โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ 7 หมื่นล้านวิกฤต จีนสวมสิทธิตั้ง รง. ‘ทรัมป์’ เก็บภาษี 799%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 เม.ย. 2568 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2568 เวลา 00.48 น.

จีนสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้าพ่นพิษ สหรัฐเรียกเก็บภาษีตอบโต้โซลาร์เซลล์ที่อ้างแหล่งกำเนิดจากประเทศไทย 799% ปิดประตูส่งออกไปสหรัฐ ตลาดสำคัญอันดับหนึ่ง พร้อมเปิดชื่อ 3 บริษัทถูกสหรัฐกล่าวหา ขณะที่สมาคมอุตฯเซลล์แสงอาทิตย์ยืนยัน บริษัทส่งออกโซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่เป็นโรงงานประกอบชิ้นส่วนจีนทั้งสิ้น ด้านรัฐบาลถกปมสินค้าต้นทุนต่ำด้อยคุณภาพสวมสิทธิส่งออก สั่งเข้มงวดออก FORM C/O สกัดสินค้า 49 รายการ หวังใช้เจรจาแก้ถูกเก็บภาษีตอบโต้

ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ประกาศผลการพิจารณาขั้นสุดท้าย (Final Subsidy Rate) ที่จะเรียกเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุน (AD-CVD) สินค้าแผงโซลาร์เซลล์แสงอาทิตย์ (Crystalline Photovoltaic Cells) ปรากฏแผงโซลาร์เซลล์ที่ส่งออกจากประเทศไทย 3 บริษัทถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราสูงถึง 799.55% ส่วนบริษัทอื่นถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 263.74% ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่สูงมาก รองจากกัมพูชา ที่ถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ 3,403.96% จะมีผลหลังวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ส่งผลให้การส่งออกแผงโซลาร์เซลล์จากไทยเข้าไปจำหน่ายในสหรัฐหลังวันที่ 9 มิถุนายนจะหยุดชะงักลงทันที และเป็นที่แน่นอนว่าไทยจะสูญเสียตลาดส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ในสหรัฐ ที่มีสัดส่วนการส่งออกระหว่าง 67-98%

3 บริษัทถูกเก็บภาษี 799%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ออกประกาศผลการสอบสวนขั้นสุดท้าย เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา จากข้อร้องเรียนของ American Alliance for Solar Manufacturing Trade Committee ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัท First Solar Inc (Tempe AZ), บริษัท Hanwha Q CELLS USA Inc (Dalton GA) และบริษัท Mission Solar Energy LLC (San Antonio TX) ในข้อกล่าวหาที่ว่า ประเทศกัมพูชา-มาเลเซีย-เวียดนาม และประเทศไทย ทุ่มตลาดแผงโซลาร์ราคาถูกเข้าไปจำหน่ายในตลาดสหรัฐ สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมผลิตแผงโซลาร์เซลล์สหรัฐ โดยแผงโซลาร์เหล่านี้ บริษัทผู้ส่งออกทั้ง 23 บริษัทจากทั้ง 4 ประเทศต่างได้รับการอุดหนุนจากจีนและนับเป็นครั้งแรกที่ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ใช้กรณีการอุดหนุนข้ามชาติจากประเทศที่สาม มาใช้สอบสวนการอุดหนุน (CVD) ด้วย

สำหรับบริษัทที่ระบุแห่งกำเนิดสินค้าจากประเทศไทยทั้ง 3 บริษัทที่ถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้สูงถึง 799.55% จะได้แก่ บริษัท Sunshine Electrical Energy, บริษัท Taihua New Energy (Thailand) Co.Ltd. และบริษัท Trina Solar Science & Technology (Thailand) Ltd. ส่วนบริษัทอื่น ๆ จะถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ 263.74% ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่สูง รองลงมาจากกัมพูชา ที่ถูกเรียกเก็บภาษีระหว่าง 534.67-3,403.96%, เวียดนาม 124.57-542.64% และมาเลเซีย 32.49-168.80% โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า บริษัทผู้ผลิตส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน หรือร่วมทุนกับจีน

สหรัฐตลาดหลักโซลาร์เซลล์ไทย

ส่วนตลาดส่งออกแผงโซลาร์เซลล์จากไทยในปี 2567 พิกัด HS 8541.42 โซลาร์เซลล์ที่ยังไม่ได้ประกอบเป็นแผง ไทยส่งออกไปยังสหรัฐเป็นอันดับ 1 ในสัดส่วน 67.66% คิดเป็นมูลค่า 506.29 ล้านเหรียญ รองลงมาได้แก่ ตลาดอินเดีย สัดส่วน 18.76% คิดเป็นมูลค่า 140.38 ล้านเหรียญ และเวียดนาม สัดส่วน 9.80% คิดเป็นมูลค่า 73.33 ล้านเหรียญ ส่วนการส่งออกในพิกัด HS 8541.43 โซลาร์เซลล์ที่ประกอบเป็นแผงแล้ว ไทยส่งออกไปยังตลาดสหรัฐเป็นอันดับ 1 เช่นกัน ในสัดส่วน 98.03% คิดเป็นมูลค่า 1,891.73 ล้านเหรียญ รองลงมาได้แก่ ตลาดไต้หวัน สัดส่วน 0.97% มูลค่า 18.75 ล้านเหรียญ และ เปอร์โตริโก สัดส่วน 0.41% มูลค่า 7.96 ล้านเหรียญ

