เปิดประวัติตระกูล 'ล่ำซำ' จากรุ่น 1 ก้าวแรกสู่สยาม ถึงยุค 'มาดามแป้ง' 90 ปี เมืองไทยประกันภัย
เปิดประวัติตระกูล ‘ล่ำซำ’ จากรุ่น 1 ก้าวแรกสู่แผ่นดินสยาม ถึงยุค ‘มาดามแป้ง’ ฉลอง 90 ปี เมืองไทยประกันภัย
เป็นงานเฉลิมฉลองที่รวมคนดังจากทุกวงการทั่วฟ้าเมืองไทย สำหรับงานครบรอบการก่อตั้งบริษัท“9 ทศวรรษแห่งรอยยิ้ม” เมืองไทยประกันภัย ภายใต้การกุมบังเหียนของแม่ทัพหญิงเก่งและแกร่ง“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI ตอกย้ำการเป็นผู้นำบริษัทประกันวินาศภัยไทยที่ดำเนินธุรกิจยาวนานที่สุดในไทย ยืนหยัดเคียงคู่สังคมไทยมานานกว่า 90 ปี
โดยมี อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี, โพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ,ยุพา ล่ำซำ บุคคลสำคัญในตระกูลล่ำซำ อย่าง บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย และคนดังแถวหน้าของเมืองไทยจากทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง ธุรกิจ แวดวงสังคมไฮโซ รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจตบเท้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ภายในงานรวบรวมทายาทตระกูลล่ำซำไว้มากที่สุด ตั้งแต่รุ่นเล็กถึงรุ่นใหญ่ อาทิ สาระ ล่ำซำ, สลิล ล่ำซำ, สุรช ล่ำซำ, กฤษฎา ล่ำซำ, พงศกร ล่ำซำ, เฉลิมโชค ล่ำซำ, วรรณพร พรประภา เป็นต้น
ส่วนแวดวงการเมือง ข้าราชการ ก็ตบเท้าเข้าแสดงความยินดีคับคั่ง อาทิ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา, กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า, พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เป็นต้น
ขณะที่แวดวงธุรกิจ อาทิ ฐาปน สิริวัฒนภักดี แห่งไทยเบฟเวอเรจ, บุญชัย โชควัฒนา แห่งสหพัฒน์, สันติ ภิรมย์ภักดี แห่งบุญรอดบริวเวอรี่, วิลักษณ์ โหลทอง แห่งสยามสปอร์ต, อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา แห่งคิงเพาเวอร์, ศุภลักษณ์ อัมพุช แห่งเดอะมอลล์, ชฎาทิพ จูตระกูล แห่งสยามพิวรรธน์, สนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่น มีโชว์พิเศษจากทายาทล่ำซำรุ่นที่ 5 บนเวที ด้วยการร้องเพลง “เก็บตะวัน” นำโดย มาดามแป้ง และสาระ ล่ำซำ และอีกหนึ่งความพิเศษกับการฉลองวันครบรอบแต่งงาน 60 ปี ของ “โพธิพงษ์ และยุพา ล่ำซำ” คุณพ่อและคุณแม่ของมาดามแป้ง
ลูกสาวเผยโมเมนต์ตอนที่ทั้งคู่จีบกันว่า “คุณพ่อได้ส่งแผ่นเสียงเพลงยามรักให้คุณแม่” งานนี้ โพธิพงษ์ได้เซอร์ไพร์สมอบช่อดอกไม้ให้กับศรีภรรยายุพาด้วย
มาดามแป้ง นับเป็นทายาทรุ่นที่ 5 ของตระกูลเก่าแก่ “ล่ำซำ” ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจต่อจากคุณพ่อ “โพธิพงษ์ ล่ำซำ” ซึ่งเป็นทายาทล่ำซำ รุ่นที่ 4
กว่าจะมาเป็น “ตระกูลล่ำซำ” อย่างเป็นปึกแผ่นเช่นนี้
มาดามแป้ง เปิดเผยว่า กว่าจะมีวันดีๆ ของเราในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องขอขอบคุณบรรพบุรุษตระกูลล่ำซำที่สร้าง บุกเบิก พัฒนา รักษา และส่งต่อมรดกสำคัญนี้มาถึงทายาทรุ่นที่ 5 รวมถึงผู้บริหารและพนักงานในทุกยุคทุกสมัยที่ร่วมกันเดินทางมาถึงวาระครบรอบ 90 ปี อย่างสมภาคภูมิ ซึ่งหากเปรียบเมืองไทยประกันภัยเป็นเสมือนเรือสำเภาลำใหญ่ ก็มีลูกเรือจำนวนมากที่พร้อมทำหน้าที่ขับเคลื่อนเรือไปข้างหน้า ภายใต้การควบคุมทิศทางของหัวเรือใหญ่ คือ คุณโพธิ์พงษ์ ล่ำซำ ที่ถ่ายทอดให้ทุกคนรักสามัคคีเหมือนคนครอบครัวเดียวกัน และซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ จึงสามารถผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ มาได้ด้วยดี
