โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายได้รับการปลูกถ่ายหัวใจเทียมทำจากไทเทเนียม

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 13 มี.ค. 2568 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 00.59 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ซิดนีย์ 13 มี.ค. – ผู้ป่วยโรคหัวใจชาวออสเตรเลีย กลายเป็นผู้ป่วยรายแรกของโลกที่เข้ารับการปลูกถ่ายหัวใจเทียมที่ทำจากไทเทเนียม และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

นับเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อชายชาวออสเตรเลียวัย 40 ปี ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวรุนแรง กลายเป็นคนแรกในโลก ที่ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจเทียม “ไบวาคอร์” (BiVACOR) ที่ทำมาจากไทเทเนียม โดยเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจนานถึง 6 ชั่วโมง ที่โรงพยาบาลในนครซิดนีย์ ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังผ่านมากว่าร้อยวัน ชายหัวใจเทียมจากไทเทเนียมได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาเป็นคนไข้รายที่ 6 ของโลกที่ได้รับหัวใจเทียมแบบสมบูรณ์ แต่เป็นชาวออสเตรเลียคนแรกที่เข้ารับการผ่าตัดดังกล่าว และยังเป็นคนเดียวในบรรดาคนไข้ทั้ง 6 รายที่ออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับหัวใจเทียม ในขณะที่ผู้ป่วยที่เหลือยังคงอยู่ในโรงพยาบาลและรอการปลูกถ่ายจากผู้บริจาค ล่าสุด คนไข้ชายรายนี้ล่าสุดเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจจากผู้บริจาคในเดือนนี้แล้วและกำลังฟื้นตัวได้ดี

สำหรับหัวใจเทียมแบบสมบูรณ์ “ไบวาคอร์” (BiVACOR) คิดค้นโดย ดร. แดเนียล ทิมม์ส นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย เป็นอุปกรณ์ปลูกถ่ายแบบแรกของโลกที่สามารถทำหน้าที่แทนหัวใจของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ โดยจำลองหัวใจมนุษย์ทั้งสองข้าง ทำจากไทเทเนียม มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวชิ้นเดียว คือ โรเตอร์ลอยตัวที่ยึดเข้าที่ด้วยแม่เหล็ก ไม่มีวาล์วหรือตลับลูกปืนเชิงกลที่อาจสึกหรอได้ สามารถสูบฉีดเลือดไปที่ร่างกายและปอด ทำหน้าที่แทนห้องหัวใจทั้งสองห้องที่ล้มเหลวไป หัวใจเทียมนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นตัวเชื่อม เพื่อให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ต่อไปจนกว่าจะสามารถปลูกถ่ายหัวใจจากผู้บริจาคได้ แต่เป้าหมายของ ดร.ทิมม์ส คือการให้อุปกรณ์ปลูกถ่ายนี้กลายเป็นวิธีแก้ปัญหาแบบถาวรในสักวันหนึ่ง รับมือกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีผู้เสียชีวิตราวปีละ 18 ล้านคน ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก.-815.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...