โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อีฎิ้ลลฟิตริ 2569" เทศกาลแห่งความสุข หลังถือศีลอดเดือน "รอมฎอน"

SpringNews

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เดือนรอมฎอน 2569หรือเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอาหรับ สำหรับ พ.ศ.2569 ทางสำนักจุฬาราชมนตรีกำหนดให้มุสลิมทั่วประเทศ "ถือศีลอด" ตลอดทั้งเดือน โดยจะเริ่มถือศีลอดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งในปีนี้ตรงกับ วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ และจะสิ้นสุดในวันที่ 29 หรือ 30 ของการถือศีลอด ขึ้นอยู่กับการมองเห็นดวงจันทร์ของเดือนใหม่

การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนถูกกำหนดให้เป็น 1 ในหลักปฏิบัติ 5 ประการของศาสนาอิสลาม เดือนนี้ชาวมุสลิมถือศีลอดในช่วงเวลากลางวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำโดยไม่ดื่มน้ำและอาหารล่วงหล่นผ่านลำคอลงไปเลย หากผู้นั้นเป็นมุสลิม ไม่ว่าหญิงหรือชาย ยกเว้นคนเสียจริต ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ที่กำลังเดินทาง คนชรา ผู้เยาว์ หญิงซึ่งกำลังตั้งครรภ์ หญิงผู้กำลังให้นมบุตร ผู้ป่วยเบาหวาน หญิงที่กำลังมีประจำเดือน

ในช่วงค่ำวันที่ 29 ของเดือนรอมฎอนซึ่งปีนี้จะตรงกับวันที่ 19 มี.ค. 69 ชาวมุสลิมก็จะรอฟังประกาศจากทางสำนักจุฬาราชมนตรี หากมองดวงจันทร์เห็นก็ถือว่า วันรุ่งขึ้น (20 มี.ค.) เป็นเดือนใหม่ แต่ถ้ามองไม่เห็นก็เท่ากับว่ารอมฎอนมี 30 วัน มุสลิมต้องถือศีลอดต่อไปอีก 1 วัน เมื่อสิ้นสุดรอมฎอน วันรุ่งขึ้นก็จะเข้าสู่วันแห่งการการเฉลิมฉลอง หรือที่เรียกว่าวัน "วันอีฎิ้ลฟิตริ"

ในรอบ 1 ปี ชาวมุสลิม จะมีวันสำคัญ 2 วัน

  • วันอีฎิ้ลอัฏฮา ตรงกับวันที่ 10 เดือน ซุลฮิจญะห หรือตรงกับเดือน 12 ของปฏิทินอิสลาม
  • วันอีฎิ้ลฟิตริ ตรงกับ วันที่ 1 ของเดือนเซาวาล ตามปฏิทินอิสลาม

สำนักจุฬาราชมนตรี ประกาศวันดูดวงจันทร์ 19 มี.ค. 2569

สำนักจุฬาราชมนตรี ประกาศเรื่อง การดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล หรือวันอีฎิ้ลฟิตริ ฮิจเราะห์ศักราช 1447 ระบุว่า

เพื่อให้การกำหนดวันที่ 1 เดือนเชาวาล (วันอีดิ้ลฟิตริ) ฮิจเราะห์ศักราช 1447 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2569 เวลา
หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า

หากในวันและเวลาดังกล่าวมีผู้เห็นดวงจันทร์โปรดแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เพื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะได้ตรวจสอบและรายงานผลการดูดวงจันทร์ดังกล่าวมายังจุฬาราชมนตรี เพื่อออกประกาศแจ้งให้พี่น้องมุสลิมได้ทราบโดยทั่วกันต่อไป

ไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์

สำนักจุฬาราชมนตรี ได้ออกประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่องกำหนดวันที่ 1 ของเดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) ฮิจเราะห์ศักราช 1447 ตรงกับวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2569

ทั้งนี้จากที่ได้ประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) ฮิจเราะห์ศักราช 1447 ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้านั้น ปรากฎว่า ไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า วันที่ 1 ของเดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) ฮิจเราะห์ศักราช 1447 ตรงกับวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569

วันอีฎิ้ลฟิตริ คืออะไร สำคัญกับชาวมุสลิมอย่างไร

วันอีฎิ้ลฟิตริ ตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งเป็นวันออกบวชหลังจากได้ถือศีลอดมา 1 เดือน นิยมเรียกวันนี้ว่า “วันออกบวช” หรือ “รายอปอซอ“ หรือ “รายอฟิตเราะห์” ในวันอีฎิ้ลฟิตริ เป็นวันแรกของการออกจากเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิม เป็นวันแห่งรางวัล และการตอบแทนสำหรับผู้ผ่านการทดสอบประจำปีในเดือนรอมฎอนด้วยการบังคับตัวเอง จากการลด ละ การกินดื่ม กิเลสตัณหา และได้ละหมาดตะรอวีหฺเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มตลอดค่ำคืนของเดือนรอมฎอน