ขณะที่แหล่งนำเข้าโซลาร์เซลล์ที่ยังไม่ได้ประกอบเป็นแผง (HTSUS 8541.42.0010) ในปี 2567 ของสหรัฐ อันดับ 1 ได้แก่ เกาหลีใต้ สัดส่วน 32.67% มูลค่า 582.53 ล้านเหรียญ, มาเลเซีย สัดส่วน 32.19% มูลค่า 573.87 ล้านเหรียญ และไทย สัดส่วน 18.78% มูลค่า 334.80 ล้านเหรียญ ส่วนโซลาร์เซลล์ที่ประกอบเป็นแผงแล้ว (HTSUS 8541.43.0010) ของสหรัฐ ในปี 2567 อันดับ 1 ได้แก่ เวียดนาม สัดส่วน 38.88% มูลค่า 4,467.66 ล้านเหรียญ รองลงมาได้แก่ ไทย สัดส่วน 24.05% มูลค่า 2,765.21 ล้านเหรียญ และกัมพูชา สัดส่วน 11.10% มูลค่า 1,276.15 ล้านเหรียญ

“จากตัวเลขการส่งออกโซลาร์เซลล์ทั้งแบบประกอบและยังไม่ประกอบเป็นแผงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดสหรัฐที่ไทยส่งออกไปในปี 2567 คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2,398.02 ล้านเหรียญ จัดเป็นประเทศในลำดับต้น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่งออกโซลาร์เซลล์เข้าไปจำหน่ายในสหรัฐ ดังนั้นการถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้จากเหตุผลที่ว่า ถูกสวมแหล่งกำเนิดและได้รับเงินอุดหนุนจากจีน มีผลทำให้ไทยสูญเสียตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดไปทันที ขณะที่รัฐบาลไทยเองก็ทราบดีว่า โซลาร์เซลล์แสงอาทิตย์ในพิกัด HS 8501-8507-8541 ใน 3 พิกัดนี้ได้ถูกจัดลำดับเป็น 1 ในสินค้า 49 รายการไว้ในบัญชีเฝ้าระวังการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าในการส่งออกไปยังสหรัฐ มาตั้งแต่ปี 2566 แล้ว แต่ก็ยังมีบริษัทจีนสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้าส่งเข้าไปจำหน่ายในตลาดสหรัฐอยู่ดี” แหล่งข่าวกล่าว

จีนสวมสิทธิตั้ง รง.โซลาร์เซลล์

ด้าน นายซัพมนต์ จันทรพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซุปเปอร์ เอเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการ สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย กล่าวว่า ธุรกิจโซลาร์เซลล์ในไทย เราแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ใช้แผงในประเทศ และผู้ผลิตแผง ซึ่งผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่เป็น “บริษัทจีน” ที่มาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม (โซนภาคตะวันออก) โดยหลักโรงงานจีนเหล่านี้ไม่ได้เป็น Purely Production แต่จะเป็นในลักษณะส่งเอาชิ้นส่วนเซลล์แสงอาทิตย์ หรือแผ่น Wafer ต่าง ๆ นำมาประกอบต่อตามกระบวนการผลิตในไทย เพื่อ “สวมสิทธิ” แหล่งกำเนิดสินค้าไทยให้สามารถส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ-ยุโรป โดยการเลี่ยงหรือส่งออกตรงจากจีน ซึ่งเท่าที่ทราบโรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้ผลิตเพื่อขายแผงโซลาร์ในไทย แต่ผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลัก

