"อีฎิ้ลลฟิตริ 2569" เทศกาลแห่งความสุข หลังถือศีลอดเดือน "รอมฎอน"
เดือนรอมฎอน 2569หรือเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอาหรับ สำหรับ พ.ศ.2569 ทางสำนักจุฬาราชมนตรีกำหนดให้มุสลิมทั่วประเทศ "ถือศีลอด" ตลอดทั้งเดือน โดยจะเริ่มถือศีลอดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งในปีนี้ตรงกับ วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ และจะสิ้นสุดในวันที่ 29 หรือ 30 ของการถือศีลอด ขึ้นอยู่กับการมองเห็นดวงจันทร์ของเดือนใหม่
การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนถูกกำหนดให้เป็น 1 ในหลักปฏิบัติ 5 ประการของศาสนาอิสลาม เดือนนี้ชาวมุสลิมถือศีลอดในช่วงเวลากลางวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำโดยไม่ดื่มน้ำและอาหารล่วงหล่นผ่านลำคอลงไปเลย หากผู้นั้นเป็นมุสลิม ไม่ว่าหญิงหรือชาย ยกเว้นคนเสียจริต ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ที่กำลังเดินทาง คนชรา ผู้เยาว์ หญิงซึ่งกำลังตั้งครรภ์ หญิงผู้กำลังให้นมบุตร ผู้ป่วยเบาหวาน หญิงที่กำลังมีประจำเดือน
ในช่วงค่ำวันที่ 29 ของเดือนรอมฎอนซึ่งปีนี้จะตรงกับวันที่ 19 มี.ค. 69 ชาวมุสลิมก็จะรอฟังประกาศจากทางสำนักจุฬาราชมนตรี หากมองดวงจันทร์เห็นก็ถือว่า วันรุ่งขึ้น (20 มี.ค.) เป็นเดือนใหม่ แต่ถ้ามองไม่เห็นก็เท่ากับว่ารอมฎอนมี 30 วัน มุสลิมต้องถือศีลอดต่อไปอีก 1 วัน เมื่อสิ้นสุดรอมฎอน วันรุ่งขึ้นก็จะเข้าสู่วันแห่งการการเฉลิมฉลอง หรือที่เรียกว่าวัน "วันอีฎิ้ลฟิตริ"
ในรอบ 1 ปี ชาวมุสลิม จะมีวันสำคัญ 2 วัน
- วันอีฎิ้ลอัฏฮา ตรงกับวันที่ 10 เดือน ซุลฮิจญะห หรือตรงกับเดือน 12 ของปฏิทินอิสลาม
- วันอีฎิ้ลฟิตริ ตรงกับ วันที่ 1 ของเดือนเซาวาล ตามปฏิทินอิสลาม
สำนักจุฬาราชมนตรี ประกาศวันดูดวงจันทร์ 19 มี.ค. 2569
สำนักจุฬาราชมนตรี ประกาศเรื่อง การดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล หรือวันอีฎิ้ลฟิตริ ฮิจเราะห์ศักราช 1447 ระบุว่า
เพื่อให้การกำหนดวันที่ 1 เดือนเชาวาล (วันอีดิ้ลฟิตริ) ฮิจเราะห์ศักราช 1447 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2569 เวลา
หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
หากในวันและเวลาดังกล่าวมีผู้เห็นดวงจันทร์โปรดแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เพื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะได้ตรวจสอบและรายงานผลการดูดวงจันทร์ดังกล่าวมายังจุฬาราชมนตรี เพื่อออกประกาศแจ้งให้พี่น้องมุสลิมได้ทราบโดยทั่วกันต่อไป
ไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์
สำนักจุฬาราชมนตรี ได้ออกประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่องกำหนดวันที่ 1 ของเดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) ฮิจเราะห์ศักราช 1447 ตรงกับวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2569
ทั้งนี้จากที่ได้ประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) ฮิจเราะห์ศักราช 1447 ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้านั้น ปรากฎว่า ไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า วันที่ 1 ของเดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) ฮิจเราะห์ศักราช 1447 ตรงกับวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569
วันอีฎิ้ลฟิตริ คืออะไร สำคัญกับชาวมุสลิมอย่างไร
