รีวิว ที่เที่ยวอุดร อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท โบราณสถานพันปี มรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย
LSA Thailand
อัพเดต 13 ก.พ. 2568 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 01.00 น. • Lifestyle Asia Thailandถ้าพูดถึง ที่เที่ยวอุดร หลายคนอาจจะนึกถึงคำชะโนดหรือทะเลบัวแดง แต่รู้หรือไม่? อุดรธานียังมีที่เที่ยวประวัติศาสตร์สุดลึกลับ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความเชื่อและร่องรอยของมนุษย์ยุคโบราณ!
Relate article
เที่ยวอุดร หนึ่งในจังหวัดแห่งภาคอีสานที่อุดมไปด้วยพหุวัฒนธรรมกับ 8 สถานที่นี้
5 ร้านอาหารอุดรธานี ดีกรีรางวัล “บิบ กูร์มองด์” จาก ‘มิชลิน ไกด์’
วันนี้เราจะพาคุณออกเดินทางไปยัง “อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท” ดินแดนที่เต็มไปด้วยหินรูปทรงแปลกตา โบราณสถานเก่าแก่ และภาพเขียนสีโบราณที่มีอายุหลายพันปี ซึ่งกลายเป็น มรดกโลก แห่งที่ 8 ของไทย และยังคงเก็บซ่อนเรื่องราวในอดีตเอาไว้อย่างน่าค้นหา นอกจาก แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง แล้ว ทำให้จังหวัดอุดรธานีมีมรดกโลกถึง 2 แห่งด้วยกัน
ถ้าพร้อมแล้ว… มาออกเดินทางไปสำรวจตำนานรักของ “นางอุสา – ท้าวบารส” ตามล่าภาพเขียนสีโบราณ และปิดท้ายด้วยการแวะไหว้พระที่วัดศักดิ์สิทธิ์สุดขลังกันเลย!
📍 อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่ที่ไหน? ไปยังไง?
📌 พิกัด: อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่ที่ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี อยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 67 กิโลเมตร
🚗 วิธีการเดินทาง:
- รถยนต์ส่วนตัว: ใช้เส้นทาง อุดรธานี – บ้านผือ (ทางหลวงหมายเลข 2021) แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2348 ขับต่ออีกประมาณ 20 กม. ก็จะถึงอุทยาน
- รถตู้ รถสองแถว: สามารถขึ้นรถสองแถวจากตัวเมืองอุดรธานีไปบ้านผือ แล้วต่อรถชาวบ้านรับจ้างไปยังอุทยานได้
- รถเช่า: แนะนำให้เช่ารถขับเองจะสะดวกที่สุด เพราะในอุทยานไม่มีบริการขนส่งสาธารณะ
💡 Tips:
- ควรเริ่มเที่ยวแต่เช้า เพราะแดดแรงมากช่วงกลางวัน
- เตรียมน้ำดื่มให้พร้อม เพราะต้องเดินเยอะ รวมถึงร่ม หมวก แว่นตา ครีมกันแดด เตรียมแบตโทรศัพท์ให้เพียงพอ เพราะต้องเข้าไปในป่าต้องใช้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน
🌍 ทำไมถึงได้เป็นมรดกโลก?
“อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท” ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย เมื่อประมาณช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา จากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เนื่องด้วยคุณค่าการเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และโดดเด่นในระดับสากล เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ การเข้ามาของศาสนาพุทธจนถึงยุคอารยธรรมทวารวดี
🔹 จุดเด่นของที่นี่:
- หินธรรมชาติรูปทรงแปลกตา ที่เกิดจากกระบวนการกัดเซาะของลมและฝนเป็นเวลาหลายพันปี
- ร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์โบราณ เช่น ภาพเขียนสีโบราณ และหีบศพหิน
- ตำนานรักของนางอุสา – ท้าวบารส ที่เล่าขานกันมายาวนาน ผูกโยง เรียงร้อย เข้ากับสถานที่ได้อย่างงดงาม
