โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ฮูหยินขี้เมาของท่านแม่ทัพ กับระบบร้านสุราต่างมิติ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2568 เวลา 14.02 น. • ข้าช่างขี้เกียจนัก
เมื่อนักฆ่าตายแล้วมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูใหญ่ของจวนบัณทิต แต่ท่านแม่ของนางกลับถูกหย่าแล้วโดนขับไล่ออกจากจวน นางจึงต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว โชคยังดีที่ท่านเทพมอบระบบร้านสุราต่างมิติมาให้กับนาง

ข้อมูลเบื้องต้น

สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกคนนะคะ นิยายเรื่อง “ฮูหยินขี้เมาของท่านแม่ทัพ กับระบบร้านสุราต่างมิติ” เป็นนิยายเรื่องที่ 2 ของไรท์ ลองเขียนเรื่องยาวเป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้มีผลงานเขียนเรื่องแรกที่มีชื่อว่า “Jamille Kathy (สวยเพชฌฆาต)” ซึ่งไม่ค่อยจะปังเท่าไหร่ เป็นแนว #ซอมบี้ #ผีดิบ #วันสิ้นโลก ตอนนั้นคือไรท์เป็นติ่งหนังแนวนี้อยู่แล้วค่ะ เลยลองเขียนดู กว่าจะปิดจบลงได้ ก็ใช้เวลาหลายปี เพราะเป็นนิยายเรื่องแรกที่ไรท์เขียนเอง

เมื่อมาถึงตรงนี้ก็แอบนอยไปสักพักหรือคนอ่านจะไม่ชอบแนวบู้เลือดสาดก็เป็นได้ +555 ทำใจอยู่นานจึงเปิดเขียนเรื่องใหม่ที่เป็นนิยายแนวจีนย้อนยุค นางเอกเก่งชนะเลิศ และชอบดื่มสุราเป็นชีวิตจิตใจ มีกำลังภายใน จะได้ตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย ฝากผลงานของไรท์ตัวน้อยๆ เอาไว้ในอ้อมกอดของนักอ่านทุกคนด้วยนะคะ (ตัวละครและสถานที่ไม่มีอยู่จริงเกิดจากจินตนาการของไรท์ล้วนๆ)

ด้วยความรักและห่วงใยนักอ่านอันเป็นที่รัก กราบบบบ

“สุดท้ายถ้านิยายที่ไรท์แต่งไม่สนุก หรือถูกใจนักอ่านที่รักสามารถผ่านได้นะคะ ถ้าคอมเม้นท์รุนแรงหรือบั่นทอนกำลังใจของไรท์ ไรท์ขออนุญาตลบนะคะ”

(((หลังจากเขียนนิยายจบไรท์จะทำการรีไรท์และตรวจคำผิดอีกครั้งระหว่างนี้ถ้านักอ่านที่รักเจอคำผิดแจ้งไรท์ได้เลยนะคะ)))

ตอนที่ 1

ราชวงค์ไท่ซวง แคว้นต้าฉิน ไม่ห่างไกลจากเมืองหลวงมากนัก มีตระกลูหนึ่งที่เพิ่งจะขยับขยายฐานะขึ้นมาตระกลูหนึ่ง เนื่องจากนายท่านของจวนตระกลูชุน ที่มีอายุครบ 28 ปี เพิ่งจะสามารถสอบ ซิวไฉ่ ได้ในปีนี้ หลังจากที่พยายามสอบเทียบอยู่หลายปี

เพรียะ! ในลานกว้างเสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าของฮูหยินใหญ่ ชุนจื่อผู้เป็นสามีมองดู ภรรยาที่นั่งทรุดอยู่บนพื้นด้วยแววตาโกรธเกี้ยว

“นังผู้หญิงแพศยา ช่างดีนัก! นังคนเลี้ยงไม่เชื่อง” ชุนจื่อมองผู้เป็นภรรยาที่นั่งอยู่บนพื้น โกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว นางช่างกล้านัก กล้าคบชู้สวมหมวกเขียวให้กับเขา ถ้าชุนอี๋ไม่ให้สาวใช้ไปส่งข่าวว่านางรู้สึกเจ็บท้อง เขาก็คงไม่รู้ว่าภรรยาของเขากำลังสวมหมวกเขียวให้เขา

“ไม่…ไม่ใช่นะท่านพี่ ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำ” ชุนเหมยลียกมือกุมหน้าที่โดนตบ น้ำตาไหลนองเต็มใบหน้าของนาง มองไปทางสามีและฮูหยินรองที่อยู่ด้านข้าง

“ท่านพี่มันอาจจะไม่ใช่ อย่างที่พี่เหมยลีบอกก็ได้”ชุนอี๋ เอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่เศร้าโศกเสียใจ แถมนางยังพูดเข้าข้างพี่หญิงใหญ่ด้วยท่าทางที่ดูน่าสงสารยิ่งนัก

