โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใครว่าทำไม่ได้! แพทย์แนะนำ 3 อาหารอร่อย ได้กินของฟินๆ พร้อมช่วย "ลด" คอเลสเตอรอล

sanook.com

เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • Sanook
แพทย์แนะนำ 3 อาหาร

แพทย์แนะนำอาหาร 3 อย่างที่ควรทาน หากต้องการลดระดับคอเลสเตอรอลสูง สุขภาพดีแถมอร่อยด้วย!

ดร.ฮาซาน แพทย์วิสัญญีที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการด้านการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน ได้แบ่งปันอาหาร 3 ชนิดที่เขาแนะนำเพื่อช่วย “ย้อนกลับ” อาการคอเลสเตอรอลสูง

คอเลสเตอรอลสูง จะเกิดขึ้นเมื่อมีคอเลสเตอรอลมากเกินไปในเลือด ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ชี้ว่าผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีคอเลสเตอรอลสูง สามารถปรับปรุงพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ดีขึ้นได้

ดร. ฮาซาน แพทย์วิสัญญีที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการด้านการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน จากสหราชอาณาจักร ผู้เป็นเชี่ยวชาญด้านการดมยาสลบผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และเป็นที่รู้จักกันดีผ่านทาง TikTok ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 640,000 คน ได้เปิดเผยอาหาร 3 อย่าง ที่มักแนะนำให้กับคนไข้ รวมทั้งพ่อแม่ของตนเอง เพื่อช่วย “ย้อนกลับ” อาการคอเลสเตอรอลสูง

คอเลสเตอรอลส่วนเกิน อาจทำให้หลอดเลือดอุดตันและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง NHS ระบุว่า การมีสารขี้ผึ้งนี้มากเกินไปในกระแสเลือด ถือเป็นคอเลสเตอรอลสูง โดยจะถือว่าสูงอย่างเป็นทางการเมื่อระดับคอเลสเตอรอลถึง 5 มิลลิโมลต่อลิตร หรือมากกว่านั้น

มีหลายสาเหตุที่อาจทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงได้ บางอย่างควบคุมไม่ได้ แต่บางอย่างควบคุมได้ ได้แก่ ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ เช่น การทานอาหาร การไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ อย่างไรก็ตาม อายุ เพศ และเชื้อชาติ ก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ตามข้อมูลของ NHS บุคคลมีแนวโน้มที่จะมีระดับคอเลสเตอรอลสูง หากมีอายุมากกว่า 50 ปี, เป็นผู้ชาย, อยู่ในวัยหมดประจำเดือน หรือมีเชื้อสายเอเชียใต้หรือแอฟริกาใต้สะฮารา

ในคลิปวิดีโอ TikTok ดร. ฮาซานได้แชร์ว่า "คุณเคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีคอเลสเตอรอลสูงหรือไม่? ฉันอยากจะบอกคุณเกี่ยวกับอาหารสามอย่าง ที่ฉันแนะนำให้พ่อแม่และคนไข้ของฉันกิน เมื่อพวกเขาได้รับการวินิจฉัยว่ามีคอเลสเตอรอลสูง" โดย3 อาหารลดคอเลสเตอรอลสูง ที่คุณหมอแนะนำคือ

ข้าวโอ๊ต

การเพิ่มข้าวโอ๊ตลงในอาหารประจำวันนั้นทำได้ง่ายมาก ดร. ฮาซานกล่าวว่า "ข้าวโอ๊ตเป็นไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม ฉันกินมันทุกวัน ฉันบอกพ่อแม่และคนไข้ของฉันให้กินมันทุกวัน ฉันชอบผสมข้าวโอ๊ตในโปรตีนเชค แต่คุณสามารถกินมันได้ตามแบบที่คุณต้องการ" , “มันจะช่วยจับกรดน้ำดีซึ่งจะช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกายตามธรรมชาติ”

วิกตอเรีย เทย์เลอร์ นักโภชนาการของมูลนิธิ British Heart Foundation ก็เชื่อว่าข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นกัน ในเว็บไซต์ BHF เธอได้กล่าวไว้ว่า "ข้าวโอ๊ตทุกชนิดล้วนเป็นธัญพืชไม่ขัดสี และล้วนมีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ที่เรียกว่าเบต้ากลูแคน ซึ่งสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ หากคุณรับประทาน 3 กรัมหรือมากกว่านั้นทุกวัน เป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพ"

ถั่ว

ตามข้อมูลของ NHS ถั่วอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อหัวใจ เช่น โปรตีน ไฟเบอร์ สเตอรอลจากพืช วิตามินอีแมกนีเซียม โพแทสเซียม สังกะสี และทองแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถั่วมีไขมันไม่อิ่มตัวสูง ในขณะที่ไขมันอิ่มตัวต่ำ ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลได้เมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่หลากหลายและดีต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ดร. ฮัสซัน ยังสนับสนุนให้รวมถั่วเข้าไว้ในอาหารด้วย โดยระบุว่า “ฉันบอกพ่อแม่และคนไข้ของฉันเสมอว่าควรทานถั่วบางชนิด อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ล้วนมีสารอาหารและไฟเบอร์สูง และยังมีโปรตีนในปริมาณมากอีกด้วย”

เบอร์รี่

เบอร์รี่ไม่เพียงแต่มีรสหวานอร่อยและมีแคลอรี่ต่ำเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ซึ่งสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย ดร. ฮัสซัน เป็นผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันถึงคุณค่าทางโภชนาการของผลเบอร์รี่ โดยแนะนำว่า “ให้กินเบอร์รี่ให้หมด ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เบอร์รี่สีชมพู เบอร์รี่สีเขียว หรือเบอร์รี่สีม่วง ก็กินได้ทั้งนั้น”

อธิบายเพิ่มเติมว่า "ผลเบอร์รี่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ พวกมันช่วยลดปริมาณอนุมูลอิสระในร่างกาย อนุมูลอิสระเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งทำให้เกิดอาการหัวใจวายจากคอเลสเตอรอลที่ลอยอิสระในหลอดเลือดแดง นั่นหมายความว่า ก็จะช่วยลดโอกาสที่คอเลสเตอรอลลอยตัวที่อาจทำให้เกิดอาการหัวใจวายได้"

ท้ายที่สุด ตามรายงานของ Surrey Live ยืนยันว่า การมีนิสัยการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายสม่ำเสมอสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้ยาด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...