นักวิเคราะห์ชี้ จีนเสี่ยงเงินฝืดหนักขึ้น หลังปรับกลยุทธ์เน้นบริโภคในประเทศ แก้เกมภาษีทรัมป์
นักวิเคราะห์ชี้ จีนเสี่ยงเงินฝืดหนักขึ้น หลังปรับกลยุทธ์เน้นบริโภคในประเทศ แก้เกมภาษีทรัมป์
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 68 17:34 น.
มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าที่สูงลิ่วของสหรัฐฯ ทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้าจากจีนลดลง ส่งผลให้จีนต้องแก้เกมช่วยผู้ส่งออก โดยหันไปขายสินค้าในตลาดในประเทศแทน ซึ่งกลยุทธ์นี้อาจส่งผลให้เศรษฐกิจจีนที่ใหญ่เป็นดับสองของโลก เสี่ยงเผชิญภาวะเงินฝืดลงลึกมากยิ่งขึ้น
ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นและบรรดาธุรกิจขนาดใหญ่ของจีน ออกมาสนับสนุนให้ผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า ปรับนโยบายการขายสินค้าไปยังตลาดในประเทศ โดยทั้ง JD.com, Tencent และ Douyin เป็นหนึ่งในธุรกิจอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ที่โปรโมทการขายสินค้าเหล่านี้ให้กับผู้บริโภคชาวจีน โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา Sheng Qiuping รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน ออกมาพูดถึงตลาดในประเทศที่มีขนาดใหญ่ของจีนว่า เป็นกันชนในการรับมือแรงกระแทกจากภายนอกให้กับผู้ส่งออก และเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นระดมความพยายามเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการส่งออก พร้อมทั้งกระตุ้นการบริโภค
อย่างไรก็ดี Yingke Zhou นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้านจีนจาก Barclays Bank มองว่า ผลกระทบทางอ้อมจะกลายเป็นสงครามราคาที่รุนแรงระหว่างบริษัทจีนด้วยกันเอง
อย่างกรณี JD.com ที่ออกนโยบายตั้งงบช่วยเหลือผู้ส่งออก 200,000 ล้านหยวน (28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกำหนดเซคชั่นบนแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นมาสำหรับสินค้าที่เดิมตั้งใจจะส่งออกไปจำหน่ายในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดถึง 55%
Zhou กล่าวว่า กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ปริมาณสินค้าลดราคาที่ตั้งใจจะส่งไปจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ ล้นตลาด ท้ายที่สุด จะกระทบต่อผลกำไรของบริษัทต่างๆ รวมไปถึงการจ้างงาน ขณะที่แนวโน้มการจ้างงานที่ไม่แน่นอนและความกังวลเรื่องเสถียรภาพของรายได้ มีส่วนทำให้ความต้องการของผู้บริโภคอ่อนแอลงอยู่ก่อนแล้ว
หากดูตัวเลขเงินเฟ้อจีนก็ยังน่ากังวล โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่เหนือระดับศูนย์เพียงเล็กน้อยในปี 2023 และ 2024 ก่อนร่วงลงติดต่อกันในเดือนก.พ. และมี.ค. ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 29 ในเดือนมี.ค. โดยลดลง 2.5% YoY และถือเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผลพวงของสงครามการค้าทำให้คำสั่งซื้อส่งออกลดลง
ขณะที่ดัชนีบ่งชี้แนวโน้มเงินฝืดในฝั่งผู้ผลิตของจีนจึง ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 2.8% ในเดือนเม.ย. จาก 2.5% ในเดือนมี.ค. ตามรายงานของทีมนักเศรษฐศาสตร์จาก Morgan Stanley ซึ่งเชื่อว่าผลกระทบจากภาษีศุลกากรจะรุนแรงที่สุดในไตรมาสนี้ เนื่องจากผู้ส่งออกจำนวนมากระงับการผลิตและส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs คาดว่า ดัชนี CPI ของจีนปีนี้ จะลงไปแตะที่ 0% ลดลงจากระดับ 0.2% ในปี 2024 ส่วนดัชนี PPI จะลดลง 1.6% หลังจากลดลง 2.2% เมื่อปีที่ผ่านมา
Goldman Sachs ยังมองว่า ราคาสินค้าจะต้องปรับลดลงเพื่อดึงดูดผู้ซื้อในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกินที่หลงเหลือจากผู้นำเข้าของสหรัฐฯ ขณะที่ฝั่งการผลิตอาจไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อการขึ้นภาษีอย่างกะทันหัน ซึ่งอาจทำให้ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมบางกลุ่มย่ำแย่ลง
นอกจากนี้ Goldman Sachs ยังคาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริงของจีน จะเติบโตเพียง 4.0% ในปีนี้ ต่ำกว่าเป้าหมาย 5% ที่ตั้งไว้สำหรับปีนี้
ที่มา CNBC
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