“ชุนอี๋เจ้าอย่าได้พูดเข้าข้างนางแพศยาคนนี้อีกเลย วันนี้แหละข้าจะหย่ากับนาง”นายท่านชุนจื่อ ได้ใช้โอกาสนี้ในการหาข้ออ้างหย่ากับภรรยาเอกของเขา สายตามองไปทางชุนเหมยลีด้วยความรังเกียจ

ชุนเหมยลี จ้องมองผู้เป็นสามีและฮูหยินรองที่อยู่ด้านข้างด้วยความคับข้องใจ นางแต่งเข้ามาในตระกูลชุนด้วยวัยเพียง 15 ปี และในปีที่ 16 นางก็ตั้งครรภ์แรกให้กับเขา แต่โชคร้ายที่ลูกคนแรกของนางเป็นบุตรสาว ไม่ใช่บุตรชายอย่างที่นายท่านชุนได้คาดหวังไว้

จนตอนนี้บุตรสาวคนแรกของนางอายุได้ 7 ขวบ และในท้องของนางในตอนนี้ก็กำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อยู่ หลังจากที่แต่งเข้าตระกูลชุน นางก็ต้องมารับช่วงบริหารกิจการของตระกูลที่ไม่สู้ดีนัก

ตระกูลชุนมีกิจการไม่กี่อย่าง และหนึ่งในนั้นก็เป็นกิจการร้านผ้าทอ เหมยลีหลังจากที่แต่งเข้ามาก็ได้เข้ามาบริหารกิจการร้านผ้าทอของตระกูลชุน จนตอนนี้กิจการเริ่มอยู่ตัว นางทำงานตั้งแต่เช้าจดค่ำ กลับมาอีกทีฟ้าก็มืดแล้ว

ในวันนี้นางรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นพิเศษอาจจะเป็นเพราะกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อยู่ด้วยจึงทำให้นางผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว และตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง ถูกพวกคนใช้ลากนางออกมาที่ลานกว้าง พร้อมกับบุรุษที่นางก็ไม่รู้จักคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ นาง

นายท่านชุนจื่อ มองภรรยาตัวอ้วนฉุยที่อยู่ตรงหน้า เขามีสีหน้ารังเกียจยังเห็นได้ชัด ตอนที่แต่งนางเข้ามาใหม่ ๆ นางยังไม่อ้วนขนาดนี้ เพิ่งจะผ่านมาได้ไม่กี่ปีแต่นางก็น่าเกลียดขึ้นทุกที จนเขารู้สึกว่านางน่ารังเกียจยิ่งนัก

และอีกอย่างเขาก็เพิ่งจะสอบ ชิวไฉ่ได้ในปีนี้อนาคตข้างหน้าของเขายังอีกยาวไกล และชุนอี๋ก็กำลังตั้งครรภ์ลูกแฝดของเขาอยู่ด้วย

เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาได้พบกับซินแสท่านหนึ่งโดยบังเอิญ และซินแสท่านนั้นได้บอกกับเขาว่าในอนาคตบุตรชายและบุตรสาวจะทำให้ตระกูลของเขามีหน้ามีตา และได้บอกกับเขาให้ตัดสินใจเลือกดี ๆ บุตรชายและบุตรสาวของเขาจะพาให้ตระกูลเจริญรุ่งเรือง

นายท่านชุนคิดไม่ตกกับเรื่องนี้อยู่เป็นอาทิตย์ ประจวบกับที่ท่านหมอมาดูครรภ์ของฮูหยินรอง แล้วได้บอกกับเขาว่าครรภ์นี้ เป็นลูกแฝดชายหญิงแน่นอน ถึงแม้ชุนอี๋ จะเป็นลูกของอนุภรรยา แต่ก็มีพ่อเป็นถึงขุนนางขั้น 9 ประจำการอยู่ในอำเภอ

ถึงตอนแรกเขาจะลังเลแต่ตอนนี้เขากับมั่นใจแล้วว่าจะต้องจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี ประกอบกับที่เกิดเรื่องขึ้นพอดี เขาจึงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

“ไม่ใช่นะ…ท่านพี่ข้าไม่ได้ทำท่านต้องเชื่อข้า…”เหมยลียังคงอ้อนวอนต่อผู้เป็นสามีด้วยความโศกเศร้าเสียใจ นางรู้สึกเจ็บปวดจนพูดไม่ออก ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปสามีของนางก็ปักใจเชื่อแล้วว่านางได้ทำแบบนั้นจริง ๆ ชุนเหมยลีกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ

ที่ด้านหลังจวน สาวใช้ที่อยู่ข้างเตียงร้องไห้โวยวายเสียงดังพร้อมกับเขย่าตัวคุณหนูของนางที่นอนอยู่บนเตียง

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเจ้าคะ ฮูหญิงใหญ่แย่แล้วเจ้าคะ”สาวใช้เรียกคุณหนูของตัวเองพร้อมกับเขย่าแขนของคุณหนูของนางเพื่อปลุกให้นางตื่น

