โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก “ดอกเบี้ย” ผิดนัดชำระ ตัวการทำให้หนี้เสีย บานไม่รู้จบ ร้ายสุด เสียเครดิต ถูกฟ้องร้อง

Thairath Money

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 03.33 น.
ภาพไฮไลต์

การกู้หนี้ยืมสินไม่ใช่เรื่องผิด หาก “จำเป็น” และปูทางเพื่อสร้างรายได้ - ความมั่นคง ในอนาคต หากแต่สถานการณ์ของประเทศไทย ดูเหมือนจะไกลไปจากหลักการมากนัก

เพราะข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บ่งชี้ว่า ปัจจุบันไทยมีหนี้ครัวเรือนในสัดส่วนค่อนข้างสูง และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก หนำซ้ำส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่อาจไม่สร้างรายได้ และยังกระจุกตัวอยู่กับลูกหนี้ที่มีปัญหาในการจ่ายหนี้คืน นี่เอง ทำให้ประเทศไทยเผชิญกับแนวโน้ม “หนี้เสีย” หรือ NPL (Non-Performing Loan) พุ่งสูง มูลค่าร่วม 1.2 ล้านล้านบาท

แต่รู้หรือไม่? 1 ในตัวการที่ทำให้ “หนี้เสีย” ทั้งภาพรวมและระดับบุคคลเพิ่มขึ้นไม่รู้จบ คือ ดอกเบี้ยที่เรียกว่า “ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ”สิ่งที่ตามมาจากการที่เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งจะนำไปสู่การเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัด ซึ่งมีผลกระทบที่ทำให้หนี้ของเราเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นไม่สามารถชำระหนี้ได้หมดและกลายเป็นหนี้เสียในที่สุด

ดอกเบี้ยผิดนัดชำระคืออะไร?

ข้อมูลจากเครดิตบูโรระบุว่า ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ หมายถึง ดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายเพิ่มจากดอกเบี้ยปกติ หรือว่าง่าย ๆ ก็คือ ดอกเบี้ยที่เกินจากอัตราปกติในกรณีที่เราผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งถือว่าเป็นค่าปรับสำหรับการชำระหนี้ก้อนดังกล่าวค่างวดล่าช้าเกินระยะเวลาที่กำหนด โดยดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จะคิดบนยอดเงินต้นของค่างวดที่เราผิดนัดชำระหนี้เท่านั้น

เช่น ค่างวดแต่ละเดือนจำนวน 8,000 บาท ของงวดนั้น ๆ แบ่งเป็นดอกเบี้ย 3,000 บาท และเงินต้น 5,000 บาท ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จะถูกคิดบนยอดเงินต้น 5,000 บาท โดยคิดตามจำนวนวันตั้งแต่มีการผิดนัดชำระหนี้จนถึงวันที่มีการชำระหนี้ก้อนนั้น

ซึ่งเท่ากับว่าเราจะต้องจ่ายทั้งเงินต้น ดอกเบี้ยปกติ และดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้นหากเรายังไม่ทำการชำระหนี้สักที ดอกเบี้ยก้อนดังกล่าวก็จะถูกคิดไปเรื่อย ๆ ทุกวัน จนอาจกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ได้ในที่สุด

แต่การคิดดอกเบี้ยผิดนัดมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่สามารถแตกต่างกันไปตามประเภทของการกู้ยืม และประเภทของสัญญากู้ยืม เช่น การกู้ยืมจากธนาคาร หรือจากเงินกู้นอกระบบ

ตัวอย่างของดอกเบี้ยผิดนัด

สมมุติว่าเรากู้เงินจากธนาคารจำนวน 100,000 บาท โดยมีดอกเบี้ยปกติ 5% ต่อปี และมีการกำหนดชำระหนี้ในระยะเวลา 12 เดือน หากเราไม่สามารถชำระหนี้ในกำหนดเวลาได้ และธนาคารเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดที่ 2% จะทำให้เราต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดในสัญญาเดิม ซึ่งเป็นการทำให้หนี้ของเราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ยกอีกตัวอย่างไว้ให้เห็นภาพชัดเจน เช่น เมื่อกู้ซื้อบ้าน 5 ล้านบาท โดยผ่อนงวดละ 42,000 บาท มีเงินต้น 10,000 บาท ดอกเบี้ย 32,000 บาท หากผิดนัดชำระในงวดที่ 25 จะคิดดอกเบี้ยผิดนั้นแค่งวดที่ 25 ไม่รวมงวด 26 และงวดต่อ ๆ ไป และดอกเบี้ยผิดนัดจะคิดบนฐาน 10,000 บาท

อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จะเป็นอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาบวกไม่เกิน 3% หากดอกเบี้ยปกติตามสัญญาคือ 7% ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญาต้องไม่เกิน 10%

อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่ผิดนัดชำระหนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่พ่วงมาด้วย ก็คือ “ค่าติดตามทวงถามหนี้” ที่เจ้าหนี้ติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ ซึ่งจะถูกคิดและถูกทบไปในรอบบิลถัดไป โดยแต่ละสถาบันการเงินมีการคิดอัตราค่าติดตามทวงถามที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน

ทำไมดอกเบี้ยผิดนัดถึงทำให้หนี้เสียบานไม่รู้จบ?

เมื่อดอกเบี้ยผิดนัดถูกเพิ่มเข้าไปในหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระ ผู้กู้จะต้องชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตลอดเวลา หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด หรือไม่ได้ทำการชำระขั้นต่ำที่กำหนด หนี้จะสะสมและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหนี้เสีย (Bad debt) ซึ่งส่งผลต่อสถานะทางการเงินของผู้กู้และทำให้การฟื้นฟูกลับมาเป็นเรื่องยาก
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหนี้กลายเป็นหนี้เสีย ผู้กู้อาจต้องเผชิญกับการฟ้องร้อง หรือการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งจะทำให้เสียเครดิตและเสี่ยงต่อการถูกยึดทรัพย์สิน

เปิดทางออกสำหรับผู้ที่เป็นหนี้

1. ขอปรับโครงสร้างหนี้: หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด สามารถลองติดต่อกับเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ เช่น การยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ หรือการขอลดดอกเบี้ยหรือค่าปรับ เพื่อช่วยให้สามารถชำระหนี้ได้ง่ายขึ้น
2. จัดการงบประมาณและหาทางเพิ่มรายได้: ควบคุมการใช้จ่ายและหาทางเพิ่มรายได้เพื่อใช้ในการชำระหนี้อย่างตรงเวลา
3. การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ: คำปรึกษาจากที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการหนี้สามารถช่วยเสนอทางออกที่เหมาะสมในการลดภาระหนี้

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่มีภาระหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หนี้สินเชื่อรถ หนี้สินเชื่อบ้าน จากการกู้ยืมสินเชื่อต่าง ๆ จากสถาบันการเงินนั้น สิ่งสำคัญที่ควรพึงระวังให้มาก คือ การมีวินัยในการชำระหนี้ให้ตรงเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการชำระหนี้ล่าช้า หรือการไม่ชำระหนี้

ที่มา :เครดิตบูโร , ธปท.,thac,คลินิกแก้หนี้ by SAM ,ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก “ดอกเบี้ย” ผิดนัดชำระ ตัวการทำให้หนี้เสีย บานไม่รู้จบ ร้ายสุด เสียเครดิต ถูกฟ้องร้อง

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...