ประยุทธ์ โอดโฆษณาชวนเชื่อ ด้อยค่าวัคซีน ทำให้เสียโอกาส-ลดประสิทธิภาพคุมโควิด
ประยุทธ์ โอดโฆษณาชวนเชื่อ-ข่าวปลอม ด้อยค่าวัคซีน ทำเสียโอกาส-ลดประสิทธิภาพการควบคุมโควิด-19 ชูปัจจัยความสำเร็จ รากฐานระบบหลักประกันสุขภาพ ขอสันติสุขเกิดขึ้น ด้วยสยามเมืองยิ้ม
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ที่อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน APEC University Leaders’ Forum : “Preventing the Next Pandemic (AULF) : A Global Strategy” ตอนหนึ่งว่า วันนี้เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่มีความหลากหลาย ความท้าทายของโลกเราในปัจจุบัน ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปในหลายประเด็น หลายมิติ
วันนี้เราให้ความสำคัญของเรื่องสุขภาพเป็นอันดับแรก ความท้าทายในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับโรคอุบัติใหม่ ความขัดแย้งในทางภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิภาค การค้า การลงทุน ระบบการเงินของโลก ซึ่งเกี่ยวพันไปทั้งหมด ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างยิ่ง เป็นภูมิคุ้มกันในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นพลังในการขับเคลื่อนฟื้นฟูและการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับการเป็นเจ้าภาพเอเปคในปีนี้ เพื่อมุ่งผลักดันความร่วมมือภายใต้แนวคิด Open Connect Balance เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยุคหลังโควิด-19 Open ผลักดันเขตการค้าเสรีกันใหม่ เพื่อให้เอเปครับมือกับความท้าทายและใช้โอกาสของบริบทโลกแบบใหม่
อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล โลกอุบัติใหม่ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Connect การเชื่อโยงทางดิจิทัล โลจิสติกส์ การเงิน การธนาคาร ตลอดจนแรงงาน ทั้งระดับชาติและระดับประชาชน โดยปราศจาคข้อจำกัดด้านพรมแดนอย่างสะดวกและปลอดภัย เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ รวมถึงสังคมด้วย รวมทั้งรองรับความท้าทายในอนาคต Balance เน้นการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สมดุล และยั่งยืน ตามแนวคิดเศรษฐกิจ BCG โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
“ผลลัพธ์สำคัญในการเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้คือ ไทยจะเสนอให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปครับรองเอกสารเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG เพื่อจะนำแนวคิดมาเร่งกระบวนการการทำงานและวางบรรทัดฐานใหม่ให้เอเปค เพื่อจะมุ่งเน้นการเสริมสร้างการค้า การลงทุน ควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ นอกจากความสำคัญด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมุ่งไปถึงการขยายผลทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย เพื่อยกระดับความรู้ใหม่ในด้านสังคมและการรักษาความปลอดภัยของชีวิตประชาชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถึงแม้ว่าเราจะก้าวผ่านการระบาดใหญ่ของโควิด-19 มาแล้วก็ตาม แต่องค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุขยังคงต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความจำเป็นเร่งด่วนของทั่วโลกขณะนี้คือ การวิจัยวัคซีน ชีวการภาพ การบำบัดโรค และการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้พร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่ในวันข้างหน้า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ นวัตกรรมเชิงป้องกัน ตลอดจนการให้ความรู้และสร้างการตระหนักรู้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง
“ทุกท่านครับ ในช่วงวิกฤตการณ์สาธารณสุขที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่า ความถูกต้องของข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในการที่จะเผยแพร่ รับรู้ข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นอีกหนึ่งหัวใจที่สำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการบริหารสถานการณ์วิกฤตของรัฐบาล” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเผยแพร่ข้อเท็จจริงสู่สาธารณชนนั้น จำเป็นต้องอาศัยความเที่ยงตรง เชื่อถือได้ทางวิชาการ จากกระบวนการศึกษาค้นคว้าของภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย นักวิชาการที่จะเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะให้คำแนะนำและข้อมูลที่ถูกต้องต่อสังคม จะสามารถเอาชนะข้อมูลเท็จจากการโฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมที่แพร่กระจายในสังคม
“ผมยกตัวอย่างนะครับ ในช่วงแรก ๆ ของการบริการวัคซีนโควิด-19 ที่ประชาชนบางส่วนมีความกังวล หนักใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีน เนื่องจากได้รับข้อมูข่าวสารผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ และไม่ถูกต้อง ทำให้เสียโอกาส และส่งผลกระทบต่อการควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้ลดประสิทธิภาพ ทำให้ลดทอนลงอย่างน่าเสียดาย ผมขอยืนยันว่าการร่วมมือจากทุกภาคส่วนของประชาชนทุกคนถือเป็นหัวใจสำคัญ ในการนำพาประเทศให้ก้าวผ่านทุกวิกฤตไปได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จากการทบทวนบทเรียนสถาวะฉุกเฉินในการระบาดของโควิด-19 นั้น เราอาจจะกล่าวในเชิงบริหารได้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการรับมือกับโควิด-19 นั้น คือนโยบายในการวางรากฐานระบบหลักประกันสุขภาพ และความพร้อมของเครื่องมือทางการแพทย์ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญการยกระดับบุคลากรทางการแพทย์ให้มีศักยภาพสูง
การจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย การส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในระบบสาธารณสุขไทย โดยสนับสนุนให้สร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี การค้นคว้าวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ การใช้นวัตกรรมดิจิทัลทางการแพทย์ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่าง ๆ ด้านสาธารณสุขกับนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง
“ไม่ว่าจะอยู่ประเทศใด ภูมิภาคใด ที่ใดก็ตามในโลกใบเดียวกัน เราต้องรักกัน เราต้องสามัคคีกัน เผื่อแผ่ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องการคือ สันติสุขในประเทศไทย เพราะจะเป็นบ่อเกิดของทุกเรื่อง เราจะต้องรักกัน ด้วยยิ้มสยาม สยามเมืองยิ้ม ๆ” พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มส่งท้าย