เด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับตาของนางไปมาอย่างช้า ๆ ด้วยความงุนงง หนิงเซียน ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำของร่างเดิม ความจริงนางตื่นมาได้สักพักใหญ่ ๆ แล้วแต่นางก็ยังคงหลับลงไปอีกครั้งนึง หวังว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมามันจะเป็นแค่เพียงความฝัน

แต่ตอนนี้ความทรงจำทุกอย่างกับเด่นชัดขึ้น นางคือคุณหูนใหญ่ของตระกูลชุน ตระกูลที่มีสถานะปานกลาง และมีพ่อที่เพิ่งจะสอบชิวไฉ่ผ่านได้ไม่นาน และนางยังโดนทุบตีโดยฮูหยินรองที่พ่อของนางพาเข้ามาอยู่ในจวนเมื่อ 2 ปีก่อน

ช่างน่าสงสารคุณหนูใหญ่ผู้ขี้ขลาดตาขาวคนนี้เสียจริง ปล่อยให้ฮูหยินรองรังแกนางได้ตั้งปีกว่า ฮูหยินรองผู้นั้นต่อหน้าพ่อของนางกับมีท่าทางใจดีโอบอ้อมอารี แต่ลับหลังพ่อของนางกับทุบตีนางทุกวัน

จนบนร่างกายที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้ามีแต่รอยพกช้ำเต็มไปหมด ตอนที่นางลืมตาตื่นขึ้นมากำลังจะลุกขึ้นนั่งกับรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นผ่านไปทั่วร่างกาย จนต้องขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้

ท่านแม่ของนางก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการบริหารกิจการร้านผ้าทอ จนไม่มีเวลามาสนใจบุตรสาวของตัวเองว่ามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง ถึงในบางครั้งเจ้าของร่างเดิมอยากจะพูดบอกออกไปแต่ก็ต้องเก็บเงียบไว้ไม่กล้าบอกเพราะกลัวท่านแม่ของนางจะเป็นห่วง

นางเห็นแม่ของนางทำงานจนเหนื่อยทุกวันก็ยิ่งไม่อยากเอาเรื่องนี้ไปบอกนางให้นางรู้สึกเป็นกังวลอีก หนิงเซียนหลับตาลงอย่างช้า ๆ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะสาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ ส่งเสียงรบกวนไม่หยุดไม่หย่อน

“เจ้ามีอะไร”หนิงเซียนพูดออกไปแต่ก็ยังไม่ยอมลุกจากเตียง

“แย่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู ฮูหยินใหญ่แย่แล้วเจ้าค่ะ”สาวใช้พูดไปพร้อมกับร้องไห้ไปพลาง ๆ

หนิงเซียนขมวดคิ้วและมองหน้าสาวใช้ที่อยู่ด้านข้าง ก่อนจะค่อย ๆ พยุงตัวลุกจากเตียง ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกายทำให้ใบหน้าน้อย ๆ ยับยู่ยี่ด้วยความเจ็บ

ให้ตายเถอะร่างกายนี้ช่างอ่อนแอยิ่งนัก แถมลมปราณในร่างนี้ของนางก็แทบจะไม่มี ในระหว่างที่หนิงเซียนกำลังนอนอยู่บนเตียงก็พยายามรวบรวมลมปราณโดยอาศัยความทรงจำจากชาติก่อนของนาง กว่าจะเดินลมปราณให้ทั่วร่างได้ นางถึงกับต้องเหนื่อยขนาดนี้

เมื่อชาติที่แล้วนางใช้ชีวิตในแบบที่ว่าถ้าตายตอนนี้นางก็ไม่น่าจะเสียดายอะไรแล้วแท้ ๆ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งเสียใจยิ่งนักนางเป็นลูกคนเดียวและพ่อแม่ก็ไม่มีแล้ว แล้วทีนี้ใครจะมารับช่วงมรดกของนางกันละ โดยเฉพาะเหล้าที่นางหมักไว้ในห้องใต้ดินของบ้าน เสียของยิ่งนัก

มีคนเคยบอกกับนางว่า ให้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า เมื่อเกิดมาแล้วมีแค่ชีวิตเดียว นางจึงทำทุกอย่างที่ทำได้ ตอนเช้าเป็นศาสตราจารย์ภาควิชาเกษตรศาสตร์ ตอนดึกก็รับหน้าที่เป็นมือสังหารตามใบสั่ง นางใช้ชีวิตทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างคุ้มค่า แต่ก็ไม่คิดว่าภารกิจที่นางได้รับครั้งสุดท้าย จะทำให้นางต้องจบชีวิตลง

หึ หึ หนิงเซียนหัวเราะขึ้นมาอย่างโง่เขลา พร้อมกับเลียริมฝีปากของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดายยิ่งนัก หมายถึงสุราของนางอะนะ

ในเมื่อนางได้โอกาสได้มีชีวิตเป็นครั้งที่ 2 นางก็จะใช้ชีวิตในครั้งนี้ให้เต็มที่อีกครั้ง ถ้าอย่างนั้นมาเริ่มจากฟังสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างก่อนก็แล้วกัน