วันอีฎิ้ลฟิตริ ตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งเป็นวันออกบวชหลังจากได้ถือศีลอดมา 1 เดือน นิยมเรียกวันนี้ว่า “วันออกบวช” หรือ “รายอปอซอ“ หรือ “รายอฟิตเราะห์” ในวันอีฎิ้ลฟิตริ เป็นวันแรกของการออกจากเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิม เป็นวันแห่งรางวัล และการตอบแทนสำหรับผู้ผ่านการทดสอบประจำปีในเดือนรอมฎอนด้วยการบังคับตัวเอง จากการลด ละ การกินดื่ม กิเลสตัณหา และได้ละหมาดตะรอวีหฺเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มตลอดค่ำคืนของเดือนรอมฎอน
ฮารีรายอ เป็นวันสำคัญของชาวมุสลิมทั่วโลก ถือเป็นวันรื่นเริงประจำปี เทศกาลแห่งความสุข หลายคนเดินทางกลับภูมิลำเนา ร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยพร้อมเพรียงกัน พบปะสังสรรค์กับเพื่อน ญาติ เพื่อขออภัย (มะอัฟ) ซึ่งกันและกัน
การปฏิบัติตัวในวัน "อีฎิ้ลฟิตริ"
- ในวันอีฎิ้ลฟิตริ มุสลิมทุกคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำการอาบน้ำสุนัต และไปละหมาดอีฎิ้ลฟิตริที่มัสยิดประจำหมู่บ้าน
- ชาวมุสลิมนิยมใส่เสื้อผ้าของใหม่ๆ สะอาด สวยงาม มีกลิ่นหอม
- บางคนก็จะมีการบริจาคซากาตฟิตเราะห์ (ทำทาน)
- วันอีฎิ้ลฟิตริถือได้ว่ามุสลิมทุกคนมีความรื่นเริง สนุกสนาน เพราะในวันนี้ได้ไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง ไปเคารพผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และทำความสะอาดสุสาน
- นำขนมไปแจกจ่ายให้กับเด็กๆ เพื่อนบ้าน เลี้ยงอาหารคนในหมู่บ้าน
ชาวมุสลิมจะตื่นนอนแต่เช้าตรู โดยเฉพาะผู้หญิงจะเป็นผู้ตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาดสวยงามเป็นพิเศษ จัดเตรียมอาหาร ขนมต่างๆ ไว้ต้อนรับเพื่อน ญาติพี่น้อง และแขกที่มาเยี่ยมเยียน ทุกคนต้องปฏิบัติบริจาคซากาตฟิตเราะห์ก่อนที่จะไปละหมาดในวันอีฎิ้ลฟิตริ สิ่งของที่ใช้ในการบริจาคจะใช้สิ่งของที่บริโภคเป็นอาหารหลัก
การอาบน้ำในวันฮารีรายอ เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จ จะอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด เรียกว่าอาบน้ำสุนัต กำหนดเวลาอาบตั้งแต่เที่ยงคืนเริ่มต้นวันฮารีรายอ จนถึงพระอาทิตย์ตก แต่เวลาที่ดีที่สุดและเป็นที่นิยมอาบน้ำสุนัต คือเมื่อแสงอรุณขึ้นขอบฟ้าในวันฮารีรายอ ในขณะอาบน้ำสุนัตทุกคนจะต้องกล่าวดุอาอฺ เป็นการขอพร
พิธีการที่สำคัญในวัน "อีฎิ้ลฟิตริ"
- การประกอบพิธีกรรม ชาวมุสลิมทุกคนจะเดินทางไปละหมาดที่มัสยิด
- การปฏิบัติตนเมื่อเดินทางถึงมัสยิด ทุกคนจะอาบน้ำละหมาด จากนั้นจึงเข้าไปในมัสยิด ทำการละหมาด ตะฮีญะตุลมัสยิด 2 รอกาอัต
- มีการแบ่งแยกผญิงชาย โดยใช้ม่านกั้นกลาง เสร็จแล้วจัดแถวนั่งรอฟังโต๊ะอิหม่าม ซึ่งเป็นผู้นำในการทำพิธีละหมาด
- การละหมาด จะมีโต๊ะอีหม่ามเป็นผู้นำละหมาดจำนวน 2 รอกาอัต
- หลังจากละหมาดเสร็จแล้ว มุสลิมทุกคนจะนั่งฟังอีหม่ามกล่าวคุฏบะ (คำอบรม) เพื่อแนะแนวทางชีวิตด้านความศรัทธาที่กระตุ้นเตือนให้ปฏิบัติแต่ความดีละเว้นความชั่ว และปฏิบัติตามแนวทางของอิสลาม เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
- ขณะนั่งฟังนั้นทุกคนจะอยู่ในความสำรวม สงบนิ่ง ตั้งใจฟัง ไม่พูดจาใดๆ ทั้งสิ้น
- เมื่ออีหม่ามอ่านคุฏบะฮจบแล้ว อีหม่ามจะขอพรจากพระอัลลอฮ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และบรรดามุสลิมที่มาร่วมประกอบพิธีกรรม จะมีการขออภัยต่อกันโดยผู้น้อยจะเข้าไปขออภัยผู้อาวุโสกว่า
สำหรับบรรยากาศในเทศกาลฮารีรายอ เต็มไปด้วยความอบอุ่นมีความสุขที่สุด บรรดาลูกจะขออภัยต่อพ่อแม่ มีการแสดงออกด้วยการสวมกอด การจูบมือ การหอมแก้มทั้งสองของพ่อแม่ เป็นการแสดงความรัก ลูกหลานที่อยู่ต่างภูมิลำเนาต่างเดินทางกลับบ้าน เมื่อมาขออภัยและอวยพรให้พ่อแม่ บรรยากาศทุกครัวเรือนจะมีความอบอุ่นไปด้วยบรรดาลูก ๆ หลาน ๆ กลับบ้านโดยพร้อมเพรียงกัน
ที่มา : สำนักจุฬาราชมนตรี , สำนักหอสมุดกลาง ม.รามคำแหง