- แหล่งวัฒนธรรมสีมาหิน สมัยทวารวดี ในพื้นที่บริเวณโดยรอบ จนเกิดเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ โดยได้ส่งต่ออิทธิพลความเชื่อไปทั่วภาคอีสาน รวมไปจนถึงพื้นที่ภาคกลาง ดังที่เราจะได้เห็นการนับถือบูชาเสาหลักบ้าน ศาลหลักเมืองในปัจจุบัน เฉกเช่นเดียวกันกับ สโตนเฮนจ์ ฟังดูแล้วก็คล้ายกับหนังไซไฟขึ้นหิ้งระดับตำนานตลอดกาลอย่าง 2001: A Space Odyssey เหมือนกันนะ ที่มีอารยธรรมขั้นสูงได้ทิ้ง เสาหินแห่งภูมิปัญญา เอาไว้ยังโลกเพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ขึ้นในช่วงเวลาของมนุษย์ยุคโบราณ
🏛 โปรแกรมเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท 1 วัน
🌄 เช้า – เริ่มต้นสำรวจโบราณสถานสุดลึกลับ
⏰ 08:30 น. – จุดแรก “หอนางอุสา”
เริ่ม ที่เที่ยวอุดร จุดหมายปลายทางของทริปนี้ มาถึงอุทยานฯ แล้ว จอดรถ เข้าห้องน้ำทำธุระให้เรียบร้อย จ่ายค่าธรรมเนียมค่าเข้า จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ขับรถกอล์ฟขึ้นไปส่งเพียงจุดเดียวที่ “หอนางอุสา” สถานที่ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของที่นี่ ลักษณะคล้ายรูปดอกเห็ดหรือหอคอยที่ตั้งอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่ ตามตำนานเล่าว่าเป็นที่กักขัง “นางอุสา” ธิดาของท้าวกงพานกษัตริย์เมืองพาน ที่ตรอมใจตายจาก “ท้าวบารส” ตามตำนานพื้นบ้าน “อุสาบารส” เดินไปด้านหลังนิดเดียวก็จะเจอ ถ้ำพระ ลักษณะเป็นเพิงหินที่มีการแกะสลักนูนต่ำเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามด้วยฝีมือช่างโบราณ
📸 จุดถ่ายรูปห้ามพลาด:
- หินรูปทรงแปลกตากับฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีคราม
- เงาหินที่ทอดยาวในช่วงเช้า ถ่ายแล้วดูมีมิติสุด ๆ
🔎 สาย – ออกตามล่าภาพเขียนสีโบราณที่ซ่อนอยู่
⏰ 09:00 น. – ถ้ำวัว – ถ้ำคน
เดินลึกเข้าไปอีกหน่อย จะพบกับ “ถ้ำวัว – ถ้ำคน” จุดนี้มี ภาพเขียนสีโบราณ ที่วาดขึ้นโดยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ลายเส้นที่ปรากฏเป็นภาพคนและสัตว์ เช่น วัว และคนกำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ
⏰ 09:30 น. – ภาพเขียนสีโนนสาวเอ้
ไม่ไกลกันมากจุดนี้เป็นภาพเขียนสีอีกแห่งที่สำคัญของอุทยานฯ ลักษณะเป็นภาพคนที่มีท่าทางเหมือนกำลังเต้นรำ เชื่อกันว่าเป็นพิธีกรรมของชุมชนโบราณ
📸 Tips:
- ใช้โหมด HDR ถ่ายภาพจะเห็นลายเส้นชัดขึ้น
- ต้องเดินขึ้นเขาเล็กน้อย ใส่รองเท้าผ้าใบจะสะดวกกว่า
⏰ 10:00น. – เก็บตกจุดอื่น ๆ ที่ร่างยังไหว!
ในบริเวณอุทยานฯ ยังมีอีกหลายจุดที่น่าสนใจ หากดูจากแผ่นพับที่ทางเจ้าหน้าที่ให้มาก็สามารถออกแบบการเดินเป็นวงกลมเพื่อจะได้เก็บได้หลาย ๆ จุดพร้อมกัน อย่าง หีบศพนางอุสา, วัดลูกเขย, กู่นางอุสา, คอกม้าท้าวบารส, คอกม้าน้อย, บ่อน้ำนางอุสา, เพิงหินนกกระทา, อูปโมงค์ เป็นต้น ซึ่งความจริงมีหลายจุดมาก แต่เราเดินไม่ไหวเพราะไม่สามารถปั่นจักรยานไปดูแต่ละจุดได้ จึงเก็บเฉพาะจุดสำคัญ ๆ ที่เราอยากไปดูก่อน ไว้มีโอกาสต้องกลับมาเก็บให้ครบแน่นอน
เดินลงมายังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตากแอร์เย็น ๆ เพราะด้านนอกอากาศร้อนมาก ประกอบกับพื้นที่แห้งแล้ง ด้านในอาคารขายของที่ระลึกน่ารัก ๆ ให้เลือกซื้อ ด้านหลังเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ข้อมูลที่น่าสนใจต่าง ๆ ในอุทยานฯ ทั้งชิ้นส่วนวัตถุโบราณที่ขุดค้นพบ และพืชพรรณไม้ ดอกไม้ เฉพาะถิ่นที่ค้นพบได้ที่เดียวในโลกอย่าง ต้นครามอุดร รวมถึงห้องสมุด จัดแสดงนิทรรศการวัฒนธรรมของชาวอีสานไว้อย่างน่าสนใจ กลายเป็น ที่เที่ยวอุดร อีกแห่งที่ต้องมาให้ได้