“อย่าลืมกดติดตามและกดหัวใจให้กับไรท์ด้วยนะ”

ตอนที่ 2

“ทำไมหรือ”หนิงเซียนถามสาวใช้ที่อยู่ด้านข้าง

“แย่แล้วเจ้าค่ะ นายท่านจะหย่ากับฮูหยินใหญ่แล้วเจ้าค่ะ”สาวใช้รีบบอกกับคุณหนูของนาง

“ไป…ไปดูกัน”นางบอกกับสาวใช้และลุกออกจากเตียงเดินออกจากประตูห้องนอนตรงไปยังลานกว้างที่อยู่หน้าจวน โดยอาศัยความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม

“คุณหนูรอบ่าวด้วยเจ้าค่ะ”สาวใช้วิ่งตามหลังคุณหนูของนางไปติด ๆ นางรู้สึกว่าคุณหนูของนางดูเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนไปที่ตรงไหนกันแน่ อาจจะด้วยท่าทางที่ดูสงบนิ่งขึ้นของคุณหนูของนาง ชิวอี้ ส่ายหัวไปมาก่อนจะสบัดความคิดไรสาระออกไปจากหัวน้อย ๆ ของนาง

ที่ลานกว้างนางเห็นแม่ของเจ้าของร่าง นั่งอยู่บนพื้นหินที่เย็นยะเยือก นี่เป็นช่วงเข้าฤดูหนาวอากาศภายนอกจึงค่อนข้างเย็น

นางมองดูผู้คนที่ยืนอยู่ในลานกว้าง ราวกับมองดูเรื่องสนุกอยู่ก็ไม่ปาน

“ท่านแม่ ท่านพ่อท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ ข้าไม่ได้ทำ” ชุนเหมยลีร้องบอกยายเฒ่าชุนและตาเฒ่าชุน

“เหอะ! นางผู้หญิงน่าไม่อาย คิดไว้แล้วเชียวลูกพ่อค้าฐานะต่ำต้อย แต่งเข้ามาสักวันจะต้องเกิดเรื่องแน่ ๆ คิดไม่ผิดจริง ๆ ”ยายเฒ่าชุน ด่าเหมยลีนางไม่ชอบสะใภ้คนนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ลูกพ่อค้าจน ๆ ถ้าไม่ติดว่าเมื่อก่อนตระกูลชุนลำบาก เรื่องกิจการ

นางก็คงไม่ยอมให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนางแต่งงานเอาสะใภ้คนนี้เข้ามาหรอก ตอนนี้กิจการของตระกูลชุนก็เริ่มจะอยู่ตัวแล้วด้วย นางยิ่งไม่ต้องการลูกพ่อค้าต่ำต้อยคนนี้อีก

ถือเสียว่าใช้โอกาสนี้ขับไล่นางออกไปเสียเลย ยิ่งนับวันลูกชายของนางยิ่งเจริญก้าวหน้า แถมฮูหยินรองก็กำลังอุ้มท้องลูกแฝดชายหญิงอยู่ด้วย ลูกพ่อค้าจะไปมีหน้ามีตาได้อย่างไรกัน

ส่วนตาเฒ่าชุนก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ทำเพียงแค่ยืนดูสถานการณ์ตรงหน้าเท่านั้น

หนิงเซียนในร่างคุณหนูใหญ่ชุนเซียน มองดูบรรดาญาติพี่น้องฝ่ายพ่อ กำลังด่าทอแม่ของเจ้าของร่าง ก็พลันขมวดคิ้วเป็นปม นี่มันครอบครัวตัวร้ายอย่างในนิยายชัด ๆ

“ท่านแม่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

“ชุนเซียนเออร์ แม่ไม่ได้ทำอย่างที่พ่อของเจ้ากล่าวหาจริง ๆ นะ”แม่ของนางละล่ำละลักบอกกับนาง และกุมมือของนางเอาไว้

“ข้าเชื่อท่านแม่เจ้าค่ะ”

“เหอะ! แม่เป็นอย่างไรลูกก็คงไม่ต่างกัน เข้าไปข้างในกันเถอะชุนอี๋ อากาศข้างนอกเย็นนักเดี๋ยวจะกระทบกับลูกในท้องเอา”ยาเฒ่าชุน ด่าเสร็จก็หันไปหาฮูหยินรองที่ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนแล้ว

“ท่านแม่ แต่ว่าพี่หญิงใหญ่…”นางพูดพลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่หางตาของนางออก ท่าทางอ่อนแอเหมือนจะเป็นลมล้มพับไปเสียตรงนั้น

“โถว…ชุนอี๋เจ้าอย่าได้ไปสนใจเรื่องนี้อีกเลยปล่อยให้ชุนจื่อเป็นคนจัดการ เจ้ากำลังท้องกำลังไส้ต้องห่วงสุขภาพของตัวเองให้มาก ๆ ยิ่งท้องนี้เป็นลูกฝาแฝดอีกก็ยิ่งต้องระวังให้มากขึ้นไปอีก”

