่สุดในไตรมาสนี้ เนื่องจากผู้ส่งออกจำนวนมากระงับการผลิตและส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ

ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs คาดว่า ดัชนี CPI ของจีนปีนี้ จะลงไปแตะที่ 0% ลดลงจากระดับ 0.2% ในปี 2024 ส่วนดัชนี PPI จะลดลง 1.6% หลังจากลดลง 2.2% เมื่อปีที่ผ่านมา

Goldman Sachs ยังมองว่า ราคาสินค้าจะต้องปรับลดลงเพื่อดึงดูดผู้ซื้อในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกินที่หลงเหลือจากผู้นำเข้าของสหรัฐฯ ขณะที่ฝั่งการผลิตอาจไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อการขึ้นภาษีอย่างกะทันหัน ซึ่งอาจทำให้ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมบางกลุ่มย่ำแย่ลง

นอกจากนี้ Goldman Sachs ยังคาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริงของจีน จะเติบโตเพียง 4.0% ในปีนี้ ต่ำกว่าเป้าหมาย 5% ที่ตั้งไว้สำหรับปีนี้

ที่มา CNBC

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...