โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิงคโปร์จ่อพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ ‘นายกฯ สิงคโปร์’ ชี้แค่พลังงานหมุนเวียนไม่เพียงพอ ต่อการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

The Structure

อัพเดต 02 มี.ค. 2568 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • The Structure

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) รายงานถึงแผนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ของสิงคโปร์ในอนาคต โดยลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวถึงแผนการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในประเทศและจะดำเนินการเพิ่มเติมอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านพลังงานของสิงคโปร์ ในระหว่างการประกาศแผนงบประมาณรายจ่ายปี 2568 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา

ซึ่งแผนการศึกษาในครั้งนี้นั้น มุ่งเน้นไปที่การสร้างเครื่องปฏิกรณ์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors :SMRs) ซึ่งสิงคโปร์ได้ลงนามข้อตกลงกับสหรัฐฯ และกำลังเจรจากับประเทศอื่นๆ เพื่อความร่วมมือด้านนิวเคลียร์เพื่อพลเรือน

ซึ่งเครื่องปฎิกรณ์แบบ SMRs นั้นมีข้อได้เปรียบอย่างขนาดที่มีความกะทัดรัดสามารถประกอบและติดตั้งในโรงงานในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูงได้ และกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณหนึ่งในสามของเครื่องปฏิกรณ์แบบเดิม

ทั้งนี้นายกฯ สิงคโปร์เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาขีดความสามารถในการประเมินทางเลือกด้านพลังงาน และพิจารณาว่าเทคโนโลยีนิวเคลียร์จะสามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยและคุ้มต้นทุนหรือไม่ ซึ่งขีดความสามารถนี้ยังสำคัญต่อมาตรการความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ เนื่องจากภูมิภาคนี้ให้ความสนใจในพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น

รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดสรรเงินทุนเพิ่มอีก 5,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์(ราว 1.27 แสนล้านบาท) ให้กับกองทุนพลังงานอนาคตที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนความพยายามในการรักษาพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าพลังงานไฟฟ้า ไฮโดรเจน หรือพลังงานนิวเคลียร์

ซึ่งนายกฯ สิงคโปร์ระบุว่า รัฐบาลฯ จำเป็นต้อง”ลงทุนครั้งใหญ่” ในโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์(AI) เซมิคอนดักเตอร์ ชีวเภสัชภัณฑ์ อุตสาหกรรมเหล่านี้ล้วนมีความต้องการพลังงานสูง

ดังนั้น การเพิ่มแหล่งพลังงานสะอาดไม่เพียงช่วยตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ไปพร้อมกันการขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาดจึงถือเป็นความจำเป็นระดับชาติ

ทั้งนี้ สิงคโปร์ยังไม่ได้ตัดสินใจใช้พลังงานนิวเคลียร์ แต่เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน พลังงานนิวเคลียร์จึงเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำต่างๆ ที่รัฐบาลฯ กำลังพิจารณาอยู่

โดยมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงอย่างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ราคาที่เอื้อมถึง และปริมาณการปล่อยคาร์บอน ทางเลือกด้านพลังงานของสิงคโปร์มีข้อจำกัด เนื่องจากประเทศไม่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติหรือพื้นที่เพียงพอสำหรับพลังงานน้ำ พลังงานลม หรือพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานในประเทศ

นอกจากนี้ รัฐบาลฯ ได้ดำเนินมาตรการระยะสั้นเพื่อให้โครงสร้างพลังงานของประเทศเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นผ่านการนำเข้าไฟฟ้าคาร์บอนต่ำจากประเทศในภูมิภาค สิงคโปร์ได้ลงนามข้อตกลงกับอินโดนีเซีย กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อนำเข้าไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ 5.6 กิกะวัตต์ภายในปี 2578

และคาดว่าไฟฟ้าสีเขียวส่วนใหญ่จะมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำ และลม ภายใต้โครงการนำร่องที่ขยายเพิ่มขึ้นในปี 2567 สิงคโปร์กำลังนำเข้าไฟฟ้าพลังงานน้ำจากลาวผ่านไทยและมาเลเซีย ในช่วงปลายปี 2567 มีรายงานว่าอุปทานพลังงานเพิ่มเติมมาจากมาเลเซีย ทำให้การนำเข้าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก100 เมกะวัตต์ เป็น 200 เมกะวัตต์

ปัจจุบัน ระบบไฟฟ้าของมาเลเซียยังคงพึ่งพาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ แต่ภายในปี 2578 สิงคโปร์จะสามารถตอบสนองความต้องการไฟฟ้าประมาณหนึ่งในสามผ่านการนำเข้า

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลฯ ได้ประเมินศักยภาพของไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่เมื่อถูกเผาไหม้ อย่างไรก็ตาม ไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำยังคงมีข้อจำกัดในด้านความท้าทายในการผลิต การจัดเก็บ และการขนส่ง ซึ่งทำให้การขยายขนาดเพื่อการค้าเป็นไปได้ยาก

DITP ให้ข้อเสนอแนะว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาพลังงานสะอาดจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย ซึ่งสามารถช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลได้อย่างมาก และส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถมีบทบาทสำคัญในตลาดพลังงานไฟฟ้าภูมิภาคได้ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อการส่งออกไปยังสิงคโปร์ ซึ่งหากไทยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด ไทยก็สามารถเป็นผู้นำในตลาดพลังงานไฟฟ้าภูมิภาคได้

อ่านรายงานฉบับเต็มของ DITP – https://www.ditp.go.th/post/196999

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...