เมื่อยายเฒ่าชุนพูดเช่นนี้ ก็ปลายตาไปมองชุนเหมยลีก่อนจะเบะปากออกมา หลังจากที่ชุนอี๋สังเกตยายเฒ่าชุนที่พูดจาเข้าข้างตัวเอง นางก็ต้องลอบยิ้มอย่างดีใจ ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนของนาง อีกไม่นาน นางก็จะขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ของจวนตระกูลชุน

ชุนเซียนเฝ้ามอง ยายเฒ่าชุนและฮูหยินรองอยู่นานแล้ว ทำให้นางได้เห็นฮูหยินรองคลี่ยิ้มออกมา ถึงนางจะพยายามปกปิดอย่างไรก็ไม่รอดสายตาของชุนเซียนไปได้ นางร้องเหอะขึ้นในใจ มารยาสาไถจริง ๆ

“วันนี้ข้าจะหย่ากับนางแพศยาคนนี้ ผู้หญิงไม่รักดี”นายท่านชุนพูดขึ้นมาอีกครั้งคล้ายกับต้องการย้ำเตือนในสิ่งที่ต้องการจะทำ

“ท่านพ่อ ท่านแม่ถูกคนใส่ความ ท่านต้องให้ความยุติธรรมกับท่านแม่นะเจ้าคะ”ชุนเซียนร้องบอกพ่อของนาง แต่นางก็ดูออกแล้วว่า ท่านพ่อของนางต้องการจะหย่ากับแม่ของนางจริง ๆ

ในเมื่อพวกเขาอยากจะไล่แม่ของนางออกจากจวน อย่างน้อย ๆ นางก็ต้องหาอะไรติดไม้ติดมือไปด้วยซิถึงจะดี แต่ดูจากท่าทางแม่ของนางแล้วคงจะไม่ยอมหย่าง่าย ๆ แน่นอน

“ชุนเซียน นี่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่เด็กอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไรได้ เด็ก ๆ มาพาคุณหนูใหญ่กลับไปที่ห้องของนาง”นายท่านชุนพูดด้วยความโกรธ แต่อย่างไรนางก็ยังคงเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนอยู่ดี

“ไม่…ชุนเซียนจะอยู่กับท่านแม่”ชุนเซียนกอดแม่ของนางไม่ยอมปล่อย

ก่อนจะกระซิบข้างหูของมารดา"ท่านแม่ ข้าจะไปกับท่าน แต่พวกเราจะออกไปตัวเปล่ากันไม่ได้ ท่านแม่ทำตามที่ข้าบอกนะ"

ถึงชุนเหมยลีจะยังรู้สึกงุนงงอยู่สักพักใหญ่ ๆ แต่นางก็พยักหน้ารับ นางมองบุุตรสาวตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้านาง คล้ายกับว่าบุตรสาวจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เพียงชั่วข้ามคืน ก่อนที่นางจะทำตามที่บุตรสาวแนะนำ

“ท่านพี่ ข้าไม่ได้ทำ ในเมื่อมีคนใส่ร้ายข้า ข้าก็จะไปตีกองร้องทุกข์ ที่ว่าการอำเภอให้นายอำเภอช่วยตัดสินใจเรื่องนี้”นางพูดสิ่งที่บุตรสาวแนะนำออกไป

เมื่อนายท่านชุนได้ยินแบบนั้น หน้าตายิ่งบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเกลียดชัง มองดูชุนเหมยลีด้วยความรังเกลียดยิ่งขึ้นไปอีก เขาจะปล่อยให้นางทำแบบนั้นได้อย่างไรกัน นั่นไม่เท่ากับเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของเขาชัด ๆ

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในวันข้างหน้า เมื่อเขาไปสอบหน้าท้องพระโรง ยิ่งต้องไม่มีประวัติเสื่อมเสีย ถึงจะสอบขุนนางได้ ไม่ได้ในตำแหน่งที่ดีแต่อย่างน้อย ๆ เขาก็ยังได้เป็นขุนนางขั้น 9 อย่างแน่นอน

ยิ่งคิดใบหน้าของนายท่านชุนก็ยิ่งบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธ

“เจ้า…เจ้า…นังคนชั้นต่ำ อย่าคิดว่าเจ้าจะรอดตัวจากเรื่องนี้ไปได้นะ อย่างไรข้าก็จะหย่าให้ได้”นายท่านชุนชี้หน้าชุนเหมยลีด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา เขาระงับความโกรธเต็มที่เพืื่อจะไม่เข้าไปตบหน้าของนาง

“ในเมื่อท่านอยากจะหย่า ก็ต้องเป็นการหย่าร้างด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่หาใครก็ไม่รู้มาใส่ความข้าเช่นนี้ อย่าลืมว่าท่านมีทุกวันนี้นั้นเป็นเพราะใครกัน ถ้าไม่ใช่เพราะข้า!”