“บริษัทจีนก็มีเจตนาหลบเลี่ยงหนีกำแพงภาษีอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตั้งแต่รัฐบาลของโจ ไบเดน และทรัมป์ 0.1 สหรัฐก็มีการกีดกันโซลาร์จากจีนด้วยการตั้งกำแพงภาษีอยู่แล้ว เมื่อมีการบังคับใช้กำแพงภาษีที่ทรัมป์กำหนดไว้สูงขนาดนี้ เชื่อว่าโรงงานเหล่านี้จะได้รับผลกระทบทันที ส่วนผู้ใช้งานโซลาร์โดยตรงหรือในแง่ของการใช้งานในประเทศ (Local Conjunction ) เช่น ติดบนหลังคาบ้าน หลังคาห้างสรรพสินค้า เพื่อการประหยัดไฟฟ้านั้น ผู้ติดตั้งส่วนใหญ่ก็สั่งแผงโซลาร์จากจีนอยู่ดี ซึ่งฝั่งนี้จึงได้รับผลกระทบน้อยหรืออาจจะได้รับผลดีมากกว่า เนื่องจากกำลังการผลิตของโรงงานจีนในไทยและโรงงานจีนในจีนกำลังมีปัญหากับกำแพงภาษีทรัมป์ จึงทำให้ราคาแผงโซลาร์เสถียรมากขึ้น รวมไปถึงในส่วนของชิ้นส่วนโซลาร์ อุปกรณ์อื่น เช่น ตัวยึดจับหลังคา อุปกรณ์พวกนี้จะผลิตจากจีนเป็นส่วนใหญ่ เมื่อรายใหญ่ส่วนใหญ่เป็นจีน แน่นอนว่าในแถบเอเชียที่มีข้อตกลงการค้าเสรี FTA กับจีนก็สะดวกมากขึ้น ทำให้ประเทศแถบอาเซียนจะซื้อจากจีนเป็นหลัก และเชื่อว่า Solar Inverter ที่เป็นแบรนด์ต้น ๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมก็มาจากจีนแทบทั้งหมด เช่น huawei, sunglow” นายซัพมนต์กล่าว

อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ทั้งโลกที่มาจากจีน จะถูกซื้อโดยสหรัฐ ซึ่งในช่วงไตรมาส 1-2 ของปี ราคาของแผงโซลาร์เซลล์จะขยับขึ้นลงตามดีมานด์ของสหรัฐ เมื่อหมดช่วงหิมะ โครงการแสงอาทิตย์ก็จะเริ่มสร้างในช่วงเวลานี้ ทำให้ดีมานด์อยู่ในโซนตะวันตก จีนก็จะขยับราคาขึ้น แต่ปลายปีราคาจะลง ไทยก็จะได้รับผลดีตั้งแต่ไตรมาส 4 เพราะคำสั่งซื้อจากยุโรป สหรัฐจะหยุดก่อสร้าง เราจะได้ราคาแผงโซลาร์เซลล์ที่ต่ำลงมาด้วย

นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีตอบโต้โซลาร์เซลล์จะส่งผลกระทบต่อโรงงานผู้ผลิตส่งออกในไทยแน่ เนื่องจากการส่งออกต้องพึ่งพาตลาดสหรัฐเป็นตลาดหลัก แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันดีว่าโรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นโรงงานจีนที่เข้ามาใช้สิทธิแหล่งกำเนิดสินค้าไทยเพื่อหลบเลี่ยงกำแพงภาษีสหรัฐ ดังนั้นทางออกทางเดียวก็คือ เมื่อส่งเข้าไปสหรัฐไม่ได้ก็ต้องหาตลาดใหม่มาทดแทน ส่วนไทยเองก็จะต้องเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าในการแอบอ้างสิทธิถิ่นกำเนิด ซึ่งกำลังจะเป็นประเด็นใหญ่ในการแก้ปัญหาที่ไทยถูกสหรัฐเก็บภาษีตอบโต้จะมีผลในอีก 90 วันข้างหน้าด้วย

รัฐบาลถกปมสวมสิทธิ

ด้าน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกันแถลงผลการประชุมหารือการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยที่ประชุมได้หารือกันถึง 1) กรณีสินค้าที่ทะลักเข้าประเทศไทยอย่างมากในระดับที่เรียกว่า “เป็นชิ้นและเข้ามาพร้อมขาย” ทั้งมีคุณภาพและด้อยคุณภาพ โดยเรื่องนี้จะต้องดำเนินการอย่างไร 2) การพูดคุยกันร้านค้าโดยเฉพาะภาคบริการ ที่เข้ามาในรูปแบบของ “นอมินี” จะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งมอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดูแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