ฮารีรายอ เป็นวันสำคัญของชาวมุสลิมทั่วโลก ถือเป็นวันรื่นเริงประจำปี เทศกาลแห่งความสุข หลายคนเดินทางกลับภูมิลำเนา ร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยพร้อมเพรียงกัน พบปะสังสรรค์กับเพื่อน ญาติ เพื่อขออภัย (มะอัฟ) ซึ่งกันและกัน

การปฏิบัติตัวในวัน "อีฎิ้ลฟิตริ"

  • ในวันอีฎิ้ลฟิตริ มุสลิมทุกคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำการอาบน้ำสุนัต และไปละหมาดอีฎิ้ลฟิตริที่มัสยิดประจำหมู่บ้าน
  • ชาวมุสลิมนิยมใส่เสื้อผ้าของใหม่ๆ สะอาด สวยงาม มีกลิ่นหอม
  • บางคนก็จะมีการบริจาคซากาตฟิตเราะห์ (ทำทาน)
  • วันอีฎิ้ลฟิตริถือได้ว่ามุสลิมทุกคนมีความรื่นเริง สนุกสนาน เพราะในวันนี้ได้ไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง ไปเคารพผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และทำความสะอาดสุสาน
  • นำขนมไปแจกจ่ายให้กับเด็กๆ เพื่อนบ้าน เลี้ยงอาหารคนในหมู่บ้าน

ชาวมุสลิมจะตื่นนอนแต่เช้าตรู โดยเฉพาะผู้หญิงจะเป็นผู้ตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาดสวยงามเป็นพิเศษ จัดเตรียมอาหาร ขนมต่างๆ ไว้ต้อนรับเพื่อน ญาติพี่น้อง และแขกที่มาเยี่ยมเยียน ทุกคนต้องปฏิบัติบริจาคซากาตฟิตเราะห์ก่อนที่จะไปละหมาดในวันอีฎิ้ลฟิตริ สิ่งของที่ใช้ในการบริจาคจะใช้สิ่งของที่บริโภคเป็นอาหารหลัก

การอาบน้ำในวันฮารีรายอ เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จ จะอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด เรียกว่าอาบน้ำสุนัต กำหนดเวลาอาบตั้งแต่เที่ยงคืนเริ่มต้นวันฮารีรายอ จนถึงพระอาทิตย์ตก แต่เวลาที่ดีที่สุดและเป็นที่นิยมอาบน้ำสุนัต คือเมื่อแสงอรุณขึ้นขอบฟ้าในวันฮารีรายอ ในขณะอาบน้ำสุนัตทุกคนจะต้องกล่าวดุอาอฺ เป็นการขอพร

พิธีการที่สำคัญในวัน "อีฎิ้ลฟิตริ"

  • การประกอบพิธีกรรม ชาวมุสลิมทุกคนจะเดินทางไปละหมาดที่มัสยิด
  • การปฏิบัติตนเมื่อเดินทางถึงมัสยิด ทุกคนจะอาบน้ำละหมาด จากนั้นจึงเข้าไปในมัสยิด ทำการละหมาด ตะฮีญะตุลมัสยิด 2 รอกาอัต
  • มีการแบ่งแยกผญิงชาย โดยใช้ม่านกั้นกลาง เสร็จแล้วจัดแถวนั่งรอฟังโต๊ะอิหม่าม ซึ่งเป็นผู้นำในการทำพิธีละหมาด
  • การละหมาด จะมีโต๊ะอีหม่ามเป็นผู้นำละหมาดจำนวน 2 รอกาอัต
  • หลังจากละหมาดเสร็จแล้ว มุสลิมทุกคนจะนั่งฟังอีหม่ามกล่าวคุฏบะ (คำอบรม) เพื่อแนะแนวทางชีวิตด้านความศรัทธาที่กระตุ้นเตือนให้ปฏิบัติแต่ความดีละเว้นความชั่ว และปฏิบัติตามแนวทางของอิสลาม เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
  • ขณะนั่งฟังนั้นทุกคนจะอยู่ในความสำรวม สงบนิ่ง ตั้งใจฟัง ไม่พูดจาใดๆ ทั้งสิ้น
  • เมื่ออีหม่ามอ่านคุฏบะฮจบแล้ว อีหม่ามจะขอพรจากพระอัลลอฮ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และบรรดามุสลิมที่มาร่วมประกอบพิธีกรรม จะมีการขออภัยต่อกันโดยผู้น้อยจะเข้าไปขออภัยผู้อาวุโสกว่า

สำหรับบรรยากาศในเทศกาลฮารีรายอ เต็มไปด้วยความอบอุ่นมีความสุขที่สุด บรรดาลูกจะขออภัยต่อพ่อแม่ มีการแสดงออกด้วยการสวมกอด การจูบมือ การหอมแก้มทั้งสองของพ่อแม่ เป็นการแสดงความรัก ลูกหลานที่อยู่ต่างภูมิลำเนาต่างเดินทางกลับบ้าน เมื่อมาขออภัยและอวยพรให้พ่อแม่ บรรยากาศทุกครัวเรือนจะมีความอบอุ่นไปด้วยบรรดาลูก ๆ หลาน ๆ กลับบ้านโดยพร้อมเพรียงกัน

ที่มา : สำนักจุฬาราชมนตรี , สำนักหอสมุดกลาง ม.รามคำแหง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...