ชุนเหมยลีลุกยืนขึ้นด้วยความเข้มแข็งโดยมีลูกสาวตัวน้อยประคองอยู่ด้านข้าง นางมองไปทางนายท่านชุนที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ ก่อนจะจูงมือบุตรสาวของตัวเองเดินออกจากลานกว้าง

“เราไปกันเถอะเซียนเออร์”ชุนเหมยลีบอกกับบุตรสาวตัวน้อยของนาง

ในระยะเวลาหลายปีที่อยู่ด้วยกันกับสามีของนาง นางต้องทนทำงานอย่างหนักไม่ว่าจะงานภายในบ้าน งานนอกบ้านก็ล้วนแต่เป็นนางที่คอยดูแลเอาใจใส่เสมอมา ถึงสามีจะทำให้นางลำบากใจโดยการรับภรรยาเข้ามาอีกคน

นางก็ต้องอดกลั้นกล้ำกลืนฝืนทน ด้วยความที่ตัวเองนั้นเป็นภรรยาเอกถึงจะน้อยใจอย่างไรก็ไม่เคยแสดงออกมาให้ได้เห็น แต่ตอนนี้นางรู้สึกสับสนและเสียใจมากจริง ๆ

นางจูงมือบุตรสาวเดินไปตามทางของจวน จนไปถึงห้องทำงานของนาง นางแทบจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องทำงานของนางเสียด้วยซ้ำ

“ชิวอี๋ ปิดประตู และเฝ้าอยู่ข้างนอกอย่าให้ใครเข้ามาได้”

“เจ้าค่ะฮูหยินใหญ่”ชิวอี๋รับคำ ก่อนจะปิดประตูตาม หลังจากที่ฮูหยินใหญ่และคุณหนูเข้าไปในห้องแล้ว

ชุนเหมยลีนั่งลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะเพ่งพินิจมองบุตรสาวตรงหน้าของตัวเอง ไม่ค่อยได้เห็นหน้าเจ้าตัวเล็กบ่อย ๆ จึงไม่รู้ว่านางโตขนาดนี้แล้ว

“เซียนเออร์ แม่ขอโทษเจ้าแล้ว แม่ไม่ดีเองจึงไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลเจ้าเท่าที่ควร”

ชุนเซียนเออร์ส่ายหัวน้อย ๆ ไปมา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านแม่จะทำอย่างไรต่อไปเจ้าคะ จะหย่าตามความต้องการของท่านพ่อหรือไม่”หนิงเซียนในร่างของชุนเซียนเออร์ถามแม่ของนาง

“อย่าลืมกดติดตามและกดหัวใจให้กับไรท์ด้วยนะ”

ตอนที่ 3

ชุนเหมยลีมองบุตรสาวที่อยู่ตรงหน้า แววตาฉายความโศกเศร้าเสียใจออกมาให้เห็น คิดไม่ถึงว่าบุตรสาวตัวน้อยจะถามคำถามนี้กับนาง

“แม่…แม่ก็ไม่รูู้จะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี”ชุนเหมยลีบอกกับบุตรสาวของตัวเอง พลางยกมือขึ้นมาวางตรงหน้าท้องน้อยของตัวเอง

ชุนเซียนเออร์ เฝ้ามองการกระทำของมารดาของตัวเองนางก็เดาได้ทันทีว่า มารดาของนางกำลังกังวลกับเรื่องอะไรอยู่ เพื่อให้มารดาของนางตัดสินใจได้

นางจึงถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก และเหลือแค่เพียงชุดชั้นในเท่านั้น

“ท่านแม่…ท่านเห็นสิ่งนี้หรือไม่?”ชุนเซียนถามท่านแม่ของนาง

ชุนเหมยลี มองร่างกายของบุตรสาวที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว เต็มร่างกาย นัยน์ตาพันแดงก่ำก่อนที่น้ำตาจะค่อย ๆ ไหลรินลงมาจากหางตา พร้อมกลับส่งเสียงสะอึกสะอื้น

“เซียนเออร์…แม่ขอโทษเจ้า ถ้าแม่ใส่ใจมากกว่านี้ ก็คงไม่มีใครกล้ามารังแกเจ้าได้”

“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะท่านแม่..ท่านแม่กำลังจะมีน้องใช่ไหมเจ้าคะ!”นางถามท่านแม่ของนาง และนางก็เข้าใจว่าท่านแม่กำลังกังวลกับเรื่องอะไรอยู่

ชุนเหมยลี ยังคงสองจิตสองใจ นางยังคงเป็นกังวลกับอนาคตของบุตรสาวของตัวเองและลูกของนางที่กำลังจะเกิดในอนาคตข้างหน้านี้

“ท่านแม่เป็นคนเก่ง ลูกเชื่อว่าพวกเราจะอยู่ด้วยกันได้ และถ้าในอนาคตท่านแม่ยังอยู่ในจวนแล้วให้กำเนิดบุตรชาย บุตรชายของท่านแม่ก็อาจจะโดนกระทำแบบนี้ด้วยก็ได้นะเจ้าคะ”

