โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สถานีคิดเลขที่ 12 : การเมืองไทยแบบ‘Glass Onion’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ก.พ. 2566 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2566 เวลา 02.33 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : การเมืองไทยแบบ‘Glass Onion’

ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ยิ่งนึกถึงหนังฝรั่งแนวสืบสวนสอบสวนเรื่อง“Glass Onion: A Knives Out Mystery” ที่ได้ดูทางเน็ตฟลิกซ์เมื่อช่วงต้นปี

นอกจากเปรียบเปรยว่า การสืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรมเพื่อค้นหาตัวคนร้ายตัวจริง นั้นเปรียบเสมือนการค่อยๆ ปอกเปลือกหอมหัวใหญ่จากชั้นนอกสุดลงไปสู่ใจกลางชั้นในแล้ว

ประเด็นหลักอีกประการของหนังเรื่องนี้ก็คือ การสื่อสารว่า ในการประเมินบุคคลคนหนึ่ง เราต้องมองเขาให้ทะลุผ่านเปลือกกระพี้ใสกลวงตรงชั้นนอกๆ แล้วพยายามสืบค้นจนเจอแก่นสาร-แก่นแท้ภายใน เพื่อจะได้รู้ชัดว่าเขาเป็นคนอย่างไร

กระบวนการเลือกสรรพรรคการเมืองก็ไม่ต่างอะไรกับการปอกเปลือกหอมหัวใหญ่

นั่นคือกระบวนการไล่พิจารณาคุณสมบัติของพรรคการเมือง-นักการเมืองไปจนถึงแกนกลาง-แก่นสารด้านในสุด

โดยขึ้นอยู่กับว่าประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในปี 2566 จะมอง ประเมิน หรือคาดหวัง ถึงแก่นแท้ใจกลางดังกล่าวเอาไว้อย่างไร?

แก่นสารแท้ๆ ข้างในที่พวกเขาอยากมองเห็นอย่างประจักษ์แจ้ง ภายหลังการตัดหั่นเปลือกกระพี้นานัปการออกไปแล้ว คืออะไรกันแน่?

แน่นอนว่า ประชาชนแต่ละคนแต่ละกลุ่มมีแนวโน้มจะคิดเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน

ยิ่งกว่านั้น บริบท-ยุคสมัยก็ส่งผลต่อกระบวนการประเมินค่า คือ บางเวลา แก่นสารหลักทางการเมืองอาจถูกปกคลุมห่อหุ้มด้วยค่านิยมทางสังคมรูปแบบหนึ่ง แต่บางเวลา แก่นสารที่ว่าก็อาจถูกกระตุ้นเร้า-ผลักดันด้วยบรรทัดฐานใหม่ๆ อื่นๆ

ณ ปัจจุบัน ดูเหมือนพรรคการเมืองต่างๆ จะประเมินสถานการณ์ข้างต้นผ่านความเชื่อสองแบบ

แบบแรก คือ การประเมินว่าแก่นแกนของพรรคการเมืองที่ประชาชนกำลังมองหา นั้นวนเวียนอยู่ตรงเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง

ขึ้นอยู่กับว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคจะออกแบบแก่นสารดังกล่าวอย่างไร ท่ามกลางทางเลือกหลากหลายวิธี ตั้งแต่การแจกเงินกันแบบดื้อๆ นโยบายสวัสดิการที่ยั่งยืนกว่า การคิดเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างจริงจัง ตลอดจนการโชว์วิสัยทัศน์เรื่องแผนกระตุ้น-ฟื้นฟู-เดินหน้าเศรษฐกิจในระดับมหภาค

แบบที่สอง คือ การประเมินว่า อย่างไรเสีย การเลือกตั้งกลางทศวรรษ 2560 ก็ยังจะเป็นการสำรวจตรวจสอบจุดยืนทางการเมืองของบรรดานักการเมืองอย่างเข้มข้นจริงจัง

หากเชื่อเช่นนี้ คำถามแรกที่นักการเมือง-พรรคการเมืองควรตอบให้ชัด ก็คือ คุณจะยืนอยู่ตรงจุดไหนในสังคมการเมืองไทย? จะยืนอยู่ใน “ฝ่ายประชาธิปไตย/ก้าวหน้า” หรือยืนอยู่กับ “ฝ่ายเผด็จการ/อนุรักษนิยม”

ถ้าเลือกยืนตรงตำแหน่งแห่งที่ “ฝ่ายประชาธิปไตย/ก้าวหน้า” ก็หมายความว่า คุณต้องไม่จับมือกับพรรคการเมืองที่นำโดยอดีตหัวหน้าหรือผู้นำคณะรัฐประหารอย่างเด็ดขาด

คำถามต่อมาที่เริ่มทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ นักการเมือง-พรรคการเมืองมีจุดยืนอย่างไรต่อกระบวนการยุติธรรมที่ถูกคนในสังคมจำนวนไม่น้อยมองว่า “ไม่เที่ยงตรง”? พวกเขามีจุดยืนอย่างไรต่อกฎหมายที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าสร้างผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ ม.116?

โดยส่วนตัว มองว่าไปๆ มาๆ การแข่งขันกันเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องนั้น อาจเป็นเพียงกระบวนการปอกเปลือกหัวหอมชั้นนอกๆ ที่ถกเถียงกันได้เรื่อยๆ และมี “มรรควิธี” หลายแบบให้เลือกใช้

ทว่า ปัญหาเรื่องจุดยืนทางด้านการเมืองและกระบวนการยุติธรรมนี่สิ ที่อาจเป็นประเด็น “แก่นสาร-ใจกลาง” ที่ต้องการคำตอบเรียบง่าย คมชัด ทำนอง“ใช่หรือไม่ใช่” “เอาหรือ ไม่เอา” แต่กลับพูดอธิบายแจกแจงลงรายละเอียดได้ยาก

แน่นอนว่า นี่คือชุดคำถามที่นักการเมืองระดับแคนดิเดตนายกฯ กำลังจะถูกคาดคั้นจากบรรดานักสัมภาษณ์ในอีกไม่กี่เดือน-สัปดาห์ข้างหน้า

เป็นคำถามที่ “ตอบให้ดี” ได้ไม่ง่าย หรือคงถูกสบประมาทไม่น้อย ถ้า “เลี่ยงจะไม่ตอบ”

ปราปต์ บุนปาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...