โดยสินค้าที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว มีบางส่วนอยู่ในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายต่อ บางส่วนนำเข้ามาแปรรูปและส่งไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่สหรัฐจับตาอยู่ว่า สินค้าเหล่านี้เป็นของไทยจริงหรือไม่ โดยจะตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น “เราต้องมีมาตรการดูสินค้าจากต้นทางได้รับการอุดหนุนช่วยเหลือจากต้นทาง ทำให้ราคาถูกและไม่ได้คุณภาพ เมื่อก่อนใช้เวลาตรวจนาน แต่ในระยะสั้นจะมีช่องทางรับเรื่องและเข้าตรวจสอบทันที โดยร่วมกับองค์การอาหารและยา (อย.) ถ้าอธิบายไม่ได้ว่า ทำไมต้นทุนถึงราคาถูก ถ้าไม่ได้คุณภาพ จะยกยกเลิกทันที โดยไม่ต้องรอผู้ที่มาร้องเรียน ส่วนสินค้าทางออนไลน์ที่นำเข้ามาเก็บพักไว้และส่งต่อจำหน่ายอยู่ในแพลตฟอร์ม เช่น Temu หรือแพลตฟอร์มอื่น จะเข้าไปตรวจสอบว่าถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ บางอันไม่มีฉลากหรือไม่มีใบรับรองมาตรฐาน เรามีสิทธิแจ้งเจ้าของแพลตฟอร์มให้ดึงออกจากระบบการขายทันที ไม่ให้โชว์หรือจำหน่าย ดังนั้นไม่ว่าเจ้าของแพลตฟอร์มถ้าอยากจะขายสินค้าในไทย ต้องจดทะเบียนในประเทศไทย และเป็นคนกลางที่เชื่อมระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อในไทย เพื่อทำให้ทุกอย่างเข้าที่ทั้งหมดนี้ เป็นมาตรการที่เร่งทำในระยะอันสั้น” นายพิชัยกล่าว

ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องสินค้าสวมสิทธิแหล่งกำเนิดที่ผ่านไทยออกไป และบางส่วนนำมาแปรรูปตบแต่งก่อนส่งออกซึ่งอาจไม่ได้คุณภาพ จะต้องมาดูวิธีการเฝ้าระวังว่าประเทศที่นำส่งไปปลายทางมีปัญหาอย่างไร และมาตรการนี้ได้รับการตอบรับที่พึงพอใจ เช่น สหรัฐจับตาดูสินค้านี้อยู่ว่า เป็นสินค้าสวมสิทธิหรือไม่ ซึ่งไทยมี Watch List ประมาณ 49 ชนิด และส่งมาเพิ่ม 16 ชนิด ที่ขอให้เราช่วยดู โดยสอบถามสหรัฐว่า มาตรฐานสินค้าที่ไม่ถือว่าสวมสิทธิคืออะไร ถ้าเรารู้จากเขาว่าสินค้าแบบไหนที่ไม่ถือว่าเป็นการสวมสิทธิ เราก็จะมาตรวจว่าเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ โดยเราจะตรวจคัดทั้งโรงงาน กระบวนการผลิต รวมถึงการใช้วัตถุดิบ Local Content ว่าเป็นอย่างไร และที่สำคัญคือ ต้องมีใบรับรอง Certificate of Origin : C/O ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ สภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้าฯ ที่จะสามารถออกใบรับรองทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ กล่าวว่า สินค้าที่ด้อยคุณภาพได้ดำเนินคดีไปกว่า 29,000 คดี และจะทำให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาเรื่องนอมินีจับกุมแล้ว 852 บริษัท ทุนจดทะเบียน 15,188 ล้านบาท ยืนยันเราให้ความสำคัญและดำเนินการต่อ ปัจจุบันมีบริษัทกว่า 49,000 บริษัท ที่มีต่างชาติถือหุ้น เราจะเข้าไปตรวจสอบในเรื่องพวกนี้ว่ามีนอมินีจริงหรือไม่ และจะแก้ไขต่อไป

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ในฐานะประธานคณะทำงานนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ออกใบรับรองหนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า (Certificate of Origin : C/O) หรือฟอร์ม (FORM) ซึ่งเป็นเอกสารที่กรมออกให้ผู้ส่งออกเพื่อแสดงว่า สินค้ามีถิ่นกําเนิดในประเทศไทย และผลิตได้ถูกต้องตามกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า ทั้งนี้ ขบวนการออกใบรับรอง จะมีการตรวจสอบตั้งแต่โรงงาน ต้นทุน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งจะมีการหารือกับศุลกากรสหรัฐ ที่อยู่ประจำประเทศไทย เบื้องต้นก็ได้มีการหารือมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี แต่ก็ยังมีหลายประเด็นที่ยังให้ความกังวล แต่ก็พร้อมที่จะติดตามดูแลในรายการสินค้าที่มีการส่งออกจากประเทศไทยเป็นพิเศษมากขึ้น

ขณะที่ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รัฐบาลต้องเข้ามามีส่วนในการแก้ไขปัญหาไม่ให้ไทยเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่สวมสิทธิในการส่งออก เพราะตรงนี้นี่เองที่ทำให้สหรัฐใช้มาตรการสกัดสินค้าที่ผลิตโดย “กลุ่มบริษัทจีน แต่เข้ามาตั้งบริษัทในไทย” ซึ่งไทยจะต้องเพิ่มการใช้ Local Content ในสินค้าไทยมากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ 7 หมื่นล้านวิกฤต จีนสวมสิทธิตั้ง รง. ‘ทรัมป์’ เก็บภาษี 799%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...