ชุนเซียนเออร์ ใช้มือจิ้มไปบริเวณแผลฟกช้ำที่หน้าท้องของนาง ก่อนจะ ซูดปากด้วยความเจ็บเพื่อเป็นการย้ำเตือนท่านแม่ของนาง

หนิงเซียนในร่างของชุนเซียนเออร์ก็ไม่อยากจะใช้วิธีนี้กับมารดาของนาง แต่ก็ต้องย้ำให้มารดาของนางได้รู้

“ท่านแม่…ในจวนหลังนี้ไม่มีใครอยู่ข้างเราเลยนะเจ้าคะท่านแม่”

ชุนเหมยลี มองลูกสาวตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้า และคิดทบทวนในสิ่งที่บุตรสาวของนางบอก นั่นสินะ เพื่อบุตรสาวหรือบุตรชายที่อยู่ในท้องของนางในอนาคต นางจะต้องเข้มแข็งขึ้น ในเมื่อที่นี่ไม่มีใครต้อนรับนาง นางก็ไม่ขออยู่ สู้ออกไปใช้ชีวิตกับลูก ๆ ของนางดีกว่า

เมื่อคิดได้แบบนั้นชุนเหมยลี ก็มองบุตรสาวด้วยความรัก บุตรสาวตัวน้อยของนางแลดูว่าจะรู้ความมากจริง ๆ ในเมื่อนางเป็นลูกของพ่อค้านางก็ไม่เคยกลัวความยากลำบาก และไม่ควรที่จะอายทำกิน

บุรุษผู้หนึ่งที่นางรักกับทำให้นางเศร้าเสียใจยิ่งนัก ดูถูกว่านางต่ำต้อย ด้อยค่าความรักของนาง เปลี่ยนไปเป็นคนละคนหลังจากที่อยู่กินกันมา 10 กว่าปี นี่สินะคือผลตอบแทนจากความรักที่นางพยายามทุ่มเทมาหลายปี

ชุนเหมยลี ร้องไห้แทบขาดใจทรุดลงตรงหน้าบุตรสาว นางกอดบุตรสาวของนางไว้ในอ้อมกอดและร้องไห้โฮออกมา

ชุนเซียนเออร์ กอดมารดาของนางไว้พลางยกมือน้อย ๆ ขึ้นตบที่หลังของมารดาของนางเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบประโลม รอจนกระทั่งเสียงร้องไห้เริ่มเงียบลงนานจึงพูดขึ้นว่า

“ท่านแม่เชื่อข้า ในอนาคตข้าจะทำให้ท่านไม่ต้องทำงานอะไรเลยเจ้าค่ะ…แค่ช่วยลูกสาวคนนี้นับเงินก็พอแล้วเจ้าค่ะ”ชุนเซียนเออร์บอกกับท่านแม่ของนางด้วยสีหน้าจริงจังที่ไม่เหมาะสมกับอายุของตัวเองจนทำให้ท่านแม่ของนางต้องหลุดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“จริงหรือ…เซียนเออร์น้อยของแม่ จะทำให้แม่สุขสบายจริง ๆ ใช่ไหม”นางยิ้มให้กับบุตรสาวของตัวเอง

“ท่านคอยดูข้า ท่านแม่”นางพูดพร้อมกับเอามือตบไปที่หน้าอกของตัวเอง ด้วยความมั่นใจ

แต่ชุนเหมยลี กับขบขันไปกับท่าทางเล็ก ๆ ที่หน้าเอ็นดูนั้น ของเจ้าตัวเล็กที่พยายามให้ความมั่นใจกับนางมากกว่า

“เข้าใจแล้ว…เข้าใจแล้ว แม่เชื่อเจ้า พรุ่งนี้ข้าจะหย่ากับพ่อของเจ้า”

“เจ้าค่ะท่านแม่”ชุนเซียน ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะบอกกับท่านแม่ของนางว่า “ท่านแม่เจ้าคะ ตอนที่ท่านแม่แต่งเข้ามาที่ตระกูลชุน ท่านแม่มีสินเดิมเท่าไหร่หรือเจ้าคะ”

นางถามท่านแม่ของนางด้วยแววตาเป็นประกาย ที่ปิดไม่มิดนางคาดว่า ท่านแม่ของนางมาจากตระกูลพ่อค้า น่าจะมีสินเดิมติดตัวมาไม่ใช่น้อย

เมื่อลูกสาวตัวน้อยตรงหน้าถามนางออกมา ชุนเหมยลีก็เพิ่งจะนึกได้ว่าสินเดิมที่พกติดตัวตอนแต่งเข้าตระกูลชุนนั้น ถูกใช้ไปจนแทบจะไม่เหลือแล้ว ยกเว้นแต่ที่ดินจำนวน 20 หมู่ที่อยู่ในหมู่บ้านหนานชิน

“แม่เกรงว่าสินเดิมจะถูกใช้ไปหมดแล้ว ยกเว้นที่ดินจำนวน 20 หมู่ในหมู่บ้านหนานชินเท่านั้น”นางบอกกับบุตรสาวของนาง