ล่ำซำ รุ่น 1 ก้าวแรกสู่แผ่นดินสยาม
หากเปรียบคนจีนเป็นเมล็ดพืชที่ลอยตามกระแสน้ำ เมื่อน้ำพัดพาไปบนพื้นที่หรือแผ่นดินใด ก็ดูเหมือนเมล็ดพันธุ์นั้นจะเจริญงอกงามในทุกสถานที่ เช่นเดียวกับคน “ตระกูลอึ้ง” ชาวจีนโพ้นทะเลจากมณฑลกวางตุ้ง ที่ดั้นด้นฝ่าคลื่นลมท้องทะเลเข้ามาปักหลักในแผ่นดินสยาม จนกระทั่งกลายเป็น “ตระกูลล่ำซำ” ที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงธุรกิจและการธนาคารในทุกวันนี้
นายอึ้งเมี่ยวเหงี่ยน บรรพบุรุษของตระกูลล่ำซำ เดินทางจากมลฑลกวางตุ้ง เข้าสู่ประเทศไทยในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และยังตั้งชื่อภาษาไทยของตนเองว่า“นายล่ำซำ” ที่มีความหมายว่า “คนใส่เสื้อสีน้ำเงิน”
นายอึ้งเมี่ยวเหงี่ยน เปิดร้านขายไม้ซุง ชื่อว่า “ห้างล่ำซำ” เป็นผู้ทำธุรกิจป่าไม้ในแถบจังหวัดนครสวรรค์และแพร่ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้นำชุมชนชาวจีนแคะ ที่ก่อตั้ง “โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ” เมื่อปี พ.ศ. 2446 เพื่อช่วยเหลือดูแลชาวจีนผู้ยากไร้ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2448
ล่ำซำ รุ่น 2 ก้าวสู่ความรุ่งเรือง
ต่อมา นายอึ้งยุกหลง ล่ำซำ ทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาดูแลรับผิดชอบธุรกิจของตระกูล โดยสมรสกับ นางทองอยู่ หวั่งหลี มีบุตรด้วยกัน 7 คน ต่อมาในปี พ.ศ. 2475 ได้ขยายมาทำธุรกิจ “กวางอันหลงประกันภัย” ทำหน้าที่รับประกันวินาศภัย การขนส่งสินค้า ซึ่งธุรกิจได้ขยายตัวและเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท ล่ำซำประกันภัยและคลังสินค้า จำกัด” โดยภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท ภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)” ตามลำดับ
นอกจากนี้ นายอึ้งยุกหลง ยังมีบทบาทและอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งใน “สมาคมพาณิชย์จีน” ซึ่งเป็นสมาคมที่มีอิทธิพลต่อชาวจีนโพ้นทะเลและชาวไทยเชื้อสายจีนมากที่สุดในยุคนั้น และ นายอึ้งยุกหลง ยังได้รับตำแหน่งประธานหอการค้าจีน สมัยที่ 9 อีกด้วย
ตระกูลล่ำซำ มิใช่เป็นเพียงตระกูลเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงยาวนานเท่านั้น แต่เป็นตระกูลที่ยังรักษาเอกภาพของตระกูลไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยความรักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทายาทที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ธุรกิจถูกขยายออกไปอย่างกว้างขวาง
ล่ำซำ รุ่นที่ 3 ก้าวแห่งการแผ่ขยาย
ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 นายโชติ นายจุลินทร์ และ นายเกษม ทายาทของตระกูลล่ำซำ รุ่นที่ 3 และญาติมิตรชาวไทยเชื้อสายจีน ได้ร่วมกันก่อตั้ง “ธนาคารกสิกรไทย” ขึ้นในปี พ.ศ. 2488
