โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์อ่อนค่า แม้เงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.พ. 2568 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568 เวลา 11.53 น.

ดอลลาร์อ่อนค่า แม้เงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด ล่าสุดดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ขณะที่นักลงทุนยังจับตามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลสหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (13/2) ที่ระดับ 33.96/98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (11/2) ที่ระดับ 34.05/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 107.939 แม้ว่ากระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวสูงขึ้นเกินคาดในเดือน ม.ค. ซึ่งเปิดเผยว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือน ม.ค.เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.9% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.9% ในเดือน ธ.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.2% ในเดือน ธ.ค. นักลงทุนจับตาตามมาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลสหรัฐ

ล่าสุดมีรายงานว่าทีมที่ปรึกษาด้านการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งสรุปแผนการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับทุกประเทศที่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ซึ่งการใช้มาตรการทางภาษีของสหรัฐอาจยังเป็นปัจจัยกดดันให้เงินเฟ้อของสหรัฐอ่อนตัวลงได้ยาก

อีกทั้งดัชนี CPI ที่สูงเกินคาดถือเป็นการตอกย้ำการส่งสัญญาณล่าสุดของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดที่กล่าวว่า เฟดไม่จำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ โดยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันอังคาร ก่อนที่จะกล่าวต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรช่วงค่ำวานนี้

นายพาวเวลล์กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับตลาดแรงงาน ขณะที่เงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลง แต่ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เฟดไม่ต้องรีบผ่อนคลายนโยบายการเงิน ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 93.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือน มี.ค.

ด้านปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (13/2) นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า จากผลสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน ม.ค. 2568” มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 109 แห่ง พบว่าปีนี้ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่กังวลปัจจัย “เศรษฐกิจโลกชะลอตัว” โดยอาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยมากที่สุด

นอกเหนือจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแล้ว ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ยังระบุถึงปัจจัยที่กระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทย รองลงมาคือ ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าแรง ราคาพลังงาน วัตถุดิบ และการแข่งขันด้านราคาระหว่างธุรกิจโรงแรมที่รุนแรงขึ้น กดดันต่อการขยายตัวของรายได้ และกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่าคาดการณ์อีกด้วย

นอกจากนี้ ตลาดยังคงความกังวลว่าไทยอาจถูกเก็บภาษีจากสหรัฐ เนื่องจากมีการเกินดุลสหรัฐในลำดับต้น ๆ ทั้งนี้ระหว่างวันการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 33.81-34.03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.80/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (13/2) ที่ระดับ 1.0394/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (10/2) ที่ระดับ 1.0318/19 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

โดยวันนี้ (13/2) นักลงทุนกำลังรอการเปิดเผยข้อมูล GDP ของสหราชอาณาจักรสำหรับเดือน ธ.ค. รวมถึงตัวเลขเบื้องต้นของไตรมาส 4 และข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการผลิตเดือน ธ.ค. ซึ่งจะให้ภาพรวมเศรษฐกิจของอังกฤษในวันนี้ (13/2) เมแกน กรีน ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) กล่าวว่า ควรใช้แนวทางที่ระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไปในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจยังคงอยู่

ทั้งนี้ BOE ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2568 ลงครึ่งหนึ่งท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจทั่วโลก ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0381-1.0439 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0416/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ส่วนค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (13/2) ที่ระดับ 154.44/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (11/2) ที่ระดับ 151.97/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าบริเวณกรอบล่าง 154 เยนในการซื้อขายเช้านี้ที่ตลาดโตเกียว หลังสหรัฐรายงานที่เปิดเผยในวันนี้ (13/2) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อภาคการผลิตรายปีของญี่ปุ่นในเดือน ม.ค. 2568 พุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.2% นับเป็นการเร่งตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูง พร้อมทั้งตอกย้ำการคาดการณ์ของตลาดที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเร็ว ๆ วันนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ข้อมูลดังกล่าวได้เผยแพร่ออกมาภายหลังจากที่คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้ส่งสัญญาณเตือนเมื่อวันพุธ (12 ก.พ.) ว่า การที่ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชน สะท้อนให้เห็นว่า BOJ กำลังจับตามองความเสี่ยงที่ราคาสินค้าอาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 153.93-154.66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 153.94/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ของสหรัฐ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (13/2), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ม.ค. (13/2), ยอดค้าปลีกเดือน ม.ค. (14/2), ตัวเลขนำเข้าและส่งออกเดือน ม.ค. (14/2), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ม.ค. (14/2), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน ธ.ค. (14/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -5.70/-5.65 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.15/-3.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์อ่อนค่า แม้เงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...