โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

4 นวัตกรรมเด่น ผลงานวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 21 ธ.ค. 2565 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 3 เปิดให้บริการความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรี (ทล.บ.) มาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี อยู่ภายใต้การบริหารงานของ คุณวิทยา ตั่นยืนยง ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี เดินหน้าจัดการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพให้มีคุณภาพมาตรฐาน สนองความต้องการของชุมชนและตลาดแรงงาน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ผลิตกำลังคน กับสถานประกอบการ องค์กรวิชาชีพ ทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างผู้ประกอบการใหม่ให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างมีคุณภาพ ส่งเสริมการวิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อการประกอบอาชีพ โดยผลิตกำลังคนด้านวิชาชีพสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โลชั่นบำรุงผิว สูตรน้ำมันเมล็ดยางพารา

ในยุคโควิด 2019 หลายคนมีปัญหาสภาพผิว โดยเฉพาะผิวบริเวณมือที่เกิดการแห้งกร้านเนื่องจากล้างมือบ่อยและใช้แอลกอฮอล์เจลหลายๆ ครั้งใน 1 วัน ทำให้มือเป็นขุยแห้งและขาดความชุ่มชื้น วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีจึงได้นำเมล็ดยางพาราซึ่งเป็นวัตถุดิบเหลือทิ้งในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ในรูปแบบ “ครีมบำรุงผิวมือจากน้ำมันเมล็ดยางพารา” ในรูปแบบเจลเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น โดยใช้กรรมวิธีการสกัดที่ไม่ทำลายสารสำคัญ

น้ำมันเมล็ดยางพารามีกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง คือ linoleic, linolenic และ oleic acid ในปริมาณสูง กรดไขมันทั้งสองชนิดนี้ มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ต่อต้านการอักเสบ นอกจากนี้ มีการวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพของน้ำมันเมล็ดยางพาราพบว่า น้ำมันเมล็ดยางพารามีค่า saponification value อยู่ที่ประมาณ 180-190 mgKOH/g ใกล้เคียงกับค่าของน้ำมันพืชโดยทั่วไป แสดงให้เห็นว่าน้ำมันเมล็ดยางพารามีคุณสมบัติเหมาะสมที่สามารถพัฒนาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่และแชมพูต่อไปได้

ผู้วิจัยยังศึกษาฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระของน้ำมันเมล็ดยางพาราพบว่า มีค่าอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับ standard รวมถึงทดสอบความเป็นพิษของน้ำมันเมล็ดยางพาราต่อเซลล์ human dermal skin fibroblast พบว่า มีความปลอดภัยต่อเซลล์ดังกล่าว ทำให้สามารถนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้ จึงเป็นที่มาของโครงการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวมือจากน้ำมันเมล็ดยางพารา โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมตามแนวคิดสะเต็มศึกษา ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาผิวมือได้และยังสามารถต่อยอดขยายผลในเชิงพาณิชย์สู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่มีมูลค่าได้

เมื่อต้องการใช้งาน แค่หยดครีมลงบนฝ่ามือและนวดครีมให้ทั่วผิวมือ จะช่วยทำให้ผิวมือสดใสและชุ่มชื้น วิธีเก็บรักษา แค่หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ร้อน ชื้น หรือใกล้บริเวณสารเคมี ครีมบำรุงผิวมือจากน้ำมันเมล็ดยางพารา R-PARA ขนาด 50 กรัม จำหน่ายในราคา 59 บาท ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทร. 087-295-9644

น้ำพริกลูกหยีแห้ง

วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี ได้พัฒนาสูตรจากน้ำพริกแห้ง ด้วยการนำ “ลูกหยี” ซึ่งเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นประจำจังหวัดปัตตานี โดดเด่นในเรื่องคุณภาพและรสชาติแบบไทยแท้ ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิตและยกระดับคุณภาพด้านผลิตภัณฑ์ ทำให้น้ำพริกลูกหยีแห้งสามารถคงรสชาติที่ได้มาตรฐาน ดีต่อสุขภาพได้นานถึง 2 เดือน ที่อุณหภูมิปกติ ปราศจากการใช้วัตถุกันเสียหรือสารปรุงแต่งกลิ่นรส และมีการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ เน้นรูปแบบที่สะดวกต่อการพกพา เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

น้ำพริกลูกหยีแห้ง ประกอบด้วย ปลาคั่ว 38% กระเทียม 11% หอมแดง 11% ลูกหยี 1.5% น้ำปลา 11% น้ำตาลทราย 8% น้ำตาลปี๊บ 5% พริกขี้หนูแห้ง 3% ตะไคร้ 1% เกลือ 0.5% น้ำพริกลูกหยีแห้ง ตราครัวอาชีวะ อร่อย ถูกปาก จนต้องบอกต่อ วิธีรับประทานให้อร่อย เพียงแค่นำน้ำพริกลูกหยีแห้งคลุกกับข้าวสวย ข้าวเหนียว ซูชิ/ข้าวปั้น จิ้มผักสด ผักลวกต่างๆ หลังเปิดบริโภคแล้ว ควรปิดฝาให้สนิทเก็บไว้ในตู้เย็น และควรบริโภคให้หมดภายใน 60 วัน สินค้ามีจำหน่าย 2 รูปแบบ คือ รสเผ็ดมาก และรสเผ็ดน้อย ขายในราคา กล่องละ 45 บาท