ล่ำซำ รุ่นที่ 4 ก้าวสู่ความเติบโตที่เข้มแข็ง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2494 นายจุลินทร์ ล่ำซำ ได้เปิด บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต โดยมี นายบัญชา ล่ำซำ หลานชาย ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 4 เข้ามาช่วยบริหารงาน ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ
จนมาปี พ.ศ. 2503 นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ทายาทรุ่นที่ 4 เริ่มเข้ามาทำงานธุรกิจประกัน โดยเริ่มต้นจากตำแหน่งเสมียน ช่วยเคลมรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ ยุคนั้นประกันภัยและประกันชีวิตยังอยู่รวมกันในบริษัทเดียว แต่หลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 จึงได้แยกส่วนประกันภัยออกมาตั้งเป็น บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด
การบริหารงานกว่า 60 ปี ของ นายโพธิพงษ์ นั้น ต้องพบเจอวิกฤตมากมาย แต่ด้วยความตั้งมั่นและยึดหลัก “ความซื่อสัตย์สุจริต” ทั้งต่อลูกค้า และต่อองค์กรเป็นสำคัญ จึงสามารถผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ มาได้ด้วยดี
ล่ำซำรุ่นที่ 5 ก้าวแห่งความยั่งยืน
ปี พ.ศ. 2541 นางนวลพรรณ ล่ำซำ ทายาทรุ่นที่ 5 ของตระกูลได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบงาน ด้านการขายและการตลาด โดยในปี พ.ศ.2548 ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ
เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งและศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจและบริการ จึงเกิดการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท ภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ากับ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด ในชื่อ “บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)”
และในปี พ.ศ. 2560 นางนวลพรรณ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทำให้ปัจจุบัน บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทประกันวินาศภัยของคนไทยที่ดำเนินธุรกิจยาวนานที่สุดในประเทศไทย และยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง ด้วยเอกลักษณ์ในการบริหารงานที่ซื่อสัตย์สุจริตจริงใจ โปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานตราตั้ง แก่ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้เป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสืบไป เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทฯ มีวาระครบรอบ 90 ปีของการก่อตั้ง จึงถือเป็นเกียรติยศศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษ ผู้บริหาร พนักงานในทุกยุคสมัย และเป็นแรงบันดาลใจให้มุ่งมั่น ตั้งใจดำเนินงาน เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้ามั่นคงแก่องค์กร ด้วยปณิธานยึดมั่นในความดี มีธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน
ทุกก้าวเดินคือภารกิจแห่งความภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเยียวยาเวลาเกิดภัย รวมไปถึงความต้องการที่จะช่วยส่งเสริมชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น รู้สึกอุ่นใจไม่กังวลต่อภัยอันตราย และนี่คือเส้นทางของ 9 ทศวรรษแห่งรอยยิ้ม “เมืองไทยประกันภัย ยิ้มได้เมื่อภัยมา”