โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วันแรงงานปี’68 คึกคัก แห่ท่องเที่ยว-ซื้อของเพิ่ม ดันเงินสะพัด 2.1 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 08.04 น.
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย

ม.หอการค้าฯคาด “วันแรงงาน” ปี’68 คึกคักกว่าปีที่แล้วถึง 49.6% พบพฤติกรรมท่องเที่ยวช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ซื้อของเพิ่ม ใช้จ่ายเฉลี่ยรายละ 1,790 บาท ดันเม็ดเงินสะพัด 2,185 ล้านบาท

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจแรงงานไทยทั่วประเทศจำนวน 1,250 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 19-25 เมษายน 2568

แรงงานกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุว่า ในปี 2568 นี้ บรรยากาศวันแรงงานจะคึกคักมากกว่าปี 2567 อยู่ที่ 49.6% ส่งผลให้มีมูลค่าการใช้จ่ายในวันแรงงานปีนี้อยู่ที่ 2,185 ล้านบาท ขยายตัว 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งปี 2567 มีมูลค่าการใช้จ่ายอยู่ที่ 2,117 ล้านบาท

โดยกิจกรรมในช่วงวันหยุดแรงงานของแรงงานกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไปซื้อของ 46.4% ทานอาหารนอกบ้าน 27.3% ใช้จ่ายเฉลี่ย 1,790.72 บาท เพิ่มขึ้น 62.9% ท่องเที่ยว 13.9% ใช้จ่ายเฉลี่ย 3,890.31 บาท เพิ่มขึ้น 63% และพักผ่อนอยู่บ้าน 31.9% ส่งผลให้มีการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดแรงงานเฉลี่ย 2,890 บาทต่อราย ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายในภาพรวมของปี 2568 ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 29.9%

รศ.ดร.ธนวรรธน์กล่าวต่อไปว่า ปีนี้สถานการณ์มีความใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และคาดว่าจะมีความคึกคักมากกว่าปี 2567 ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ทรัมป์ 2.0 ยังไม่ส่งผลกระทบทางตรงต่อระบบเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้ จากตัวเลขมูลค่าการใช้จ่ายที่มากขึ้น 29.9% ประกอบกับปริมาณจำนวนการซื้อที่เพิ่มขึ้น 32.2% แสดงให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานดีขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม ต่อเนื่องไปจนถึงวันอาทิตย์ ทำให้มีเวลาสำหรับการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายมากขึ้น

“ปีนี้วันแรงงานคึกคัก คาดว่าจะมีเงินสะพัด 2,185 ล้านบาท ขยายตัว 3.2% เทียบกับปีที่แล้วที่ขยายตัว 2.4% แรงงานมีการผ่อนคลายทางการเงิน มีวันหยุดที่มากขึ้น”

สำหรับสถานการณ์ของแรงงานไทยในปีนี้เริ่มดีขึ้น จากพฤติกรรมที่มีเก็บออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน 38.6% มีการใช้จ่ายเท่ากับรายได้ที่รับถึง 52.1% และใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้ที่รับ 25.5% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงงานมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สอดคล้องกับการชำระหนี้ต่อเดือนในปี 2568 ลดลงจากปีก่อนที่ 9,295.56 บาท เหลือ 8,407.55 บาท

ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีมาตรการแปลงหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ระบบมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ทำให้กลุ่มตัวอย่างนำเงินส่วนดังกล่าวไปชำระหนี้ รวมถึงมาตรการคุณสู้ เราช่วยจะมีส่วนในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสถานภาพแรงงานที่ดีขึ้น

“กลุ่มตัวอย่างมีการผ่อนชำระที่ลดน้อยลง ตัวเลขการออมก็มีสัดส่วนที่สูงขึ้นจาก 33.8% ในปีที่แล้วมาเป็น 38.6% แสดงว่าแรงงานมีการระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย ไม่ได้ก่อหนี้เพิ่ม แต่ประคับประคองไว้ เรายังมองไม่เห็นความน่ากังวลของการสำรวจเลย” รศ.ดร.ธนวรรธน์กล่าว

รศ.ดร.ธนวรรธน์กล่าวอีกด้วยว่า คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ได้มีการประชุมมาแล้ว 2 รอบ ในเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากที่ประชุมมีความเห็นต่างกัน จึงให้จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมและจัดประชุมใหม่ในเดือนพฤษภาคม

รัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่่า 400 บาททั่วประเทศ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทั่วประเทศ เนื่องจากเกิด Trade War ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

หากขึ้นค่าแรงทั้งประเทศจะกระทบผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งในช่วงเมษายน 2567 ได้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท ใน 10 จังหวัดนำร่อง ซึ่งเป็นเพียงบางเขตพื้นที่และบางจังหวัดเท่านั้น

ประกอบด้วย กรุงเทพฯ (เขตปทุมวัน/วัฒนา) กระบี่ (เขต อ.อ่าวนาง) ชลบุรี (เขตพัทยา) เชียงใหม่ (เขตเทศบาลนครเชียงใหม่) ประจวบคีรีขันธ์ (เขตหัวหิน) พังงา (เขตเทศบาลคึกคัก) ภูเก็ต ระยอง (เขตบ้านเพ) สงขลา (เขตหาดใหญ่) สุราษฎร์ธานี (เขตเกาะสมุย) กลุ่มกิจการโรงแรม 4 ดาวขึ้นไป และมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป และมกราคม 2568 ในอีก 4 จังหวัด 1 อำเภอ (ภูเก็ต, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง และเกาะสมุย)

“รัฐบาลอยากให้วันที่ 1 พฤษภาคมมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท แต่ยังสรุปไม่ได้ น่าจะมาจากคณะกรรมการไตรภาคียังไม่ได้ข้อสรุป ขณะเดียวกันนโยบายทรัมป์ 2.0 ที่มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าและมีการเลื่อนออกไป 90 วัน รวมถึงการส่งมอบสินค้าในอัตราภาษีที่ไม่ถูกตอบโต้นั้น ผู้ประกอบการเองยังไม่มีความมั่นใจว่าทรัมป์ 2.0 จะส่งผลกระทบกับไทยอย่างไรในอนาคต” รศ.ดร.ธนวรรธน์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วันแรงงานปี’68 คึกคัก แห่ท่องเที่ยว-ซื้อของเพิ่ม ดันเงินสะพัด 2.1 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...