โรตีกรอบ อร่อย

อีกหนึ่งสินค้าขายดีของวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี คือ โรตีกรอบ ตราครัวอาชีวะ ซึ่งพัฒนาสูตรจากโรตีจานา ซึ่งเป็นอาหารว่างท้องถิ่นประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิตและยกระดับคุณภาพด้านผลิตภัณฑ์ ทำให้โรตีกรอบสามารถคงความกรอบได้นานถึง 2 เดือน ที่อุณหภูมิปกติ ไม่อมน้ำมัน ปราศจากการใช้วัตถุกันเสียหรือสารปรุงแต่งกลิ่นรส และมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

แป้งข้าวมะจานูพร้อมไก่กอและสเปรด

จังหวัดปัตตานีมีข้าวพันธุ์พื้นเมืองคือ “มะจานู” ปลูกกันมากในพื้นที่อําเภอมายอและอำเภอไม้แก่น ข้าวพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นคือมีปริมาณอะมิโลสที่สูง ทำให้ข้าวดูดน้ำได้น้อย เมื่อหุงสุกจะได้ข้าวสุกที่ค่อนข้างแข็งและร่วน ความนิยมบริโภคของคนในพื้นที่จึงค่อนข้างน้อย ส่วน “ไก่กอและ” หรือ “ฆอและ” เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวไทยมุสลิมที่ได้รับความนิยมบริโภคสูง ผลิตจากเนื้อไก่ กะทิ เครื่องแกง และเครื่องปรุงรสต่างๆ ปัจจุบันพบว่า ไก่กอและมียอดขายลดลง เนื่องจากผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและไม่มีการสืบทอดภูมิปัญญา ประกอบกับอายุการเก็บรักษาสั้น

คณะผู้วิจัย วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี จึงมีแนวคิดนำวัตถุดิบข้าวพันธุ์พื้นเมือง ผสมผสานกับภูมิปัญญาการทำไก่กอและ ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ โดยนำข้าวมะจานูมาผ่านกระบวนการแปรรูปปรับคุณภาพของข้าว เกิดกระบวนการดัดแปรทางกายภาพ ได้เป็นแป้งข้าวมะจานูที่มีค่า GI ลดลง โดยนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ 2 ชนิด คือ ผลิตภัณฑ์ตูเล หรือคุกกี้ มีลักษณะเป็นแผ่นบาง กรอบ และนำไปพัฒนาให้เป็นแป้งพรีเจลาติไนซ์ เพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นสารทดแทนไขมันได้ (Fat replacer) ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่กอและสเปรด

ผลิตภัณฑ์ตูเลแป้งข้าวมะจานูพร้อมไก่กอและสเปรดที่พัฒนาขึ้นนี้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ให้กับผลผลิตในชุมชนท้องถิ่น ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคมให้ดีขึ้น ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2564 ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหารไทย

เนื่องจากนวัตกรรมชิ้นนี้มีจุดเด่นสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ตูเลแป้งข้าวมะจานู โดยการนำแป้งข้าวมะจานูดัชนีน้ำตาลลดลงทดแทนแป้งสาลี (Gluten substitutes) จนเป็นผลิตภัณฑ์ตูเลที่มีปริมาณกลูเตนลดลง สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับผลิตภัณฑ์จากข้าว เผยแพร่แนวทางการใช้ประโยชน์จากข้าวที่เป็นพืชพื้นเมืองของจังหวัดปัตตานี

ส่วนผลิตภัณฑ์ไก่กอและสเปรด ที่นำแป้งพรีเจลาติไนซ์จากแป้งข้าวมะจานูดัชนีน้ำตาลลดลงทดแทนการใช้เนยสด (Fat replacer) จนเป็นผลิตภัณฑ์สเปรดที่มีไขมันต่ำ เป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผลิตภัณฑ์จากไก่กอและ เผยแพร่แนวทางการบริโภคด้วยการประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสากล ผลงานชิ้นนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์การต่อยอดธุรกิจ โดยการจัดทำแผนธุรกิจที่มีจุดแข็ง เป็นนวัตกรรมอาหารท้องถิ่นในรูปแบบฟิวชั่น

หากใครสนใจอยากลิ้มลองความอร่อยของผลิตภัณฑ์อาหาร ตราครัวอาชีวะ ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี ติดต่อไปได้ที่ เลขที่ 10 ถนนหนองจิก ตำบลสะบารัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 94000 หรือทาง Facebook : ครัวอาชีวะ วอศ.ปัตตานี เบอร์โทร. 073-333-000 ต่อ 605

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบข่าวจากประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา FB : อาชีวะ Marketplace และ FB : วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...