โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง “ชลิดา นครชัย” หนึ่งในพลังขับเคลื่อน เอไอเอ ยุคใหม่

ทันหุ้น

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 09.28 น.

#เอไอเอ #ทันหุ้น “เอไอเอ ยุคใหม่” เต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนจากทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง ที่พร้อมเดินชนกับปัจจัยท้าทายหลากหลายในธุรกิจ

และวันนี้ “ทันหุ้น” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “ชลิดา นครชัย” ซึ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดเอไอเอ ประเทศไทย ได้ไม่ถึง 1 ปีเต็ม ที่จะมาจะเผยถึงมุมมอง และกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะเข้ามาช่วยต่อยอดการเติบโตให้กับเอไอเอ

จริงๆ แล้ว “ชลิดา นครชัย” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดก็ไม่ได้เป็นมือใหม่ในธุรกิจประกันชีวิตสักทีเดียว

ชลิดา เข้ามา เอไอเอ ประเทศไทย ได้ราว 9 ปีแล้ว กับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่าย Digital ที่ดูแลงานด้านการตลาดดิจิทัล การตลาดลูกค้า โครงการเอไอเอเพรสทีจสำหรับลูกค้าสินทรัพย์สูง การหาพันธมิตรด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม และเทคโนโลยีการตลาด (MarTech) โดยที่ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่บริษัท TRUE

กล่าวได้ว่า ชลิดา ไม่ได้เดินมาทางสายตรงนักในธุรกิจประกันภัย แต่นั้นกลับเป็นสิ่งที่ เอไอเอ ต้องการ

ชลิดา บอกว่า เอไอเอ ต้องการมุมมองจากคนนอกธุรกิจประกัน เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความต้องการในผลิตภัณฑ์ และบริการที่มากกว่ามุมมองคนสายตรงที่โตมากับธุรกิจประกัน เพราะคนที่จบมาด้านนี้โดยตรงจะเข้าใจถึงหลักความเสี่ยงของประกันภัย ทำให้การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการจะอยู่ในกรอบ จนบางครั้งอาจเข้าไม่ถึงความต้องการของลูกค้าที่แท้จริงได้

แต่ไม่ได้หมายความว่าเอไอเอจะทำอะไรนอกกรอบที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงเสียทีเดียว หากแต่เป็นการแลกเปลี่ยนไอเดียเพื่อนำไปสู่การพัฒนา การปรับรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ ออกมาได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

อย่างไรก็ตามชลิดา บอกว่า เนื่องจากเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน และอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ กรอบการทำงานเบื้อต้นจึงเน้นไปที่การทำความเข้าใจกับทุกแผนกภายใต้ฝ่ายการตลาดก่อน จากนั้นจะดึงจุดแข็งของแต่ละแผนกมาเชื่อมโยงกัน เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดในส่วนต่างๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และบริการ

แต่กระนั้นสำหรับแผนงานในปี 2568 นี้ ก็ได้เตรียมการไว้แล้ว โดย ชลิดา กล่าวว่า ปีนี้ เอไอเอ เน้นเจาะฐานลูกค้าสินทรัพย์สูง (High Net Worth : HNW)ให้มากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของกำลังซื้อ เพราะฐานลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้รับผลกระทบภายใต้เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่

“ซึ่งการเจาะเข้าฐานลูกค้ากลุ่มนี้ เราต้องทำอะไรเยอะมาก ตั้งแต่การออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ เช่น ยูนิตลิงค์ที่มีเงินคืนระหว่างปี ซึ่งจะเห็นชัดในครึ่งหลังปีนี้ การเตรียมความพร้อมฝ่ายขาย เพื่อสามารถแนะนำและให้คำปรึกษากับลูกค้าทรัพย์สูงซึ่งที่มีต้องการเฉพาะด้าน และคาดหวังในเรื่องของการให้บริการ การปรับปรุงสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าโครงการ AIA Prestige Club ที่ไม่ได้เน้นแค่เรื่องของสุขภาพ แต่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการให้คำปรึกษาทางกฎหมายเป็นต้น”

ชลิดากล่าวว่า กลุ่มลูกค้า High Net Worth ไม่ได้ต้องการแค่เรื่องของความคุ้มครอง ดังนั้นตัวแทนฝ่ายขายจึงต้องมีความรู้รอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย การวางแผนภาษี การวางแผนส่งต่อมรดก การลงทุน เพื่อสามารถให้คำแนะนำ และคำปรึกษากับลูกค้ากลุ่มนี้ได้ ดังนั้นตัวแทนส่วนนี้ เอไอเอ จึงต้องมีการเทรนอบเริ่มเพื่อศักยภาพความรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มเข้าถึงลูกค้า High Net Worth

“และปีนี้ เอไอเอได้เปิดตัว โครงการ AIA Elite Advisor เพื่อยกระดับการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และตัวแทนประกันชีวิต ที่สามารถให้บริการ และดูแลลูกค้ากลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง (High Net Worth) โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีความซับซ้อนสูง เพราะช่วยในเรื่องของการวางแผนความมั่งคั่ง การวางแผนส่งต่อมรดกให้ลูกหลาน รวมถึงลูกค้าที่มีธุรกิจ และต้องการบริหารจัดการด้านทรัพย์สิน หนี้สิน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขายดีก็จะอยู่ในกลุ่ม Legacy Prestige”

ชลิดา บอกว่า เอไอเอ เตรียมแผนสนับสนุนฝ่ายขายลูกค้า High Net Worth ด้วยสำหรับฝ่ายขายที่อาจยังอธิบายไม่เก่ง หรืออยู่ในช่วงตั้งไข่ เอไอเอก็ให้ฝ่ายขายเชิญลูกค้ามาฟังการอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญของเอไอเอไปพร้อมๆ กันซึ่งก็จะทำให้ลูกค้าเป้าหมายมีความเข้าใจ และเห็นภาพที่ชัดขึ้น

ปัจจุบัน เอไอเอ ให้การดูแลลูกค้ากว่า 5 ล้านคน มีลูกค้า High Net Worth ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ผ่านโครงการ AIA Prestige Club มากกว่า 1 แสนคน ซึ่งลูกค้าที่จะเข้าโครงการดังกล่าวจะมีเงื่อนไขคือจ่ายเบี้ยประกัน 2.5 แสนบาทต่อปีขึ้นไป หรือซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่ม Prestige ของเอไอเอ

อย่างไรก็ตาม แม้ปีนี้เอไอเอ จะเน้นลูกค้า High Net Worthแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่สนลูกค้าทั่วไป ซึ่ง ชลิดา ย้ำว่า เอไอเอ ยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้านี้ และยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการเพื่อมอบประสบการณที่ดี เรียกว่ายังคงมุ่งดูแลลูกค้าทุกๆ กลุ่ม

ขณะเดียวกัน เอไอเอยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งในแบรนด์ เพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ชลิดา มองว่า แม้แบรนด์ เอไอเอ จะแข็งแกร่งมาก สะท้อนจากการครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของธุรกิจประกันชีวิต แต่ยังต้องสร้างการรับรู้ในแบรนด์

โดยเน้นความมีส่วนร่วมในประสบการณ์ดีดีกับลูกค้าผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น โครงการ AIA One Billion เพราะเอไอเอ อยากให้ลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ มีการทำกิจกรรมร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน

โจทย์ในธุรกิจประกันชีวิตเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงกฎเกณฑ์ใหม่ๆ แต่ เอไอเอ ยังคงติดเครื่องเดินหน้าสร้างการเติบโต ภายใต้ทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ ไฟแรง ที่พร้อมต่อยอดและรักษาความเป็นเบอร์ 1 ต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...