“ในเมื่อท่านพ่ออยากจะหย่ากับท่านแม่ ลูกแน่ใจว่าท่านแม่สามารถเรียกร้องเอาสินเดิมคืนจากท่านพ่อได้ หรือเงินจำนวนหนึ่ง”

ชุนเหมยลี พยักหน้าให้กับบุตรสาวของตัวเอง ใช่พรุ่งนี้นางจะต้องเรียกร้องเงินจำนวนหนึ่งคืนมาให้ได้ เพื่อบุตรสาวและลูกที่อยู่ในท้องของนางในอนาคต

“แม่เข้าใจแล้ว เจ้ากลับห้องของตัวเองไปนอนได้แล้ว”ชุนเหมยลี ลูบศีรษะของเด็กสาวตรงหน้าด้วยความรักก่อนจะช่วยนางจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วส่งนางออกจากห้องไป

ชุนเซียนออกจากห้องของท่านแม่ของนางก่อนจะกล่าวกับสาวใช้ที่อยู่ด้านนอก"ชิวอี้ เจ้าตามข้ามา"

“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่”สาวใช้รับคำก่อนจะเดินตามหลังคุณหนูใหญ่ของนางไป

ไม่นานนักชุนเซียนเออร์ ก็กลับมาถึงห้องของตัวเอง และปล่อยให้สาวใช้ข้างกายของนางไปทำงานของตัวเอง และกำชับว่าอย่าให้ใครเข้ามารบกวนนางจนกว่านางจะเรียก

หลังจากที่สาวใช้ออกไปจากห้องแล้ว ชุนเซียนเออร์ ก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงของตัวเอง ก่อนจะค่อย ๆ เดินลมปราณอย่างช้า ๆ

โชคดีที่ยุคที่นางได้ย้อนกลับมานั้นลมปราณบริสุทธิ์มีอยู่มากมายภายในอากาศ ซึ่งไม่เหมือนกับยุคที่นางจากมา การรวบรวมลมปราณเป็นไปได้ยากซึ่งต่างกับยุคนี้โดยสิ้นเชิง

ชุนเซียน ใช้เวลาในการรวบรวมลมปราณอยู่ 2 ชั่วยาม เสื้อผ้าทั้งตัวก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อของนาง

“ข้าบอกให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”

“ไม่ได้เจ้าค่ะ ฮูหยินรองคุณหนูสั่งไว้ว่าอย่าให้ใครเข้ามารบกวน..”เพี้ยะ! เสียฝ่ามือกระทบกับใบหน้าของนาง ชิวอี้ยกมือกุมหน้าของตัวเองก่อนที่จะคุกเข่าลง นางยังพูดไม่ทันจบก็โดนตีซะแล้ว

“เป็นแค่สาวใช้แต่กลับกล้ามาต่อปากต่อคำกับเจ้านาย ไม่รู้จักฐานนะของตัวเอง แม่นมเปิดประตู!”

“เจ้าค่ะฮูหยิน” แม่นมรับคำก่อนจะพลักประตูเข้าไปภายในห้อง

ชุนอี๋ถือวิสาสะก้าวเข้าไปภายในห้อง ก่อนจะเห็นนางเด็กหน้าตายนั่งอยู่บนเตียง นางพยักหน้าให้สาวใช้ของตัวเอง สาวใช้ผงกหัวอย่างรู้ความ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายหญิงของนางทำแบบนี้

ในตอนที่สาวใช้กำลังจะเดินเข้าไปกระชากแขนของชุนเซียนเออร์ลงมาจากเตียง จู่ๆ นางก็ลืมตาขึ้น และจ้องมองไปทางสาวใช้ด้วยสายตาเย็นยะเยือก

เมื่อสาวใช้สบกับดวงตาสีอำพันของนาง ก็ต้องหยุดชะงักลง รู้สึกราวกับว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้านางนั้นไม่เหมือนเดิม

“ยังไม่รีบลากนังเด็กหน้าตายลงมาอีก! ” ฮูหยินรองตะคอกสาวใช้ของตัวเอง

“มีอะไรหรือ ฮูหยินรอง”ชุนเซียนกล่าวพร้อมกับขยับตัวลงมาจากเตียง พลางมองสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างด้วยแววตาเฉยเมิย ก่อนจะหันไปมองฮูหยินรอง

นางไม่ใช่ชุนเซียนเออร์คนเดิมที่จะยอมอยู่เฉย ๆ ให้พวกนางมาข่มเหงรังแกกันได้นะ

“เหอะ! นางเด็กหน้าตาย ข้าก็คิดว่าคงนอนตายอยู่บนเตียงแล้วแท้ ๆ ที่ไหนได้ยังมีแรงลงจากเตียงแล้วเสนอหน้ามาที่ลานกว้างได้อีกนะ”ฮูหยินรองจ้องมองเด็กสาวตรงหน้านาง มุมปากกระตุกเพราะคำเรียกหา "ฮูหยินรอง"

“อย่าลืมกดติดตามและกดหัวใจให้กับไรท์ด้วยนะ”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...