⏰ 11:00น. – วัดพระพุทธบาทบัวบก
หายเหนื่อยแล้วขับรถออกมาไม่ไกลจากปากทางเข้า แวะขึ้นไปทำบุญกันสักหน่อย ด่านแรกจะเจอไกด์ประจำถิ่นเป็นน้องหมูป่าออกมาต้อนรับทุกคน ทักทายน้องเสร็จก็เข้าไปนมัสการรอยพระพุทธบาทในพระธาตุเจดีย์ขนาดใหญ่ โดยบริเวณพื้นที่โดยรอบมีลักษณะเป็นเพิงหินไม่ต่างจากพื้นที่ของอุทยานฯ มีหลายจุดที่แฝงไว้ด้วยความเชื่อทางพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยทวารวดีเมื่อเกือบพันปีที่แล้ว เดินเข้าไปด้านในจะพบ สวนหินพญากงพาน, ถ้ำพญานาค โดยร่ำลือกันว่าสามารถทะลุไปจนถึงลำน้ำโขงได้ รวมถึงมีบ่อน้ำทิพย์ ที่ไม่เคยแห้งมีน้ำตลอดปี รวมถึงอีกหลายจุดให้ไว้แวะชมความอัศจจรย์ของธรรมชาติที่เจือไว้ด้วยตำนานความลึกลับ
🍲 เที่ยง – แวะพักเติมพลัง
⏰ 12:00 น. – ร้านข้าวอาหารตามสั่งริมทาง
ลงมาแวะเติมพลังที่ร้านอาหารท้องถิ่น บริเวณใกล้อุทยาน มีเมนูอาหารอีสานให้เลือกหลากหลาย
🥢 เมนูแนะนำ:
- ส้มตำปูปลาร้า แซ่บนัวถึงใจ
- แกงเห็ดรวม ซดร้อน ๆ คล่องคอ
- ไก่ย่างวิเชียรบุรี หนังกรอบ เนื้อนุ่ม น้ำจิ้มมะขามเปรี้ยวหวาน
🛕 บ่าย – ยลเสน่ห์พระนอนขาว กลางยอดเขา
⏰ 14:00 น. – วัดป่าภูก้อน
อิ่มท้องแล้ว ไปอิ่มบุญกันต่อ ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง ตรงไปยัง อำเภอนายูง ในเขตป่าสงวนแห่งชาตินายูง-น้ำโสม รอยต่อพื้นที่ 3 จังหวัด อุดรธานี เลย และหนองคาย
ทางขึ้นจะเจอลานจอดรถที่กว้างมาก เดินตรงไปซื้อตั๋วโดยต้องนั่งรถกระบะไปประมาณไม่ถึง 5 นาที ด้านบนโดดเด่นด้วยตัวอาคาร วิหารพระพุทธไสยาสน์ ใหญ่โตอลังการบนเนินเขาสีฟ้าขาว ดูวิจิตรราวสรวงสวรรค์ ภายในประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี สีขาวบริสุทธิ์งดงามละเอียดลออ สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ความยาว 20 เมตร มีหลายจุดให้ทำบุญ รวมถึงการถวายผ้าไตรแด่องค์พระประธาน เสร็จแล้วเดินชมความสวยงามรอบองค์พระ งานพุทธศิลป์ที่เกิดขึ้นจากแรงศรัทธาของผู้คนและเม็ดเงินจำนานมหาศาล
แถมด้านบนนี้ยังวิวดี ลมโกรก เห็นทิวเขาเขตอุทยานแห่งชาติอันเขียวชอุ่มป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ๆ ขากลับถ้าข้อเข่าใครยังไหวสามารถแวะได้อีกหนึ่งจุดรถจะจอดที่ องค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ ทางขึ้นเป็นบันไดนาคเลื่อยงามตระง่านไปถึงด้านบน
ใครที่ได้ขึ้นมานั่งสมาธิ ปฎิบัติธรรม สักคืนคงได้สัมผัสถึงความสงบสุขที่แท้จริง เป็นการอาบป่า เข้าถึงจิตวิญาณของศาสนา ความเชื่อ ที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
✨ ทริป “เที่ยวอุดร” ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะได้ทั้งชมโบราณสถานสุดลึกลับ สัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และตื่นตากับภาพเขียนสีโบราณที่มีอายุหลายพันปี
📌 ถ้าคุณเป็นสายประวัติศาสตร์ ชอบเรื่องราวลี้ลับ และอยากออกเดินทางสำรวจอดีต อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท คือที่ที่ต้องไป!
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Main, Hero and Featured images: by theimaxzakung via Instagram
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.